บทที่ 1 การพบกันที่ไม่ได้เตรียมใจ

บทที่ 1 การพบกันที่ไม่ได้เตรียมใจ

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในโรงพยาบาลเอกชนระดับรอง ไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ่มในอกของนายแพทย์คณินลงได้แม้แต่น้อย

ร่างสูงใหญ่ในชุดกาวน์สีขาวก้าวเดินด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและเร่งรีบจนเหล่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เดินสวนทางมาต้องรีบหลบทางให้ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยความเรียบเฉยเยือกเย็น บัดนี้ตึงเครียดจนกล้ามเนื้อบริเวณขมับกระตุกเกร็ง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาสาดประกายดุดันผสมผสานกับความตื่นตระหนกที่ถูกซุกซ่อนไว้มิดชิด

จุดหมายของเขาคือห้องฉุกเฉินที่อยู่สุดทางเดิน

สิบห้านาทีก่อนหน้านี้ ขณะที่เขากำลังตรวจเช็กรายงานการประชุมของศูนย์การแพทย์ระดับวีวีไอพีที่ตนเองดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ระบบฐานข้อมูลเครือข่ายที่เขาแอบฝังโปรแกรมแจ้งเตือนไว้ ได้ส่งสัญญาณเคสผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีประวัติเชื่อมโยงกัน

ชื่อและนามสกุลที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาหัวใจของหมอหนุ่มกระตุกวาบราวกับถูกกระชากอย่างแรง

‘พิมพ์นารา วงศ์วิวัฒน์’ ผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสองเดือนก่อน ผู้หญิงที่เขาพลิกแผ่นดินตามหาจนแทบจะกลายเป็นบ้า นอนสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะฝันว่าเธอถูกคนของพ่อเขาทำร้าย บัดนี้เธอกลับปรากฏตัวขึ้นในสภาพผู้ป่วยฉุกเฉิน

บานประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักออกด้วยแรงที่มากพอจะทำให้บานพับสั่นสะเทือน แพทย์เวรและพยาบาลที่กำลังวุ่นวายอยู่หน้าเตียงผู้ป่วยหันมามองด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบก้มหัวทำความเคารพเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือน

คณินไม่ได้สนใจสายตาของใคร เขาสืบเท้าเข้าไปประชิดเตียงผู้ป่วยทันที

ภาพตรงหน้าทำเอาลมหายใจของเขาแทบสะดุด หญิงสาวที่คุ้นตากำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ใบหน้าหวานที่เคยมีเลือดฝาดบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผาก ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแต่แผ่วเบาจนคนมองรู้สึกปวดร้าวในอก

มือหนาที่เคยจับมีดผ่าตัดได้อย่างมั่นคง บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมออกไปหมายจะสัมผัสพวงแก้มซีดเซียว แต่เขาก็ต้องชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ เมื่อเปลือกตาของคนบนเตียงค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น

พิมพ์นารากะพริบตาปรับแสงไฟนีออนที่ส่องสว่าง ความรู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะและอาการคลื่นไส้ยังคงตีตื้นอยู่บริเวณลำคอ แต่เมื่อดวงตาปรับโฟกัสจนเห็นใบหน้าของผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเตียงชัดเจน หัวใจของเธอก็หล่นวูบไปอยู่ที่ปลายเท้า

"คุณคิณ..."

เสียงหวานแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่สั่นระริก สัญชาตญาณเอาตัวรอดและความหวาดกลัวต่ออำนาจของบิดาเขาสั่งให้เธอขยับตัวหนี พิมพ์นาราพยายามยันกายลุกขึ้นและถดตัวไปฝั่งตรงข้ามของเตียง แต่ร่างกายที่อ่อนแอกลับทรยศ

"จะไปไหน"

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้น พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเล็ก บีบกระชับไว้แน่นราวกับคีมเหล็กเพื่อป้องกันไม่ให้เธอขยับหนีไปไหนได้อีก "หายหัวไปตั้งสองเดือน พอเจอหน้าฉันก็คิดจะหนีอีกงั้นหรือ"

"ปล่อยฉันเถอะค่ะ" พิมพ์นาราพยายามแกะมือเขาออก น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้า "คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉันแล้ว ปล่อย..."

"ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือ" คณินแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะกิด "เธอทิ้งฉันไปโดยไม่บอกลาแม้แต่ข้อความเดียว ปล่อยให้ฉันตามหาเหมือนคนบ้า แล้วยังกล้าพูดเรื่องสิทธิ์กับฉันอีกหรือพิมพ์นารา"

"เอ่อ... ท่านผู้อำนวยการครับ..." เสียงของแพทย์เวรดังแทรกขึ้นมาด้วยความประหม่า ทำลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างคนทั้งสอง

คณินปรายตามองแพทย์รุ่นน้องด้วยสายตาที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่ขัดใจ "มีอะไร รายงานอาการคนไข้มา" เขาสั่งเสียงห้วน ปล่อยมือจากต้นแขนบางแต่เปลี่ยนมาเป็นการยืนตระหง่านขวางทางลงจากเตียงไว้ทุกช่องทาง

แพทย์เวรกลืนน้ำลายลงคอ พลิกแฟ้มประวัติในมือด้วยความรวดเร็ว "คนไข้มีอาการหน้ามืดและเป็นลมหมดสติบริเวณหน้าแผนกสูตินรีเวชครับ ผลตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์เบื้องต้นออกแล้ว..."

พิมพ์นาราเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอพยายามส่ายหน้าส่งสัญญาณให้แพทย์เวรหยุดพูด แต่สายตาดุดันของคณินที่จ้องมองแพทย์เวรอยู่ทำให้ไม่มีใครกล้าละเลยคำสั่ง

"ว่ามา" คณินเร่งเร้า

"คนไข้ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วครับ อาการหน้ามืดเกิดจากภาวะแพ้ท้องและพักผ่อนไม่เพียงพอ"

ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องฉุกเฉินชั่วขณะ

คณินยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง ก่อนจะค่อยๆ หรี่ลงและจับจ้องไปยังหน้าท้องแบนราบที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มของพิมพ์นารา

แปดสัปดาห์... สองเดือน... มันคือช่วงเวลาที่เธอหายตัวไปพอดี

ความจริงที่กระแทกหน้าทำให้เขาต้องขบกรามแน่น ความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งสูงปรี๊ดถูกแทนที่ด้วยความหวงแหนและสัญชาตญาณการปกป้องที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว ผู้หญิงคนนี้อุ้มท้องลูกของเขาแล้วหนีไป เธอตั้งใจจะพรากสายเลือดของเขาไปซ่อนไว้... ซ่อนไว้ในที่ที่อันตรายและไร้การดูแลเช่นนี้

"เตรียมห้องพักฟื้นส่วนตัวระดับ VVIP" คณินหันไปสั่งแพทย์เวรด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ย้ายคนไข้เดี๋ยวนี้ แล้วส่งบอดี้การ์ดของฉันมาเฝ้าหน้าประตูสองคน ห้ามใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันเด็ดขาด"

"รับทราบครับท่านผู้อำนวยการ" แพทย์เวรรับคำและรีบสั่งการพยาบาลทันที

พิมพ์นารามองการกระทำอันเผด็จการนั้นด้วยความตื่นตระหนก เธอรู้ดีว่าคณินเป็นคนเด็ดขาดและทรงอิทธิพลแค่ไหน แต่การสั่งกักบริเวณเธอไว้แบบนี้มันล้ำเส้นเกินไปแล้ว

เมื่อเตียงผู้ป่วยถูกเข็นย้ายเข้ามาในห้องพักฟื้นที่หรูหรากว้างขวาง พยาบาลจัดการเชื่อมต่อสายน้ำเกลือจนเสร็จสิ้นและรีบถอยฉากออกไป ปล่อยให้คนทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง

บานประตูที่ปิดสนิทเปรียบเสมือนการปิดตายทางหนี พิมพ์นาราขยับตัวถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง สองมือกำผ้าห่มแน่นเพื่อระงับอาการสั่นเทา "คุณไม่มีสิทธิ์กักขังฉัน ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้"

บทถัดไป