บทที่ 2 บทที่1 หนีงานแต่งกลางดึก (2)
ต่างกันตรงที่เขาหนีไปทะเล ส่วนเธอหนีเข้ามาในเมืองที่เต็มไปด้วยคาสิโน แสงไฟ และคนที่เอาชีวิตตัวเองขึ้นโต๊ะพนันได้โดยไม่กะพริบตา
“เธอคิดว่าตัวเองฉลาดมากใช่ไหม” ลั่วจิ้งถิงถาม
“พ่อสอนหนูเองค่ะ เวลาจะเจรจากับใคร ต้องจับให้ได้ว่าเขากลัวอะไรที่สุด”
“ฉันไม่ได้สอนให้เธอใช้กับพ่อตัวเอง”
“งั้นพ่อก็ไม่ควรยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามหนูสิคะ”
พูดออกไปแล้ว ทั้งสองฝั่งก็เงียบพร้อมกัน เหมือนมีอะไรบางอย่างขาดผึงอยู่กลางสาย
สุดท้ายลั่วจิ้งถิงพูดเพียงว่า “ฉันให้เวลาเธอสามวัน”
“พ่อคะ...”
“สามวัน ถ้ายังไม่กลับมา ฉันจะให้คนไปรับเอง”
สายถูกตัด
ลั่วหมิงซูยืนอยู่กลางสนามบินที่คนยังเดินสวนกันไปมา เสียงประกาศเที่ยวบินดังขึ้นอีกครั้ง แต่เธอแทบไม่ได้ยิน
สามวัน ฟังเหมือนให้เวลา แต่ความจริงคือกำหนดเส้นตาย
เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วลากกระเป๋าเดินทางออกไปด้านนอก ประตูอัตโนมัติเปิดออก ลมชื้นของมาเก๊าพัดเข้าปะทะหน้า กลิ่นทะเลผสมกลิ่นฝนค้างอากาศ ลั่วหมิงซูมองแสงไฟไกล ๆ ของเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกขำตัวเอง
คนอื่นมาเก๊าเพื่อเสี่ยงโชค ส่วนเธอมาเพื่อหนีงานแต่งก็ถือว่าเดิมพันเหมือนกัน
“คุณหนูลั่ว”
เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านข้าง
ลั่วหมิงซูหันไป เห็นลั่วซูเหยายืนรออยู่ข้างรถสีดำคันหนึ่ง อาหญิงของเธอสวมเดรสสีเข้ม เรียบหรูเหมือนทุกครั้ง แต่แววตาไม่เหมือนคนในบ้านใหญ่ ไม่ตัดสิน ไม่เร่ง ไม่ทำเหมือนเธอเป็นเด็กดื้อที่ต้องจับส่งคืนผู้ปกครอง
ลั่วหมิงซูยิ้มออกมาจริง ๆ เป็นครั้งแรกในคืนนั้น “อาหญิง”
ลั่วซูเหยามองกระเป๋าในมือเธอ “หนีงานแต่งทั้งที เอาของมาแค่นี้?”
“หนีเอาชีวิตรอดค่ะ ไม่ได้ย้ายบ้าน”
“ยังพูดเล่นได้ แสดงว่ายังไม่โดนพ่อเธอด่าจนเละ”
“โดนแล้วค่ะ แต่ชินแล้ว”
คำว่า “ชินแล้ว” ทำให้ลั่วซูเหยาเงียบไปนิดหนึ่ง
ลั่วหมิงซูทำเหมือนไม่เห็น เธอเดินไปขึ้นรถเอง ภายในรถมีกลิ่นไม้จันทน์อ่อน ๆ แอร์เย็นพอดี เบาะนุ่มจนคนที่วิ่งวุ่นมาตลอดวันแทบอยากหลับทันที
รถเคลื่อนออกจากสนามบิน แสงไฟริมถนนไหลผ่านกระจกเป็นเส้นยาว ลั่วซูเหยามองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนถาม
“ไม่อยากแต่งกับซูเจ๋ออันจริง ๆ หรือแค่ไม่อยากถูกบังคับ”
“สองอย่างนี้ต่างกันด้วยเหรอคะ”
“ต่างสิ ถ้าแค่ไม่อยากถูกบังคับ เธออาจยอมถ้าเปลี่ยนวิธีพูด แต่ถ้าไม่อยากแต่งกับเขาจริง ๆ ต่อให้ใครพูดยังไง เธอก็ไม่ยอม”
ลั่วหมิงซูมองออกไปนอกหน้าต่าง “เขาเป็นเพื่อนที่ดีค่ะ”
“แต่ไม่ใช่คนรัก”
“ค่ะ”
ลั่วซูเหยาพยักหน้า แล้วจู่ ๆ ก็ถามขึ้น “แล้วซูเยว่ไป๋ล่ะ”
ปลายนิ้วของลั่วหมิงซูหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที แค่เสี้ยววินาทีเดียว แต่มากพอให้อาหญิงเห็น “อาหญิง นี่สอบสวนเหรอคะ”
“เปล่า แค่ถามเล่น”
“ถามเล่นถึงผู้ชายที่ไม่ควรถามถึงเนี่ยนะคะ”
ลั่วซูเหยายิ้มบาง ๆ “แปลว่าถามถูกคน”
ลั่วหมิงซูไม่ตอบ ชื่อ ซูเยว่ไป๋ เหมือนฝุ่นเก่าที่เธอพยายามปัดทิ้ง แต่พอมีใครสักคนเปิดหน้าต่าง ลมก็พัดมันกลับเข้ามาอีก
เขาเป็นพี่ชายของซูเจ๋ออัน เป็นคนที่เธอเคยมองตามตั้งแต่เด็ก สุภาพ สะอาด ห่างไกล และไม่เคยมองเธอในแบบที่เธอเฝ้าหวังจริง ๆ สักครั้ง
“หนูกับเขาไม่มีอะไรค่ะ”
“ฉันยังไม่ได้บอกว่ามี”
“แต่อาหญิงทำหน้าเหมือนรู้ว่ามี”
“งั้นเธอก็ทำหน้าเหมือนกลัวว่าฉันจะรู้”
“...” ลั่วหมิงซูหันกลับไปมองไฟนีออนข้างทางทันที
มาเก๊าตอนกลางคืนสวยเกินไป สว่างเกินไป และอันตรายเกินไป แสงจากโรงแรมหรูสะท้อนบนกระจกตึกสูง ขณะที่ตรอกเก่าแบบโปรตุเกสด้านข้างมืดจนแทบมองไม่เห็นปลายทาง
เหมือนเมืองนี้มีสองหน้า หน้าหนึ่งไว้ให้คนรวยใช้เดิมพัน อีกหน้าหนึ่งไว้กลืนคนที่แพ้
“อาหญิงจะช่วยจองตั๋วฮาวายไว้บังหน้าด้วยใช่ไหมคะ”
“ฉันจองตั๋วไว้หลอกสายตาคนที่บ้านให้ได้ ส่วนเธอจะไปจริงหรือไม่ไปก็อีกเรื่อง”
“อาหญิงดีที่สุดเลยค่ะ”
“อย่าเพิ่งรีบประจบ” ลั่วซูเหยาหันมามองเธอ “ฉันมีเงื่อนไข”
ลั่วหมิงซูรู้ทันทีว่าคืนนี้ยังไม่จบง่าย ๆ “เงื่อนไขอะไรคะ”
“ช่วยฉันดูเจียวเจียวหน่อย”
“เจียวเจียวเป็นอะไรคะ”
“ช่วงนี้กลับบ้านไม่เป็นเวลา เอาแต่ไปขลุกอยู่กับพวกเด็กบ่อนย่านเมืองเก่า ฉันยิ่งห้าม เด็กคนนั้นก็ยิ่งต่อต้าน แถมยังจองตั๋วไปนิวยอร์กโดยไม่คิดจะบอกใครด้วย”
ลั่วหมิงซูขมวดคิ้ว “อาหญิงอยากให้หนูลากตัวเธอกลับมา?”
“ฉันอยากให้เธอช่วยดูอย่าให้เจียวเจียวถลำลึกไปมากกว่านี้” น้ำเสียงของลั่วซูเหยาเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “โดยเฉพาะอย่าให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของตระกูลหาน”
บรรยากาศภายในรถเปลี่ยนไปทันที เสียงฝนเม็ดเล็กเริ่มตกกระทบกระจก
ลั่วหมิงซูมองหน้าอาหญิง “เจียวเจียวเข้าไปเกี่ยวข้องกับตระกูลหานแล้วเหรอคะ”
ลั่วซูเหยาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดรูปหนึ่งแล้วส่งให้เธอ ในรูปคือบัตรเชิญสีดำขอบทอง ด้านบนพิมพ์ชื่อคาสิโนของตระกูลหาน ส่วนด้านล่างมีชื่อแขกพิเศษอยู่หนึ่งบรรทัด
เยี่ยนเส้าเหิง
“ฉันเจอบัตรใบนี้อยู่ในรถของเจียวเจียว” ลั่วซูเหยาพูด “ถามว่าได้มาจากไหนก็ไม่ยอมบอก”
ลั่วหมิงซูอ่านชื่อนั้นช้า ๆ ไม่รู้ทำไม เพียงชื่อสามพยางค์กลับทำให้ลมทะเลนอกหน้าต่างดูเย็นขึ้นกว่าเดิม “เขาเป็นใครคะ”
ลั่วซูเหยามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงนีออนสีแดงสาดผ่านใบหน้าเธอวูบหนึ่ง “คนที่ฉันไม่อยากให้เจียวเจียวเข้าใกล้เด็ดขาด”
รถเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่มุ่งหน้าไปยังย่านคาสิโน ลั่วหมิงซูมองบัตรเชิญใบนั้นอีกครั้ง หนีงานแต่งมาไม่ถึงหนึ่งคืน เธอก็เหมือนถูกลากเข้ามาอยู่บนโต๊ะเดิมพันใหม่เสียแล้ว
