บทที่ 11 ความเชื่อผิด ๆ
เอี๊ยด!!!
เสียงยางรถบดถนนดังลั่น ก่อนที่รถคันหรูของคุณหมอจะพุ่งทะยานไปตามท้องถนนที่ว่างเปล่าในยามวิกาล บรรยากาศในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพียงไม่นานเลือดจาง ๆ ก็ซึมออกมาจากเสื้อสูทราคาแพงของเฟลิกซ์
“คุณ!!!...ช่วยดูแผลให้ผมหน่อยสิ” เฟลิกซ์เอ่ยเสียงต่ำ โดยที่สายตาไม่ละจากถนน ความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนเอาไว้ เข้ามารบกวนสมาธิในการขับรถของเขา
เจณิสาสูดหายใจลึก ๆ และพยายามทิ้งคำถามทุกอย่างที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เอาไว้เบื้องหลัง ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือบาดแผลของเขา สัญชาตญาณความเป็นหมออยู่เหนือความกลัว
“ฉันว่าคุณถอดเสื้อสูทออกเถอะค่ะ”
“ครับ” คุณหมอสาวเอื้อมมือไปถอดเสื้อสูทของเขาออกอย่างทุลักทุเลในระหว่างที่เขาขับรถด้วยความเร็วสูง เฟลิกซ์จำต้องประคองพวงมาลัยรถด้วยมือเพียงข้างเดียว ความตึงเครียดของสถานการณ์ไม่ได้ทำให้ความใกล้ชิดระหว่างพวกเขาจางหายไปเลย แต่กลับเพิ่มความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
เมื่อเสื้อตัวนอกถูกถอดออก ก็เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เริ่มมีรอยเลือดซึมออกมาเป็นวงกว้างอย่างเห็นได้ชัด หัวใจของเจณิสาบีบรัดด้วยความห่วงใยในฐานะแพทย์ แต่ลึกกว่านั้นคือความรู้สึกที่คล้ายกับการปกป้องคนที่เธอเพิ่งยอมเปิดใจให้
“เลือดคุณออกเยอะเลย! คุณไม่น่าให้แผลกระทบกระเทือนถึงขนาดนี้!” เธอตำหนิเขาในฐานะแพทย์ แต่ก็แสดงความห่วงใยอย่างแท้จริง คุณหมอสาวตัดสินใจใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดของตัวเองกดบาดแผลของเขาเอาไว้เพื่อห้ามเลือด
“คุณก็เห็น...ว่าผมไม่มีทางเลือก” เฟลิกซ์ตอบห้วน ๆ เสียงของเขาแฝงความเจ็บปวดที่พยายามเก็บซ่อนไว้
“แล้วทำไมคุณไม่หนีออกมาพร้อมฉันล่ะ” เจณิสาถามอย่างสงสัย
“ผมต้องยิงเปิดทางให้คุณ และต้องปักหลักสู้ ถ้าผมหนีไปพร้อมคุณ คุณก็จะอันตรายไปด้วย เพราะมันจ้องจะเล่นงานผม” เขาไม่ได้เล่าถึงว่าตัวเองเป็นผู้ล่าเลยสักนิด และเลือกที่จะปิดบังความจริงเอาไว้
“ผมรู้สึกปวดแผล คุณมีอะไรช่วยบรรเทาความเจ็บหน่อยมั้ย” เฟลิกซ์พึมพำ
“อดทนหน่อยนะคะ เดี๋ยวถึงคอนโดแล้วฉันจะทำแผลให้คุณใหม่” เจณิสากระซิบเบา ๆ พลางกดผ้าลงไปแน่นขึ้นเล็กน้อย ความอ่อนโยนที่มาพร้อมกับความเด็ดขาดของศัลยแพทย์ ทำให้เฟลิกซ์ยอมเชื่อฟัง
เขาเหลือบมองเธอ ใบหน้าคมผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาไม่ได้เห็นความกลัวในดวงตาของเธอเลย มีเพียงความห่วงใยที่บริสุทธิ์
“ผมไม่น่าทำให้คุณต้องมาลำบากกับผมเลย” เขาเอ่ยอย่างรู้สึกผิด การกระทำของเขาทำให้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของเธอต้องแปดเปื้อน
“เงียบเลยค่ะ! อย่าพูดแบบนั้น” เธอส่ายหน้าเบา ๆ มืออีกข้างที่ไม่ได้กดแผลอยู่เอื้อมไปแตะไหล่เขาเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
“คุณจะต้องไม่เป็นอะไร และฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาคุณ” คำพูดของเธอคือคำมั่นสัญญาที่ให้ทั้งในฐานะแพทย์และในฐานะผู้หญิงที่ตัดสินใจร่วมชะตากรรมไปกับเขา
“คุณเอาวิสกี้เทใส่แผลให้ผมหน่อยสิ”
“จะบ้ารึไงคุณ! มันใช้ได้ที่ไหนล่ะ!” เจณิสาปฏิเสธเสียงแข็ง เธอไม่มีทางยอมให้ความเชื่อผิด ๆ ของมาเฟียมาทำลายความรู้ทางการแพทย์ของเธออย่างเด็ดขาด
“เถอะน่า!!!” เฟลิกซ์เร่งเร้า
“คุณฟังให้ดีนะ!!!... วิสกี้มันมีแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ดื่มได้ แต่มันไม่สามารถใช้ฆ่าเชื้อได้หรอก คุณไปจำมาจากที่ไหนเนี่ย!” เธอจ้องหน้าเขาอย่างเอาจริงเอาจัง ดวงตาไม่แสดงความเกรงกลัวอำนาจใด ๆ เลย
“แต่ผมใช้มันบ่อยออก ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย!” เฟลิกซ์เถียงอย่างท้าทาย
“ปริมาณแอลกอฮอล์มันไม่เพียงพอในการฆ่าเชื้อหรอกคุณรู้เอาไว้ซะ แถมตัววิสกี้มันก็ยังมีสารอื่น ๆ ที่จะทำให้แผลของคุณระคายเคืองและติดเชื้อได้ง่ายกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ!”
“งั้นก็เอามาเถอะ ผมจะดื่มมัน” เฟลิกซ์ที่ถูกความเจ็บปวดรุมเร้าจนเขาเริ่มขาดสติ และต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ลืมความเจ็บปวดนั้น
“ดื่มได้แต่อย่าเอาไปราดนะคุณ!” เจณิสาเตือนอย่างเคร่งครัด ก่อนจะหยิบขวดวิสกี้ส่งให้เขา
เจณิสากดผ้าเช็ดหน้าแนบลงไปกับบาดแผลให้แน่นขึ้น ใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันเพียงแค่คืบ เธอลืมไปแล้วว่าเธอกำลังช่วยมาเฟียที่เพิ่งจะฆ่าคน คุณหมอสาวรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่พ่นออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความไว้วางใจอย่างที่สุด
“พอแล้วผมเจ็บ...” เฟลิกซ์พึมพำเสียงแผ่ว ความแข็งแกร่งของมาเฟียเริ่มแตกสลายต่อหน้าเธอ
“ทำไมคุณมีศัตรูเยอะจัง” เจณิสาถามออกไปโดยไม่ทันคิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า...อันตรายที่ติดตามตัวเขาราวกับเงานั้น มันเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับความจริงอันปวดร้าวของเธอ
“ผลประโยชน์และเงินมหาศาลมันไม่เข้าใครออกใครนะคุณ” เฟลิกซ์อธิบายสั้น ๆ ดวงตาของเขาฉายแววความจริงใจอย่างไม่ปกปิด
“และตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่ผมจะอธิบายให้คุณฟัง!”
“ถ้าไม่รีบหนีเราจะตายกันทั้งคู่” เจณิสาพยายามกดแผลต่อไป แม้จะรู้ว่าแรงกดของเธออาจสร้างความเจ็บปวดให้เขามากเพียงใดก็ตาม
