บทที่ 1 จรรยาบรรณแพทย์
Jennisah Clinic
คลินิกเสริมความงามครบวงจร ตึกสองคูหาอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ด้วยดีไซน์สไตล์ Quiet Luxury ที่ดูหรูหราตั้งแต่แรกเห็น ผนังด้านหน้าเป็นกระจกสูงจรดเพดาน กรอบสี Rose Gold สะท้อนแสงไฟนีออนยามพลบค่ำ ภายในคืออาณาจักรแห่งความงามที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว ตัดกับสีทองอ่อนๆ
คลินิกเสริมความงามแห่งนี้บริหารงานโดยศัลยแพทย์สาวสวยผู้เก่งกาจตามชื่อของคลินิก ดังสโลแกนที่ว่า คิดจะร้อยไหมไว้ใจหมอเจน ทุกตารางนิ้วสื่อถึงความน่าเชื่อถือและความประณีต
“พี่เจนขา คืนนี้หนูขอกลับก่อนเวลานะคะ พอดีนัดแฟนทานข้าวไว้” แพทย์ผู้ช่วยรุ่นน้องยิ้มแป้นอย่างมีเลศนัย ก่อนจะรีบโบกมือลา
“ตายสบายเลยจ้า! วันนี้ไม่มีคนไข้แล้ว พี่ก็ว่าจะปิดคลินิกไปแอบเซอร์ไพรส์พี่ณัฐเค้าเหมือนกัน” คุณหมอสาวตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ดวงตาคู่สวยเหลือบมองนาฬิกาบนผนังสีขาวภายในห้องหัตถการ วันนี้เธอตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มที่เพิ่งเดินกลับจากยุโรป
บรรยากาศทั้งภายนอกและภายในคลินิกเงียบสงัดลงทันทีที่เสียงประตูกระจกใสบานใหญ่ถูกล็อกเป็นสัญญาณสิ้นสุดภารกิจของวันที่ยาวนาน เจณิสาผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะยื่นมือไปหยิบตะขอเหล็กเพื่อเกี่ยวประตูบานหนาลงมาปิดตาย... แต่ทันใดนั้น!
จังหวะที่ประตูเหล็กบานใหญ่กำลังจะเลื่อนลงมาแตะพื้น ก็มีมือหนาของใครบางคนยื่นมาขวางเอาไว้อย่างจงใจ และสิ่งที่ตามมาก็คือน้ำเสียงเข้ม ๆ ที่เฉียบขาดราวคมมีด
“อย่าเพิ่งปิด! คุณหมอ!”
เจณิสารีบหันขวับไปทันที ภาพชายหนุ่มชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังทำให้เธอตกใจจนแทบล้มทั้งยืน! หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองศึก แต่สัญชาตญาณความเป็นแพทย์ก็ทำให้เธอต้องเพ่งมอง... เสื้อสูทสีดำสนิทของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือดสีคล้ำ!
ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยทางการแพทย์อย่างรวดเร็ว
“ว้าย! นี่คุณไปโดนอะไรมาคะ! เลือดคุณไหลเยอะมาก! ฉันว่า...คุณต้องไปโรงพยาบาลด่วนเลย ฉันจะเรียกรถพยาบาลให้คุณเดี๋ยวนี้!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน และรีบล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมจะกดเบอร์เรียกรถพยาบาล
“รีบเปิดประตูซะ...คุณหมอ แล้วรักษาแผลให้ผม!” เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกข่มเอาไว้ภายใต้สำเนียงยุโรป แต่สิ่งที่ทำให้เจณิสายอมจำนนและไม่กล้าแม้แต่จะอ้าปากโต้แย้ง คือโลหะสีดำสนิทที่เขาใช้มันสัมผัสเบา ๆ ไปบนแผ่นหลังเนียนของเธอ
สิ้นคำสั่งเฉียบขาด ประตูเหล็กบานใหญ่ก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของผู้บุกรุกจะเดินเข้ามาในห้องรับรองที่มืดสลัว
“ปิดมันลงซะ!” น้ำเสียงแหบพร่าสั่งอย่างเด็ดขาด เจณิสากลืนน้ำลายลงคอ เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จึงจำต้องดึงประตูเหล็กให้ปิดลงอย่างแนบสนิท มือยังคงสั่นเทาขณะที่เดินนำเขาขึ้นไปยังห้องหัตถการบริเวณชั้นสอง
ใต้แสงไฟสว่างจ้า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของชายแปลกหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพราย เขาถอดเสื้อสูทสีดำที่หนักอึ้งออกอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในที่ถูกย้อมเป็นสีแดงเข้ม... เขาปลดกระดุมอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่ทำให้เจณิสาถึงกับยืนตัวแข็ง ไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์ แต่เป็นปืนพกสีดำอีกหนึ่งกระบอกที่เหน็บเอาไว้ข้างเอว ส่วนมืออีกข้างก็ถือปืนอีกกระบอกที่ใช้ขู่เธอในตอนแรกไว้ ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย!
“แผลคุณใหญ่ขนาดนี้! มันอันตรายนะคะ! คุณควรไปโรงพยาบาลที่พร้อมกว่านี้ แต่นี่มันแค่คลินิกเสริมความงาม!” คุณหมอสาวพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
“ผมรู้!” เขาพูดเสียงต่ำ แล้วทรุดตัวลงนอนบนเตียงตรวจอย่างระมัดระวัง ปืนพกที่เหน็บเอวถูกดึงออกไปวางบนเตียง แต่ในมือยังคงเล็งปืนอีกกระบอกมาที่เธออย่างไม่ตั้งใจ แต่ก็สามารถสร้างแรงกดดันได้คุณหมอสาวได้อย่างมหาศาล!
“ผมต้องการให้คุณ...ผ่ากระสุนออก! และทำแผลให้ผม! เดี๋ยวนี้!!!”
เจณิสาสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง
“แต่แผลคุณลึกมากนะคะ ถ้าคุณต้องการรักษา ฉันจะโทรเรียกรถพยาบาลให้! และแจ้งตำรวจให้คุณด้วยก็ได้” คุณหมอสาวต่อรองเพราะเป็นห่วงบาดแผลของเขา
“ก็บอกว่าไม่ต้องไง!!!” เขาตวาดเสียงดัง ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าจะมีใครเห็น
“คุณไปเตรียมเครื่องมือซะ...ห้ามชักช้า!!!”
สิ้นคำขู่ เจณิสาก็รีบเอายาชาที่มีมาฉีดบริเวณบาดแผลให้กับเขา
