บทที่ 4 อาหารมื้อแรก
บทที่ 4 อาหารมื้อแรก
แสงสว่างจากโคมไฟระย้ากลางห้องรับประทานอาหารสะท้อนกับเครื่องแก้วเจียระไนบนโต๊ะ บนโต๊ะอาหารหินอ่อนตัวยาวเต็มไปด้วยอาหารเช้าที่อุดมด้วยโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ทั้งซุปปลาบำรุงกำลัง สลัดผักออร์แกนิก และผลไม้สดหลากชนิด ป้าจันทร์และผู้ช่วยแม่บ้านยืนรอให้บริการอยู่อย่างเงียบเชียบ
พิมพ์นาราเดินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพที่ยังคงอิดโรย ชุดคลุมท้องผ้าฝ้ายตัวหลวมไม่อาจซ่อนความบอบบางของร่างกายได้ ทันทีที่ก้าวเข้าใกล้โซนโต๊ะอาหาร กลิ่นคาวอ่อนๆ ของซุปปลาที่ลอยมาปะทะจมูกก็ทำเอาหน้าท้องของเธอหดเกร็งอย่างรุนแรง
ความพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจนถึงคอหอย พิมพ์นารายกมือขึ้นปิดปาก นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความทรมาน ก่อนจะหมุนตัวหันหลังและวิ่งกลับไปทางห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนใหญ่อย่างรวดเร็ว
"คุณเอย!" ป้าจันทร์อุทานด้วยความตกใจ
คณินที่กำลังนั่งอ่านข่าวสารเศรษฐกิจผ่านแท็บเล็ตอยู่ที่หัวโต๊ะเงยหน้าขึ้นขวับ เขาโยนอุปกรณ์ในมือทิ้งลงบนโต๊ะและผุดลุกขึ้นวิ่งตามภรรยาเข้าไปในห้องนอนทันที
เสียงอาเจียนโอ้กอ้ากดังมาจากในห้องน้ำ คณินก้าวเข้าไปหยุดยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังร่างบอบบางที่กำลังโก่งคออาเจียนลงชักโครกจนตัวโยน มือหนายื่นออกไปรวบเส้นผมยาวสลวยที่ปรกหน้าขึ้นมาจับไว้รวบยอด ในขณะที่มืออีกข้างวางลงบนแผ่นหลังบาง ลูบขึ้นลงอย่างเก้ๆ กังๆ แต่แฝงไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปมเมื่อเห็นว่าเธออาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุงและเหลือเพียงน้ำใสๆ ร่างกายของเธอสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
เมื่ออาการคลื่นไส้ทุเลาลง พิมพ์นาราค่อยๆ ยันตัวขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก คณินประคองร่างที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงนั้นพาไปที่อ่างล้างหน้า เขาเปิดก๊อกน้ำและรองน้ำใส่มือเพื่อลูบไล้ทำความสะอาดใบหน้าซีดเซียวของเธออย่างเบามือ
"ไหวไหม" น้ำเสียงที่มักจะแข็งกระด้างอ่อนลงเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว
พิมพ์นาราพยักหน้าช้าๆ ไม่ตอบคำถาม เธอรับผ้าขนหนูผืนเล็กจากมือเขามาซับหน้า ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบการประคองและเดินกลับออกไปยังโต๊ะอาหารด้วยท่าทีหมางเมิน
คณินถอนหายใจหนักหน่วง ความรู้สึกหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เขาเดินตามเธอมาที่โต๊ะอาหาร กดไหล่บางให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม
"ยกซุปปลาออกไป แล้วเอาซุปข้าวโพดอุ่นๆ มาเปลี่ยน" คณินสั่งแม่บ้านเสียงเฉียบขาด
เมื่อซุปถ้วยใหม่ถูกนำมาวางตรงหน้า พิมพ์นาราก็เอาแต่นั่งนิ่ง ไม่ยอมแตะต้องช้อนเลยแม้แต่น้อย ความอ่อนเพลียทำให้เธอไม่อยากกลืนอะไรลงคอ
"กินซะ" เขาสั่งเสียงห้วน นั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ และจ้องมองเธอเขม็ง
"ฉันไม่อยากกิน เหม็น" เธอตอบปฏิเสธเสียงเบา หันหน้าหนีไปทางอื่น
ความอดทนของคณินขาดผึง เขาเอื้อมมือไปหยิบชามซุปและช้อนขึ้นมาถือไว้เอง ตักซุปข้าวโพดสีเหลืองนวลขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนจนอุณหภูมิพอเหมาะ ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากบางที่กำลังเม้มแน่น
"อ้าปาก"
พิมพ์นาราหันกลับมามองเขาด้วยความไม่พอใจ เธอขืนตัวหนีและพยายามดันมือเขาออก "ฉันบอกว่าไม่อยากกินไง คุณฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง"
ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย รังสีความคุกคามแผ่ซ่านออกมาจนแม่บ้านที่ยืนอยู่ห่างๆ ยังต้องลอบกลืนน้ำลาย คณินวางช้อนลงในชาม ก่อนจะใช้มือข้างที่ว่างเชยคางมนบังคับให้เธอหันมาสบตาเขาตรงๆ
"เด็กในท้องต้องการสารอาหาร ถ้าเธอไม่ยอมกินดีๆ ฉันจะสั่งให้หมอมาเจาะสายยางให้อาหารทางสายน้ำเกลือ เธออยากเจ็บตัวแบบนั้นหรือเปล่า"
คำขู่ที่จริงจังทำเอาคนฟังชะงัก พิมพ์นารารู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าพูดจริงทำจริงเสมอ นัยน์ตากลมโตสั่นระริกด้วยความคับแค้นใจ แต่เมื่อตระหนักถึงชีวิตเล็กๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน เธอจึงจำใจเผยอริมฝีปากรับน้ำซุปอุ่นๆ ที่เขาป้อนให้
คณินตักซุปป้อนทีละช้อนอย่างใจเย็น แม้สีหน้าของเขาจะยังคงบึ้งตึง แต่ทุกครั้งที่น้ำซุปหยดเลอะมุมปาก เขาจะหยิบกระดาษเช็ดปากมาซับให้อย่างนุ่มนวล และคอยปรับอุณหภูมิน้ำดื่มให้อุ่นพอดีก่อนจะยื่นส่งให้เธอจิบตาม
การกระทำที่สวนทางกับคำพูดบีบบังคับทำให้พิมพ์นาราสับสน ผู้ชายคนนี้กำลังเล่นตลกอะไรกับความรู้สึกของเธอกันแน่
เมื่อซุปพร่องไปได้ครึ่งชาม พิมพ์นาราก็ยกมือขึ้นดันข้อมือเขาไว้เป็นเชิงปฏิเสธ
"ฉันกลืนไม่ลงแล้ว ปล่อยฉันเถอะ"
สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อจับผิด เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอซีดเผือดลงอีกครั้งและมีทีท่าว่าจะอาเจียนจริงๆ เขาจึงยอมวางชามซุปลงบนโต๊ะ
"กินเข้าไปให้หมด ลูกฉันต้องได้รับสารอาหารครบถ้วน ส่วนเธอ... อย่าคิดตุกติกตอนที่ฉันไม่อยู่"
