บทที่ 3 ข้อเสนอ

"นาย!! คนที่เคยหัวเราะเยาะฉันใช่ไหม...ใช่จริงๆด้วยนี่นาย" น้ำป่าขี้เกียจฟัง เขาจึงพูดแทรกขึ้นก่อนที่เธอจะร่ายยาวมากไปกว่านี้

"อ่านแล้วก็เซ็นให้เรียบร้อย" และนั่นใช่ว่าน่านฟ้าอยากจะถาม อยากจะรู้มากนักหรอก

อีกอย่างวันนั้นเป็นวันที่น่าอายที่สุดดันไปชนกับเขาทำให้กาแฟหกเลอะเสื้อของเขาและของเธอเอง พอเธอขอโทษและขอชดใช้โดยที่เธอจะซื้อเสื้อตัวใหม่คืนแต่พอรู้ยี่ห้อของเสื้อเลยทำให้เธอถึงกลับพูดไม่ออก เสื้อบ้าอะไรตัวละต้องเป็นหมื่น แต่สิ่งที่เขาทำ เขากลับหัวเราะอยู่ในลำคอราวกับว่ากำลังหัวเราะเยาะเธออยู่ น่าอายชะมัด

แผ่นหลังกว้างเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างเต็มที่ ตาคมจ้องมองไปยังหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆไล่มองไปทีละจุด ผมดำเงาซอยสั้น ใบหน้าจืดชืดซะไม่มี ไหนจะแว่นตาอันใหญ่ๆ แล้วนั่นอะไร แก้มป่องอะไรขนาดนั้นอมลูกอมเอาไว้อยู่หรือไง อายุยี่สิบสองจริงไหมเนี่ย

จู่ๆน้ำป่าก็ยื่นมือไปจิ้มแก้มป่องๆในขณะที่น่านฟ้ากำลังอ่านสัญญาอย่างตั้งใจ

"โอ้ยย!! นี่คุณ"

"เออ..อ๋อ ผมเห็นมดน่ะ เขี่ยออกให้แล้ว"

"มด! แค่เขี่ยออกที่ไหน เห็นไหมแก้มฉันต้องแดงแน่ๆกดมาซะแรงเชียว"

"..."

"เจ็บชะมัด" น่านฟ้ายู่หน้าแล้วมองค้อนใส่คนตรงหน้าไปหนึ่งที

น้ำป่าได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่วูบไหวเพียงเล็กน้อย ผู้หญิงอะไรโวยวายเก่ง ดูสินั่นใส่ชุดทำงานอะไรดูพะรุงพะรังไปหมด น้ำป่าค่อยๆเหลือบมองไปที่ใต้โต๊ะก็เห็นว่าเธอใส่กางเกงขายาวพองๆรองเท้า...ผ้าใบ...เทรนด์ใหม่หรือไง

"นี่คุณ!! ข้อนี้หมายความว่ายังไง" น่านฟ้าถามความหมายของข้อสัญญาด้วยแววตาที่เป็นประกาย

"ก็ตามที่ระบุ.." ทำไมเมื่อกี้ เขายิ้ม..เขายิ้มให้เธองั้นเหรอ เมื่อน้ำป่านึกได้เขาก็หันไปหาอเลสซิโอกับยากุ ทั้งสองรู้ได้ทันทีว่านายเขาอยากจะรู้หรืออยากจะถามอะไร ทั้งสองจึงได้พยักหน้ารับพร้อมกันทั้งสองคนเพราะอเลสซิโอกับยากุ เห็นกับตาว่าเจ้านายของเขายิ้ม

"นี่! เซ็นๆไปเถอะ ฉันไม่เอาเธอไปค้ามนุษย์หรอก"

น่านฟ้าอ่านสัญญาทีละข้ออย่างละเอียด(หึ..แค่ผ่านๆ) และที่มาของสัญญนี้ก็คือพ่อเธอเป็นหนี้ที่กาสิโนถึงแม้จะชดใช้ไปแล้วแต่ทว่าดอกเบี้ยที่มันงอกเงยทุกวัน พ่อของเธอไม่มีให้ เงินในบัญชีกับบ้านก็ไม่เหลือ ไม่เหลืออะไรให้เธออีก เป็นเพราะแบบนี้นี่เอง

น่านฟ้ากลั้นน้ำตาเอาไว้ เธอยอมรับสภาพกับสิ่งที่เป็น และผลที่ตามมา เพราะเป็นพ่อของเธอเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน และเธอก็เข้มแข็งพอเธอผ่านมาหมด ทุกอุปสรรคเพราะเธอเติบโตมากับพ่อแค่สองคน แม่เธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตั้งแต่เธอเรียนชั้นประถม ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วเธอสามารถไปอยู่บ้านตากับยายที่ฝรั่งเศสได้ แต่เธอเลือกจะอยู่กับพ่อของเธอมากกว่า

"เดี๋ยวคุณ! แค่ปีเดียวแน่นะ เซ็นใบหย่าเมื่อไหร่คุณก็จะเปิดร้านเสื้อผ้าให้ฉันที่ฝรั่งเศส..จริงๆใช่ไหม"

'ทำไมเขาถึงรู้ว่าเราอยากเปิดร้านที่ฝรั่งเศส หรือว่าจะบังเอิญ' น่านฟ้ารอคำยืนยันอย่างใจจดใจจ่อ เธอดีใจจนไม่ได้อ่านสัญญาหน้าสุดท้าย

"แน่นอน ยิ่งกว่านั้นถ้าเธอทำได้ดี เธออยากได้อะไรฉันก็จะให้หมด" น้ำป่าพูดด้วยน้ำเสียงหนักเบาต่างกัน

น่านฟ้าแค่ฟังคำจากคนตรงหน้าพลางก้มหน้าลงรีบเซ็นสัญญา เพื่อตอบตกลงทันที...สิ่งที่น่านฟ้าทำยิ่งทำให้น้ำป่าเข้าใจว่าเธอก็เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ เพียงแต่ว่าเธอคนนี้คงไม่ทางที่จะหลงรักเขาอย่างแน่นอน เพราะเมื่อถึงตอนนั้นมันคงจะยุ่งยากเกินไป

"เรียบร้อย จะไปอิตาลีเมื่อไหรก็บอกแล้วกัน ฉันไปล่ะ" น่านฟ้าขยับเก้าอี้ออกเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืน

"เดี๋ยว!! นั่นจะไปไหน" น้ำป่าเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยก่อนจะถามออกไป

"กลับบ้านไง บ้าน เข้าใจไหม บ้านน่ะ"

"เธอนี่มัน! ฉันจะไปรอที่รถ ยากุจัดการด้วย" น้ำป่ากำลังคิดว่า นี่เขาเลือกถูกคนแล้วใช่ไหม เขาได้แต่ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ

"ครับนาย"

"อะไรเหรอ"

"คุณต้องย้ายไปอยู่กับนายที่เพนท์เฮ้าส์ครับ แล้วอีกอย่างบ้านของคุณเป็นกรรมสิทธิ์ของนายผมเรียบร้อยแล้วครับ" ยากุพูดพร้อมกับเปิดสัญญาหน้าแรก มันเป็นข้อย่อยออกมาและน่านฟ้าก็พลาด

ร่างบางได้แต่ยืนนิ่งเพื่อตั้งสติก่อนจะถามยากุออกไป

"มีข้อไหนอีกไหม"

"เมื่อกี้คุณอ่านหมดแล้วนะครับ แล้วอีกอย่างคุณเองก็เซ็นสัญญาแล้ว เชิญครับ เดี๋ยวนายจะรอนาน"

ภายในรถยนต์คันหรู ที่มีที่นั่งกว้างใหญ่จนทำให้น่านฟ้ารู้สึกว่ามันกว้างเกินไปจนเกินที่ว่างตรงกลางค่อนข้างเยอะ เธอจึงเลือกที่จะเอากระเป๋าสะพายใบใหญ่วางไว้ตรงกลาง ระหว่างเธอกับเขา

"เออคุณ"

"มีอะไรอีก"

"เสื้อผ้าฉัน ยังไม่ได้เอามาจากบ้านเลย"

"ฉันให้คนเอามาให้แล้ว...ทุกอย่าง" น้ำป่าจงใจเน้นคำว่าทุกอย่างให้น่านฟ้าได้คิดตาม และนั่นมันทำให้เธอถึงกลับเบิกตากว้างทันที

'แย่แล้ว เสื้อใน กางเกงใน ผ้าอนามัย ซิลิโคน'

"เป็นอะไร" น้ำป่าถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอทำหน้าตาราวกับว่ามีเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายหรือไง

"คุณ.." น่านฟ้ามองที่ดวงตามีเสน่ห์อย่างล้ำลึก พลางเม้มปากแน่นด้วยความประหม่า ผู้ชายคนนี้กำลังทำเธอเสียอาการเมื่อได้อยู่ใกล้กัน

"เรียกฉันว่าคุณน้ำป่าไม่ได้สิ คนแต่งงานกันต้องมีคำเรียกแทนชื่อ...เรียกฉันว่าเฮียป่า แม่กับพ่อจะได้ไม่สงสัย"

"ฉันต้องรู้เรื่องอะไรอีกไหม นอกเหนือจากคุณเป็นเจ้าของผับและกาสิโน"

"ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ได้ฟังไหม เรียกฉันว่าเฮียป่า" คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มแล้วกดต่ำลง

"..." แต่ดูเหมือนน่านฟ้าจะไม่ได้รับรู้อะไรอีก เพราะตอนนี้เธอกับอับอายกับชุดชั้นในเชยๆ เสื้อผ้าเก่าๆที่ถูกเธอดัดแปลงจนเธอไม่ได้สนใจหรือฟังคนข้างกายเลยแม้แต่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป