บทที่ 5 โกหกลูกอีกแล้ว
"...ไม่เชื่อในเรื่องของความรักจนกระทั่งได้เจอกับคุณ" น่านฟ้าอ่านบรรทัดนี้จบเธอก็เห็นวงเล็บเอาไว้ว่า เผื่อแม่ของเขาถาม เขาจะตอบแบบนี้
"จริงสินะ เราแค่ทำตามสัญญาจะมาคิดมากอะไรกับอีแค่ประโยคนี้"
น่านฟ้าปิดหนังสือลง แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า "โอ้โห้..เสื้อผ้าเยอะมาก นี่เขาซื้อให้เราหมดเลยเหรอ"
มือเล็กจับบายเสื้อผ้าในตู้ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางของเธอที่วางแอบๆไว้ในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะรื้อออกมา จับแขวนในตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย
"อาบน้ำนอนดีกว่า พรุ่งนี้อีกยาวไกล" ก่อนที่เธอจะเข้าไปอาบน้ำเธอก็ได้ส่งข้อความไปหารสาเพื่อขอลางานในช่วงเช้า ถ้าเสร็จธุระเธอจะรีบเข้าไปทำงาน
ห้องรับแขก
น้ำป่าเปิดแท็บเล็ตเพื่อดูอีเมล์ต่างๆพร้อมตอบกลับไปยังผู้ที่ร่วมลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท ตอบกลับการร่วมงานประมูลต่างๆแล้วเปิดดูกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของผับ กาสิโนรวมไปถึงความเรียบร้อยของตัวตึก ที่เขาเป็นเจ้าของตึกกว่าสิบแห่ง กระจายอยู่หลายหลายประเทศที่เขาร่วมลงทุน เขาชอบการลงทุนอะไรที่ทำเงินได้ เขาก็อยากจะเสี่ยงทำถึงแม้บางครั้งจะมีคนพูดว่าอย่าทำเลย อย่าลงทุน ตึกนี้ซื้อไปก็ทำอะไรไม่ได้ และอีกหลายๆคำเตือนที่เขาจะได้รับจากนักลงทุนหัวโบราณ แต่คงไม่ใช่กับเขา
ร่างสูงกำยำลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินขึ้นไปห้องของตัวเอง แววตาคมเหลือบมองที่หน้าประตูห้อง ห้องที่เคยว่างแต่ตอนนี้...เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว สิ่งที่เขาต้องการคือ อยากให้ผ่านพ้นงานวันเกิดของแม่เขา และการที่เขากลับบ้านใหญ่ครั้งนี้กับภรรยาคงเป็นที่พูดออกไปเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน
อันดับแรก เขาต้องเตือนตัวเองว่าห้ามนุ่งผ้าขนหนูตัวเดียวออกมาจากห้องอย่างเด็ดขาด
น่านฟ้านอนพลิกตัวไปมาอยู่บนที่นอนขนาดใหญ่ เปลือกตาบางพยายามข่มตาให้หลับแต่ทว่ายิ่งพยายามมันกลับยิ่งนอนไม่หลับและเหมือนกับว่า ตอนนี้เธอตาสว่างเสียอย่างงั้น จนน่านฟ้าต้องเปลี่ยนจากนอนกลิ้งไปมาบนที่นอน เปิดประตูออกจากห้องนอนแล้ว เดินไปข้างล่าง หานมมาอุ่นให้ร้อนๆแล้วดื่ม เผื่อจะช่วยได้บ้าง
น่านฟ้าเธอใช้ไฟจากโทรศัพท์มือถือเพื่อเพิ่มความสว่างจากโคมไฟดวงน้อยๆที่ติดเอาไว้ตามระหว่างทางเดิน
"จะหรูไปไหนเนี่ย อยู่ก็อยู่คนเดียว..." ถึงแม้เธอจะพูดบ่นออกไปแบบนั้น แต่ภายในใจของเธอกลับคิดว่า มันน่าอยู่มากๆ เธออยากจะมีบ้านมีห้องสวยๆแบบนี้และเธอก็คาดหวังหรือเกินว่า ความฝันของเธอจะเป็นจริงรวมถึงอาชีพของเธอ เธออยากเป็นดีไซเนอร์ เป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก
ภาพจำของน่านฟ้าก็คือ เธอถูกปลูกฝังมากับภาพที่แม่ของเธอตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับเธอกับพ่อและรวมไปถึงตากับยายที่อยู่เมืองบอร์กโดซ์ ชุดที่เธอใส่ไปทำงาน และชุดอยู่บ้านบางชุด บางตัว ล้วนแต่เป็นชุดที่แม่ของเธอตัดใส่เองแต่แม่กลับไม่ใส่ เพราะอุบัติเหตุที่พรากชีวิตของแม่เธอไปตั้งแต่เธออยู่ชั้นประถมปีหก
ตั้งแต่น่านฟ้าจำความได้ แซลลี่แม่ของเธอที่ชื่นชอบการตัดเย็บเป็นชีวิตจิตใจ ทุกครั้งที่ออกจากบ้านก็เพื่อไปเดินเลือกซื้อผ้าเมตรสวยๆ หลายลวดลายและหลากสีรวมไปถึงอุปกรณ์การตัดเย็บ ต่อให้มีคนช่วยถืออีกกี่คนบอกได้เลยว่าเต็มไม้เต็มมือกันทุกคน เมื่อนึกถึงก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เพราะพ่อของเธอหิ้วถุงกระดาษออกจากร้านมาไม่หมดทำให้พ่อต้องเดินย้อนกลับไปเอา พอนึกถึงตรงจุดนี้ยิ่งขำพ่อของเธอเข้าไปใหญ่ เพราะพ่อจำไม่ได้ว่าแม่ซื้อร้านไหนเพราะแม่เล่นเข้าออกร้านผ้าเป็นว่าเล่น แล้วตอนสุดท้ายเป็นแม่ต้องออกตามหาพ่อ เพราะจนมืดค่ำพ่อก็ไม่ยอมกลับมาบ้านเสียที ปรากฏว่าไม่มีร้านไหนบอกว่ามีถุงผ้าวางเอาไว้อยู่เลยสักร้าน พ่อคงจะกลัวว่าแม่จะโกรธเลยยังไม่กล้าเข้าบ้านในตอนนั้น
"ไม่รู้ว่าป่านนี้พ่อจะเป็นยังไงบ้าง ไม่เห็นโทรมาหาเสียที" น่านฟ้าคิดในใจว่าคงเป็นไปไม่ได้หรอกที่พ่อเธอจะไปหาตากับยาย ขนาดแม่ชวนไปเที่ยวพ่อก็ยังไม่ไปเลย น่านฟ้าถอนหายใจออกมาแรงๆก่อนจะพูดออกมา
"โกหกลูกอีกแล้ว"
สองเท้าใหญ่ที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลมากนักจากจุดที่น่านฟ้ายืนอยู่ เขาได้ยินประโยคที่เธอพูดถึงพ่อ ที่ว่าไม่โทรมาหาเธอเสียทีรวมไปถึงประโยคหลัง นั่นทำให้เขาคิดว่า พ่อของน่านฟ้าคงจะโกหกจนติดเป็นนิสัยไม่เว้นแม้แต่ตัวเขาเอง
เช้าวันรุ่งขึ้น
น้ำป่าเดินออกจากห้องนอนพร้อมกับชุดสูทสีเข้มทรงผมที่เนี้ยบทำให้วันนี้เขาดูหล่อกว่าทุกวัน เพราะอเลสซิโอยังเอ่ยปากชมคนเป็นเจ้านายด้วยน้ำเสียงที่สดใส
"วันนี้เจ้านายของผมดูหล่อจนผิดปกตินะครับ"
น้ำป่ามองอเลสซิโอผ่านกระจกที่ตัวเองยืนส่องอยู่ด้วยแววตาเรียบนิ่งแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป
"เธอตื่นหรือยัง..ไม่สิเธอออกมาจากห้องหรือยัง"
"ยังครับนาย"
น้ำป่าเดินนำออกจากห้อง สายตาคมอดไม่ได้ที่จะมองไปยังประตูห้องที่อยู่ตรงกันข้าม พลางยกข้อมือที่มีนาฬิกาบอกเวลาว่า ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดนาฬิกา ยี่สิบนาที
"แต่งตัวเสร็จหรือยังนะ?"
"ให้ผมเรียกไหมครับนาย"
"ไม่เป็นไร เรายังมีเวลา"
อเลสซิโอเดินตามน้ำป่าไปเงียบๆ ด้วยความรู้สึกแปลกใจบางอย่าง ว่านายของเขาเป็นคนใจเย็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
เป็นเพราะวันนี้เธอต้องไปสถานที่ราชการทำให้เธอต้องแต่งตัวเรียบร้อยกว่าทุกวัน น่านฟ้าไม่ใช่คนสวยจนทำให้ใครต้องเหลียวหลังมอง แต่ตรงกันข้ามเธอเป็นคนที่มีเสน่ห์หากว่าได้พูดคุยกับเธอก็จะรู้ได้ในทันที
่น่านฟ้าเธอใส่เสื้อแขนตุ๊กตาคอกลมติดกระดุมสุดความยาวของเสื้อที่หายเข้าไปในกระโปรงทรงหางปลาบานยาวเลยเข่า เดินลงบันไดพร้อมกับมองชายหนุ่มที่กำลังเงยหน้ามองเธออยู่เช่นกัน และทันทีที่เธอเดินลงมาถึง น้ำป่าก็เดินออกไปทันทีโดยไม่รอหรือเรียกให้เธอตามมา ราวกับว่าให้เธอได้เรียนรู้เอง
