บทที่ 9 บนเส้นด้าย

การประชดประชันของเจณิสาได้สิ้นสุดลงแล้ว เพราะตอนนี้เธอไม่ได้แคร์แฟนหนุ่มที่ทรยศหักหลังอีกต่อไป การกระทำของเธอจึงไม่ใช่การแสดงละคร แต่คือการประกาศอิสรภาพอย่างแท้จริง และการโอบกอดของเฟลิกซ์ก็ไม่ได้มีเจตนาเพื่อข่มขู่หรือบังคับ แต่เป็นการยินยอมพร้อมใจกันอย่างเท่าเทียม

จูบที่ตามมานั้นจึงดูดดื่มและรุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรกที่เธอจงใจประชดแฟนหนุ่มหลายเท่า มันคือการปลดปล่อย ความเป็นกุลสตรีที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยความเจ็บปวด

ในฐานะคุณหมอผู้เพียบพร้อมด้วยหน้าที่การงานและภาพลักษณ์ที่ดี เจณิสาต้องเก็บซ่อน ความต้องการทางเพศ และแรงปรารถนาตามธรรมชาติไว้ภายใต้กรอบของความเป็นกุลสตรี แต่เมื่อเธอถูกทรยศหักหลังจากคนที่รักอย่างแสนสาหัส เส้นกั้นทางศีลธรรมนั้นก็ขาดสะบั้นลง

มาเฟียหนุ่มได้ถ่ายทอดอารมณ์ดิบเถื่อนและไฟปรารถนาที่พุ่งพล่านออกมาผ่านรอยจูบนั้น และจูบของเขาก็คือตัวจุดชนวน มันคือการระเบิดเวลาครั้งใหญ่ของอารมณ์ที่เก็บกด ความเจ็บปวด ความแค้น และความต้องการที่ถูกเก็บซ่อนไว้ มันถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง ริมฝีปากของเธอบดขยี้ริมฝีปากของเขาอย่างกระหาย เจณิสาเปลี่ยนน้ำตาแห่งความชอกช้ำให้กลายเป็นความมัวเมาในรสกามารมณ์อย่างสิ้นเชิง

แต่ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม... สัญชาตญาณความเป็นมาเฟียของเฟลิกซ์ก็ส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง!

เขาผละจูบออกมากลางคัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นในทันที ความเร่าร้อนทั้งหมดสลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาไม่สบตาเธอ แต่จ้องไปยังเงาสะท้อนของแก้วมาร์ตินีที่วางอยู่ และเธอกำลังจะยกมันขึ้นดื่มอีกครั้ง

“ระวัง!!!!”

เสียงตวาดของเฟลิกซ์ฉีกบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกให้ขาดสะบั้น เขาไม่รอให้เจณิสาได้เอ่ยถาม ก่อนจะทิ้งตัวดันโซฟาและร่างของเธอพลิกกลับไปด้านหลังอย่างรุนแรงจนร่างบางหล่นลงมากระแทกพื้น

ปึ้ก!... ปึ้ก!...ปึ้ก!...

ปืนเก็บเสียงดังขึ้นติดต่อกันหลายนัดราวกับเสียงเคาะประตูของมัจจุราช กระจกบริเวณด้านหลังที่ทั้งคู่นั่งอยู่แตกละเอียด เศษแก้วและเครื่องดื่มราคาแพงสาดกระเซ็นไปทั่ว ความโกลาหลระเบิดขึ้นทันที

แสงไฟดิสโก้ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟจากกระบอกปืน เสียงกรีดร้องดังระงมของผู้คนที่เริ่มรู้ว่ามีเหตุร้ายต่างพากันวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด

เฟลิกซ์ประคองร่างของเจณิสาให้ซ่อนอยู่หลังโซฟา ซึ่งตอนนี้มันพลิกกลับด้านและกลายเป็นที่กำบังชั่วคราวได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่เขาจะกระชากปืนพกกระบอกเล็กจากเอวออกมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาฉายแววดุดันราวกับสิงโตที่ถูกต้อนเข้ามุม

“คุณก้มหัวไว้นะ!!!” เขาบอกเธอเสียงเข้ม พลางยิงสวนออกไปหนึ่งนัดเป็นการตอบโต้

เจณิสาหวาดกลัวจนหน้าซีด กลิ่นดินปืนปะปนกับกลิ่นวิสกี้และกลิ่นคาวเลือด ทำให้ทุกประสาทสัมผัสของเธอตื่นตัวอย่างรุนแรง อะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน จนความมึนเมาจากแอลกอฮอล์มลายไปสิ้น

“พวกนั้นมันจะฆ่าคุณเหรอ!” เธอตะโกนถาม

“ใช่!!...พวกมันมาตามเช็กบิลผม!” เฟลิกซ์ตอบห้วน ๆ พลางยิงไปยังร่างของชายใส่สูทสองคนที่ตรงเข้ามาจะเล่นงานเขา และหนึ่งในนั้นก็ถูกกระสุนปืนของเขาล้มลง เลือดสีเข้มสาดกระเซ็นลงบนพื้นของคลับหรู

เฟลิกซ์เหลือบมองเจณิสาที่ใบหน้าซีดเผือด แต่ในแววตาของเธอยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดอยู่เคียงข้าง มาเฟียหนุ่มรู้ทันทีว่าตอนนี้เขามีภาระเพิ่มขึ้น นอกจากจะต้องเอาตัวรอดจากการตามล่าแล้ว เขายังต้องคอยดูแลคุณหมอสาวผู้ประชดชีวิตอีกคน เธอไม่น่าหลงเข้ามาอยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยคมกระสุนของเขาเลย!

“คุณหมอ! รีบหนีไปก่อน มันอันตราย!” เฟลิกซ์ตวาดเสียงดังลั่น ขณะที่เสียงปืนเก็บเสียงและไม่เก็บเสียงของกลุ่มมาเฟียคู่อริยังคงดังสลับกับเสียงกรีดร้องของผู้คน

“แล้วคุณล่ะ!” เจณิสาถามกลับทันควัน ความห่วงใยที่เธอมีต่อเขานั้นรุนแรงกว่าความกลัวตายเสียอีก

“ผมจะรีบตามไป!!” เฟลิกซ์ยิงกราดชายชุดใส่สูทคนแรกเพื่อเปิดทางให้เธอหนี ก่อนจะคว้าขวดวิสกี้ราคาแพง ที่หล่นอยู่ยื่นให้เธอ

“เอาปืนติดไปด้วย! เผื่อคุณหมออาจจะต้องใช้มัน!” เฟลิกซ์สั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมยื่นปืนพกกระบอกเล็กที่เหน็บอยู่ข้างเอวให้เธอ

เจณิสารับปืนกระบอกนั้นมาถือเอาไว้แน่น ราวกับว่ามันเป็นอาวุธเดียวที่เธอมี แม้มือจะสั่นเทิ้มด้วยความกลัว แต่เธอก็ยึดกุมมันไว้ด้วยสัญชาตญาณ

“ฝากเอาขวดวิสกี้ ไปให้ผมด้วย!” เขาตะโกนตามหลังเธอ มันช่างเป็นคำสั่งที่บ้าบิ่นที่สุดท่ามกลางคมกระสุน!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป