บทที่ 4 ข้อต่อรอง
บทที่ 3 ข้อต่อรอง
มาเฟียที่เห็นแก่ประโยชน์มากกว่าสิ่งใด ไม่มีทางยอมปล่อยให้งานแต่งล่มลงอย่างที่ลูกชายตัวดีของเขาหวังไว้อย่างแน่นอน เพราะถ้าหากตระกูลของเขาไม่ถูกกอบกู้ขึ้นมาจากความช่วยเหลือของครอบครัวท่านเอกท่านเอกอัครราชทูต ชีวิตนี้ความตายก็ไม่อาจจะพรากเขาไปได้
“วันนี้หนูเอลิสกับท่านทูตจะเข้ามาเจรจาอีกครั้งที่บ้านเรา” แก้วเหล้าถูกวางลงที่โต๊ะหินอ่อน “ทำตัวให้มันดี ๆ ด้วย”
พอร์ชเพียงแค่รับฟัง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะต้องคิดมากเพราะอย่างไรคำตอบของเขาก็ยังเหมือนเดิม และไม่มีทางเปลี่ยนไปอย่าแน่นอน
ต่อให้จะร้ายแรงมากแค่ไหน เขาก็จะไม่เอาใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาอีก
ตัวเองยังดูแลไม่ได้ จะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแลคนอื่น
“พ่อยังจะต้องเสียเวลาอะไรกับเรื่องพวกนี้ เพื่อฟังคำตอบเดิม ๆ จากผมและผู้หญิงคนนั้นอยู่อีกเหรอครับ”
แม้น้ำเสียงของเขาจะแผ่วเบา ทว่ามันก็ดังมากพอที่จะทำให้ผู้เป็นพ่อได้ยินอย่างชัดเจน
แต่ก็ใช่ว่าการได้ยินนั้นจะทำให้อะไรเปลี่ยนแปลง การเจรจาไม่ได้ถูกยกเลิก ไม่ต่างจากงานแต่งที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
“สำหรับกูมีเวลามากพอที่จะเอาชื่อเสียงของตระกูลกูคืนมา แล้วมึงก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ”
“ก็ใช่ครับ เพราะพ่อคงไม่มีปัญญามากพอที่จะรับผิดชอบความผิดของตัวเอง มันเจ็บใจมากเกินกว่าที่จะยอมรับความจริงใช่ไหมล่ะครับ”
พอร์ชยกยิ้มก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ ผู้เป็นพ่อได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขาอย่างโกรธแค้นทว่าไม่สามารถทำอะไรได้ แม้ว่าในใจตอนนี้จะร้อนผ่าวดั่งมีกองเพลิงสุมอยู่ก็ตาม
เขามั่นใจเหลือเกินว่าคนที่ต้องรับผิดนั้นต้องเป็นลูกชายตัวดีที่คอยสร้างปัญหาให้เท่านั้น เพราะเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นมันบ่งบอกแล้วว่านอกจากพอร์ช ก็ไม่มีคนอื่นที่น่าสงสัยมากไปกว่านี้
เพียงไม่นานรถยนต์คันหรูของท่านทูตและลูกสาวของเขาก็ได้มาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ของตระกูลมาเฟียเป็นที่เรียบร้อย บอดี้การ์ดและเหล่าแม่บ้านต่างให้ความต้อนรับเป็นอย่างดี แม้ว่าใบหน้าของเอลิสจะไม่ค่อยสบอารมณ์และสนใจต่อการปรนนิบัติเหล่านั้นก็ตาม
เอลิสรู้ตัวตั้งแต่ย่างกายเข้ามาภายในคฤหาสน์หรูว่าเธอไม่ได้ถูกเชิญมาเพื่อฟังคำขอโทษ จากการที่ลูกชายของตระกูลได้เอ่ยปากดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีของเธอไว้ ทว่าเธอถูกเชิญมาเพื่อเจรจาเรื่องงานแต่งอีกครั้ง
และสิ่งนั้นทำให้เธอเกลียดพวกเขามากไปกว่าเดิม!
ภายในห้องรับแขกของตระกูลมาเฟียที่เคยทรงอำนาจยังคงหรูหราเหมือนเดิม โซฟาหนังสีเข้ม โต๊ะหินอ่อน และบรรยากาศที่ชวนกดดันจนหายใจไม่ทั่วท้อง
ผู้ชายที่มีอำนาจสองคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คนหนึ่งคือพ่อของเธอ อีกคนหนึ่งคือหัวหน้าตระกูลมาเฟียที่มีศักดิ์เป็นพ่อของว่าที่สามีเธอในอนาคต
ส่วนข้างกายเธอนั้น… ก็คือคนที่เธอไม่ชอบหน้ามากที่สุด ไม่แม้แต่จะสนไปสนใจหรือทักทายเขาเลยด้วยซ้ำ
และเขาเองก็นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่แยแสเธอเช่นกัน ทั้งสีหน้ายังบ่งบอกได้ชัดว่าอย่างให้เรื่องนี้มันจบ ๆ ไปก็เท่านั้น
“เรามาเจรจาเรื่องนี้กันให้ลงตัวดีกว่านะครับ ก่อนที่มันจะบานปลายไปมากกว่านี้” พรชเป็นฝ่ายเปิดประเด็น “เพราะยังไงชื่อเสียงของตระกูลเราคงสำคัญกว่าความรู้สึกส่วนตัว”
เอลิสได้ยินอย่างนั้นก็ยกยิ้มบาง ๆ แม้มันจะไม่ได้มีความอ่อนโยนเลยแม้แต่นิดเดียว
“ฉันเห็นด้วยนะคะ ที่บอกว่าชื่อเสียงของตระกูลสำคัญ” เอลิสเอ่ยเสียงเรียบ “และมันก็คงสำคัญมากถึงขั้นที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องยอมถูกลดค่าเพื่อเป็นเมียน้อยของใคร”
ทุกคนชะงัก บรรยากาศภายในห้องรับแขกกลับมาเงียบอีกครั้ง
อัศวินถอนหายใจหนัก เพื่อทำให้ลูกสาวของเขารับรู้ว่าเขาไม่พอใจกับการกระทำและคำพูดของลูกสาวเป็นอย่างมาก
“หนูเอลิส ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเลยนะ” พรชรีบพูดแก้ต่างทันที
“ความหมายมันก็คงไม่ต่างกันหรอกค่ะ ในเมื่อลูกชายของคุณเสนอให้ฉันเป็นเมียน้อย และฉันก็ปฏิเสธไป แล้วจู่ ๆ วันนี้ก็ถูกเรียกตัวมาเพื่อเจรจาเรื่องเดิม โยนกันไปมาแบบนี้ทำเหมือนว่าฉันเป็นคนขอร้องพวกคุณอย่างนั้นแหละ” เธอสวนกลับอย่างไม่เว้นช่องไฟ
พอร์ชรีบเงยหน้ามองเธอทันที ดวงตาคมจัดฉายแววสนใจอย่างไม่ปิดบัง
“แต่อย่างน้อยผมก็ยังไม่ได้บังคับให้คุณมานอนกับผมนี่ครับ” เขาพูดเสียงเรียบพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“นี่เหรอคะคือสิ่งที่คุณยกเอามาเป็นข้อดี” เธอแค่นหัวเราะเล็กน้อย ทั้งที่สายตายังคงจับจ้องเขาไม่ต่างกัน
พอร์ชยกยิ้ม ไม่ได้ตอบโต้เธอกลับในทันที ทว่าก็ไม่คิดจะหลบตาราวกับจะประกาศสงครามให้หนักไปกว่าเดิม
“ไอ้พอร์ชพอได้แล้ว นี่เรามาวันนี้ก็เพื่อจะแก้ปัญหากันให้ดีขึ้น ไม่ใช่ทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง” พรชตวาดใส่ลูกชายเสียงแข็ง
“แต่ถ้าการแก้ปัญหามันคือการหยามศักดิ์ศรีของฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันขอเลือกการสร้างปัญหาดีกว่าค่ะ” คำพูดนั้นทำให้ภายในห้องกลับมาเงียบสนิท
พอร์ชหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย “นี่คุณหนูครับ ไม่มีใครอยากจะมีปัญหากับคุณหนูมากขนาดนั้นหรอก อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย”
เขาพูดอย่างไม่ได้ใส่ใจเธอ แต่ทว่าทั้งหมดนั้นก็เพื่อความสะใจของตัวเอง
“แต่อย่างน้อย มันก็คือกว่าการที่ต้องลดตัวลงมาเพื่อทำตามข้อตกลงสกปรก ๆ ของพวกคุณ” เธอจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่ยอม
คำพูดนั้นคล้ายจะแทงใจดำพอร์ชเข้าอย่างจัง เขาจึงเลือกที่จะเงียบและจางหายออกไปจากสงครามประสาทที่เกิดขึ้น
“พอเถอะครับ ผมยอมเธอแล้ว ไม่แต่งก็คือไม่แต่งเสียเวลามาเถียงกันเปล่า ๆ “ทุกสายตาหันมามองที่เขา รวมถึงพรชที่ไม่พอใจกับคำพูดของลูกชายเป็นอย่างมาก
“ที่ฉันให้ทุกฝ่ายมาเจรจากัน ก็เพื่อได้ข้อสรุปที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่การยกเลิกงานแต่งตามใจของพวกแกทั้งสองคน” พรชเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น เขาขบกรามแน่นพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้ระเบิดออกไปต่อหน้าท่านทูตและลูกสาวของเขา
พอร์ชถอนหายใจยาวเหยียดราวกับไม่อยากหมดความอดทนกับเรื่องนี้ เขาหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะมองจ้องเอลิสที่ตอนนี้เธอก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นราวกับโกรธกันมาเป็นชาติ
“เอาจริง ๆ ก็แต่งได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ ถ้าคุณหนูเธออยากแต่งก็จัดงานได้พรุ่งนี้เลย ผมไม่มีปัญหา แต่เรื่องสถานะก็ตามที่ผมบอก เธอจะไม่มีทางได้เป็นมากกว่านี้แน่นอน”
“ฉันก็คิดเอาไว้แล้ว ว่ายังไงคำตอบก็คงจะเหมือนเดิม ไม่ต้องเจรจาให้เสียเวลาหรอกค่ะ เพราะฉันก็คงจะไมแต่งกับคนแบบนี้เหมือนกัน เดี๋ยวความชั่วที่เคยทำไว้มันจะแปดเปื้อนมาถึงฉัน”
“นี่เธอ!”
เอลิสจี้จุดเข้าอย่างจัง เป็นอีกครั้งที่เธอเอาเรื่องนี้มาพูดทั้งที่ไม่รู้ความจริง และเขาก็จะไม่ยอมให้เป็นเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป เขามีความอดทนมากพอแต่ใช่กับเรื่องในอดีตที่เขาไม่ได้เป็นคนทำมันด้วยตัวเอง
และยิ่งกับเธอ เขาจึงไม่จำเป็นที่ต้องอดทนหรือเห็นแก่หน้าใครอีกต่อไป
“ทำไม รับไม่ได้เหรอ”
“เอลิส หยุดได้แล้ว ขอโทษพอร์ชเดี๋ยวนี้” อัศวินปรามลูกสาวทันที
“เธอเป็นอะไร ชอบพูดถึงเรื่องในอดีตคนอื่นตลอด อยากให้เคารพศักดิ์ศรีของตัวเองมากนัก แต่สุดท้ายก็ยังเอาเรื่องของคนอื่นมาพูดทั้งที่ตัวเองไม่รู้อะไรเลย นี่เหรอสิ่งที่ดีกว่าคนอื่น”
“ไอ้พอร์ช ใจเย็นกว่านี้หน่อย”
ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะแย่ลงมากกว่าเดิม เพราะตอนนี้ไม่มีใครเรียกสติตัวเองได้สักคน มีแต่ความโกรธและอารมณ์ที่เป็นตัวควบคุมจิตใจ จนอาจจะลืมไปว่าการที่เป็นอย่างนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากการทำร้ายจิตใจกันไปมาไม่จบสิ้น
“หวงนักใช่ไหมศักดิ์ศรี เดี๋ยวฉันจะทำให้รู้เองว่าศักดิ์ศรีของเธอมันกินไม่ได้เลยสักนิดเดียว!” เขาชี้หน้าเธออย่างจริงจังด้วยความโกรธที่ไม่สามารถควบคุมได้
เอลิสได้แต่เพียงนิ่งอึ้ง เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่มีใครเคยชี้หน้าด่าทอเธอแบบนี้เหมือนกัน และเขาเป็นคนแรก ในการที่กล้าทำอย่างนี้ และกล้ายื่นข้อเสนอให้เธอเป็นเมียน้อยอย่างที่คาดไม่ถึง
“ถ้าเธอต้องการแบบนี้ก็ได้ ฉันจะแต่งงานจดทะเบียนกับเธอให้ถูกต้องทุกอย่าง แล้วเรามาอยู่ด้วยเธอจะได้ตาสว่างรู้ความจริงสักที”
“ไม่มีทาง ฉันมีวิธีอื่นที่จะรู้ความจริงด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องแต่งงานกับคนอย่างคุณ” เอลิสรีบตอบทันที
“นี่เธอก็รู้เรื่องนี้มาจากคนอื่นไม่ใช่เหรอ แล้วเป็นยังไงล่ะ” เขาเลิกคิ้วถาม ในขณะที่กำลังจ้องมองเธอ
“เหอะ จะยังไงก็ตามนะ ฉันจะเข้าใจแบบนี้ และไม่ต้องการแต่งงานกับคุณเพราะอะไรทั้งนั้น ถ้าจะต้องเป็นเมียน้อย ฉันไม่ทำ!”
“งั้นเหรอ ก็ได้ ถ้าเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายเธอจะแต่งใช่ไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ใช่ ฉันแต่งแน่ เพราะฉันรู้ว่าคุณทำไม่ได้ และไม่คิดจะทำ” สีหน้าและคำพูดของเธอท้าทายเขาเป็นอย่างมาก เพราะในความคิดของเธอนั้นเขาก็แค่คนขี้ขลาดที่ไม่กล้าทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองพูดออกมา เพราะกลัวว่าถ้าหากเขาทำสิ่งนั้นแล้วจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต
ทว่าเธอประเมินค่าเขาต่ำเกินไป…
เธออาจจะลืมไปว่าความจริงแล้วเขาเป็นถึงลูกชายมาเฟียผู้ที่เคยมากไปด้วยอำนาจ พูดคำไหนแล้วต้องเป็นคำนั้น ไม่มีคำว่าล้อเล่นอยู่ในชีวิตอันแน่วแน่ของพวกเขาเด็ดขาด
และยิ่งโดนเธอท้าทายอำนาจแบบนี้ เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครมันจะขาดใจตายไปก่อน เมื่อทั้งสองได้อยู่กินอย่างผัวเมียที่แท้จริง!
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราก็ได้ข้อสรุปกันแล้วนะครับ ว่าผมกับเอลิสเราจะแต่งงานกัน” พอร์ชหันไปพูดกับผู้ใหญ่ทั้งสอง “ด้วยความเต็มใจ”
ส่วนประโยคสุดท้ายเขาหันไปมองที่เธอราวกับจะเป็นการบอกให้ชัดเจนอีกครั้ง ทว่าสายตาอันแน่วแน่ของหญิงสาวกลับทำให้เธอไม่ปฏิเสธเหมือนครั้งก่อน ๆ สงครามที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้เดาไม่ยากว่ามันรุนแรงเพิ่มมากขนาดไหน
เพราะมันก็ไม่ต่างอะไรจากการเล่นเกมที่ทั้งสองเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ความเห็นใจและอยากปกป้องเธอจากอันตรายตอนนี้เขาสลัดมันทิ้งไปหมดแล้ว
ในเมื่อเธออยากท้าทายเขามากนัก เขาก็จะทำให้เธอรู้เองว่าการอยู่กับเขามันไม่ได้ง่ายมากขนาดนั้น และเธอก็จะได้รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงถูกใส่ร้ายให้คนอื่นเข้าใจผิดอย่างที่เธอได้รับรู้มา!
