บทที่ 3 แปดเปื้อนความชั่ว

บทที่ 2 แปดเปื้อนความชั่ว

เสียงแก้วเหล้าในมือของพอร์ชกระทบกับเคาน์เตอร์หินอ่อนดังกราว ภายในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลมาเฟียที่อดีตเคยมากไปด้วยอำนาจและมีผู้คนต่างเกรงกลัว ทว่าตอนนี้กลับเป็นเพียงแค่มาเฟียกะโหลกกะลาที่ไม่มีแม้แต่คนให้ความเคารพนับถือ

หลังจากที่ผู้เป็นพ่อของเขากลับมาจากการทำธุระที่สิงคโปร์ ก็รีบตรงกลับบ้านเพื่อที่จะเคลียร์กับลูกชายตัวดี ที่เมื่อหลายวันก่อนได้ไปวางระเบิดไว้ที่บ้านของท่านเอกอัครราชทูต จนเขาต้องต่อสายตรงมาเพื่อสอบถามความจริงด้วยตัวเอง

พอร์ชยืนหันหลังให้พ่อ แววตาที่แข็งกร้าวเป็นเอกลักษณ์สะท้อนในกระจกบาร์

“มึงคิดว่ากำลังทำเหี้ยอะไรอยู่ ไปพูดแบบนั้นกับคุณอัศวินได้ยังไง” น้ำเสียงของ พชร ผู้เป็นพ่อเย็นเฉียบ ไม่ต่างจากอุณหภูมิภายในห้องสักนิด

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเล็กน้อย “ผมแค่พูดความจริง ผมมีคนรักอยู่แล้ว แต่ถ้าพ่ออยากได้ลูกสะใภ้คนนั้นมาประดับบารมีผมก็สนองให้ได้ แต่ยังไงก็ต้องแลกกับการเป็นเมียน้อยอยู่ดี”

“ทำอะไรไว้หน้าหนูเอลิสหน่อย เธอเป็นถึงลูกท่านทูต อย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ “พ่อชี้หน้าเขาอย่างจริงจัง ไม่สนว่าเขาจะสะทกสะท้านอะไรหรือไม่ “อีกอย่างกูกำลังช่วยลบล้างความชั่วให้กับมึง”

“ใครกันแน่ที่ชั่ว” พอร์ชพูดเบาราวกระซิบ ทว่าภายในห้องที่เงียบจนได้ยินเพียงแค่เสียงของเครื่องปรับอากาศนั้น ทำให้ผู้เป็นพ่อได้ยินอย่างชัดเจน

ก่อนที่หมัดหนัก ๆ จะกระทบเข้าที่ใบหน้าคมอย่างจัง จนเขาแทบจะทรงตัวเอาไว้ไม่ได้

“ที่มึงได้ออกจากคุกเร็วกว่ากำหนด ไม่ใช่เพราะกูไปขอร้องให้คุณอัศวินช่วยมึงเหรอ อย่ามาทำตัวเนรคุณให้กูเห็น ไม่อย่างนั้นตระกูลนี้จะไม่มีชื่อมึงเหลืออยู่”

นี่ไม่ใช่คำขู่ คำพูดของมาเฟียผู้เคยยิ่งใหญ่ไม่มีอะไรที่เป็นการล้อเล่น เพราะเส้นทางชีวิตมีแต่คำว่าจริงจัง และเรื่องนี้เขาไม่จำเป็นต้องพูดขู่เพื่อให้ลูกชายกลัวหรือยินยอมต่ออำนาจ

เพราะมาเฟีบยร้ายรู้ดี ว่าคนอย่างลูกชายของตน หากไม่มีใครคุ้มกะลาหัวอยู่ ก็ไม่ต่างอะไรจากหมาข้างถนนตัวหนึ่ง

“หนูเอลิสเธอเป็นลูกทูต ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่มึงจะเอาเธอมาอยู่ในสถานะนั้น ตอบแทนบุญคุณสิวะไอ้พอร์ช อย่าทำตัวเป็นพวกวัวลืมตีน”

พอร์ชกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้นใจที่ตัวเองไม่สามารถต่อเถียงอะไรกับคนตรงหน้าได้ เพราะเขามีศักดิ์เป็นถึงพ่อ กระนั้นคำพูดที่ออกมาจากปากของเขานั้นมันทำให้ความอดทนที่เก็บกั้นมาตลอด แทบจะระเบิดออกมาเสียให้ได้

เขาไม่ได้ขอร้องให้คุณอัศวินมาช่วย ไม่ได้ต้องการผูกมิตรกับตระกูลฝั่งนั้น และมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะต้องมาตอบแทนบุญคุณที่พ่อกำลังพูดถึง

“ผู้หญิงแบบนั้นไม่ควรมาอยู่ในโลกของผม”

พอร์ชจ้องมองพ่อของเขาอย่างจริงจัง ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่พ่อเขาอ่านไม่ออก

ในใจลึก ๆ ภาพหญิงสาวที่ดวงตาแข็งกร้าว ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร อีกทั้งคำพูดของเธอ กลับวนเวียนไม่หยุด

มันไม่ใช่การขอร้อง

ไม่เชิงเป็นการโวยวาย

ทว่ามันคือการประกาศศักดาย่อม ๆ

พอร์ชกำหมัดแน่นอีกครั้งเขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมผู้หญิงที่เขาไม่ควรจะสนใจ ถึงได้มาวนเวียนสร้างความน่ารำคาญได้แบบนี้

“ผมไม่ต้องการแต่งงานกับเธอ” เขาเอ่ยเสียงเบา “เพราะถ้าหากวันนั้นมาถึง ผมไม่แน่ใจว่าจะพาเธอเอาตัวรอดได้หรือเปล่า”

พอร์ชยกแก้วเหล้าขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ของเหลวขมปร่ากลับไหลลงคออย่างไร้รสชาติ เขาวางแก้วแรงกว่าที่ตั้งใจ เสียงดังกราวภายในห้องเงียบอีกครา

ความจริงแล้วเขาไม่ได้เกลียดเธอ…

แต่ที่ทำครั้งหมดเพราะเขากำลังกลัวต่างหาก…

กลัวว่าหญิงสาวจะเห็นสิ่งที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอด กลัวว่าแววตาเรียบนิ่งที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร จะมองทะลุไปถึงด้านที่เขาไม่อยากให้ใครรู้

เขาเดินไปหยุดที่หน้ากระจกบาร์ ร่างสูงโปร่งในเงาสะท้อนคือคนที่ถูกตราหน้าว่า ฆาตกร ทั้งที่เขาไม่ได้เลือกบทบาทนั้นให้ตัวเองเลยก็ตาม

ภาพในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว คืนฝนตกหนัก เสียงไซเรน มือเปื้อนเลือดที่ไม่ใช่ของเขา

‘แกเป็นคนเดียวที่อยู่ในที่เกิดเหตุ’ เสียงของเจ้าหน้าที่ยังดังชัด ‘ถ้าไม่ใช่แก ก็ไม่มีใครแล้ว’

เขาถูกตัดสินตั้งแต่ยังไม่ได้อธิบาย ถูกโยนเข้าคุกโดยคนที่เขาเชื่อใจมากที่สุด

และในคืนเดียวกัน ผู้หญิงอีกคนก็เลือกที่จะเดินออกไปจากชีวิตของเขา

‘ขอโทษนะพอร์ช ตอนนี้คุณหมดอนาคตแล้ว จะให้ฉันรอต่อไปก็คงไม่ไหว เราควรจบกันแค่นี้’

คำพูดนั้นฝังลึกยิ่งกว่าลูกกระสุน และมันทำให้เขาได้รู้ในทันทีว่า

ความรักมันคือของฟุ่มเฟือยสำหรับเขา…

ตั้งแต่วันนั้นเขาไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้ ไม่เปิดใจ ไม่คิดจะผูกพัน และไม่ยอมให้ใครมีอำนาจมากพอที่จะทำร้ายเขาได้อีก

ส่วนเรื่องที่เขาบอกว่ามีคนรักอยู่ที่สิงคโปร์ นั่นเป็นเพียงแค่เรื่องที่เขาแต่งขึ้นมาเพื่อให้หลุดพ้นจากลูกสาวของคุณอัศวินเท่านั้น

“เธอไม่ควรมาอยู่ใกล้ผม เป็นเมียก็ยิ่งไม่ควร ปล่อยให้เธอเข้าใจในสิ่งที่ผมบอกไปจะดีกว่า”

เขาพึมพำบอกกับผู้เป็นพ่อ แม้ว่าจะทำให้พ่อไม่สบอารมณ์ก็ตาม

แม้ว่าจะว่าอย่างนั้น ทว่าหัวใจเขากลับตอบกลับอีกอย่าง

ถ้าหากเขาแต่งงานกับเธอ เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครได้แตะต้องตัวเธอ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ทว่านี่ก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อปฏิเสธการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย

เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เขาก็เป็นเพียงแค่คนขี้ขลาดที่ไม่สามารถปกป้องเธอได้ เพียงเพราะแค่เรื่องในอดีตมันฝังอยู่ในใจ

“หึ มึงก็แค่ไอ้โง่ขี้ขลาดตัวนึงนั่นแหละ ไม่สมกับเป็นลูกกูเลยสักนิด”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป