บทที่ 3 ป้อมปราการบนยอดตึก

ขบวนรถอเนกประสงค์สีดำสนิทสามคันแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าทางเข้าส่วนตัวของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง บอดี้การ์ดร่างกำยำในชุดสูทก้าวลงมาเปิดประตูรถคันกลางอย่างรวดเร็ว คณินก้าวลงจากรถก่อนจะหันไปประคองพิมพ์นาราที่ยังมีใบหน้าซีดเซียวให้ก้าวตามลงมา

ตลอดการเดินทางไม่มีบทสนทนาใดๆ หลุดออกจากปากของคนทั้งสอง พิมพ์นารานั่งเงียบ มองออกไปนอกหน้าต่างราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต ในขณะที่คณินก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าจอแท็บเล็ตสั่งงานลูกน้องอย่างเคร่งเครียด

คณินทาบฝ่ามือลงบนแผงควบคุมหน้าลิฟต์ส่วนตัวเพื่อสแกนลายนิ้วมือและม่านตา บานประตูลิฟต์เหล็กกล้าเปิดออกต้อนรับผู้เป็นเจ้าของ เขาจับจูงมือบางให้ก้าวเข้าไปด้วยกัน บีบกระชับฝ่ามือเล็กแน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ แต่ก็ไม่มีเสียงประท้วงใดๆ เล็ดลอดออกมา

ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นสูงสุดของอาคารอย่างนุ่มนวล เมื่อประตูเปิดออก พื้นที่กว้างขวางของเพนต์เฮาส์หรูหราก็ปรากฏแก่สายตา การตกแต่งเน้นโทนสีเข้มขรึมและเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาทุกจุด ทั้งกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ตามมุมเพดาน และแผงควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ประตูทางเข้าออกทุกบาน

"ป้าจันทร์" คณินเอ่ยเรียกหญิงวัยกลางคนในชุดแม่บ้านที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าประตู

"คุณคิณกลับมาแล้ว อาหารว่างเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ" หัวหน้าแม่บ้านโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันมายิ้มบางๆ ให้กับผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายเจ้านาย "คุณเอย ดูซูบไปเยอะเลยนะคะ ป้าเตรียมของบำรุงไว้ให้เยอะแยะเลยค่ะ"

พิมพ์นาราฝืนยิ้มตอบแม่บ้านเก่าแก่ที่เธอคุ้นเคยดีสมัยที่ยังคบหากันปกติ "ขอบคุณค่ะป้าจันทร์"

"เอาโทรศัพท์ของเธอมา" จู่ๆ คณินก็หันมาแบมือตรงหน้าเธอ น้ำเสียงกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง

"คุณจะเอาไปทำไม ฉันต้องใช้ติดต่อกับพ่อแม่" พิมพ์นาราก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สองมือกุมกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองไว้แน่น

"ฉันจะให้ลูกน้องจัดการเรื่องหนี้สินกับพ่อแม่เธอเอง ส่วนเธอ ไม่มีเหตุผลอะไรต้องติดต่อกับคนภายนอก" เขาก้าวตามเข้ามาประชิด ไม่เปิดโอกาสให้เธอต่อรอง "ส่งมา พิมพ์นารา อย่าให้ฉันต้องค้นตัวเธอเอง"

เมื่อเห็นสายตาเอาจริงและท่าทีคุกคาม เธอจึงจำใจล้วงเอาสมาร์ตโฟนเครื่องเก่าส่งให้เขาอย่างไม่เต็มใจ คณินรับมันไปปิดเครื่องทันทีและส่งต่อให้ลูกน้องคนสนิทนำไปเก็บไว้ การกระทำนั้นตอกย้ำชัดเจนว่าเขาต้องการตัดขาดเธอจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

"พาเธอไปพักผ่อนที่ห้องนอนใหญ่ แล้วอย่าให้ใครเข้าไปรบกวน" คณินหันไปสั่งป้าจันทร์ ก่อนจะเดินแยกตัวไปทางห้องทำงาน

พิมพ์นาราเดินตามแม่บ้านเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่คุ้นเคย แต่เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อจะหาชุดเปลี่ยน เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เสื้อผ้าชุดเดิมของเธอถูกเก็บออกไปหมด แทนที่ด้วยชุดคลุมท้องแบรนด์หรูหลากหลายสไตล์ที่แขวนเรียงรายเป็นระเบียบ บนโต๊ะเครื่องแป้งมีวิตามินบำรุงครรภ์และหนังสือคู่มือคุณแม่ตั้งครรภ์วางเตรียมไว้พร้อมสรรพ

เขาจัดการทุกอย่างภายในคืนเดียวได้อย่างไร

ความรู้สึกสับสนตีรวนขึ้นมาในอก ผู้ชายที่บีบบังคับกักขังเธอและแย่งชิงอิสรภาพไป กลับเป็นคนเดียวกับที่ใส่ใจรายละเอียดเรื่องลูกในท้องของเธอทุกกระเบียดนิ้ว

ผ่านไปหลายชั่วโมง พิมพ์นาราอาบน้ำเปลี่ยนชุดและนั่งเหม่อลอยอยู่ปลายเตียง บานประตูห้องนอนถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมร่างสูงของคณินที่เดินเข้ามาในชุดเสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ด

"มานั่งทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่นอนพัก" เขาถามเสียงห้วน

"ฉันขอแค่นอนแยกห้อง" เธอโพล่งขึ้นมา นัยน์ตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอย่างเว้าวอน "คุณได้ทะเบียนสมรสไปแล้ว จะเอาอะไรกับฉันอีก ให้ฉันมีพื้นที่ส่วนตัวบ้างไม่ได้หรือไง"

คณินชะงักฝีเท้า กรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาก้าวอาดๆ เข้ามาหาจนพิมพ์นาราต้องถอยกรูดไปชนกับผนังกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืน

สองแขนแกร่งยกขึ้นยันกับกระจก กักขังร่างบางไว้ในอาณัติ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของคนตัวเล็ก

"หน้าที่ของภรรยาคือการนอนร่วมเตียงกับสามี ขึ้นไปนอนซะ ก่อนที่ฉันจะต้องใช้วิธีอุ้มเธอขึ้นไปเอง"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป