บทที่ 6 เงาของอำนาจมืด
การกักบริเวณเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวเป็นทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจคนทำไม่แพ้คนถูกกระทำ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น หากปล่อยให้พิมพ์นาราคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเขาอาจจะพรากเธอไปตลอดกาล
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานประตูไม้เนื้อแข็งจะถูกผลักเข้ามา เลขานุการส่วนตัวของคณินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด แววตาของลูกน้องคนสนิทบ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นในเขตพื้นที่หวงห้ามของโรงพยาบาล
"ผู้อำนวยการครับ มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาด้อมๆ มองๆ บริเวณหน้าแผนกสูตินรีเวชและพยายามติดสินบนพยาบาลเวรเพื่อขอดูบันทึกการเข้ารับการรักษาฉุกเฉินเมื่อคืนก่อนครับ"
สันกรามของคณินปูดโปนขึ้นมาทันที นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสาดประกายอำมหิต เขาคาดเดาไว้ไม่ผิดว่าความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเขาเมื่อคืนจะต้องลอยไปเข้าหูผู้กุมอำนาจสูงสุดของตระกูลภักดีดำรงค์อย่างรวดเร็ว
"พวกมันอยู่ไหน"
"เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเราคุมตัวพวกมันไว้ที่ห้องพักรับรองชั้นล่างแล้วครับ มีทั้งหมดสามคน"
"พาพวกมันขึ้นมาที่นี่ ใช้ลิฟต์ขนส่งภายใน ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด" คณินออกคำสั่งเด็ดขาด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาปลดกระดุมเสื้อกาวน์สีขาวออกและพาดมันไว้กับพนักเก้าอี้ เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ตัดกับรูปร่างสูงใหญ่สมส่วน
ไม่ถึงสิบนาที ชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีเทาก็ถูกผลักเข้ามาในห้องทำงานของผู้อำนวยการ บานประตูถูกล็อกสนิทจากด้านใน คณินยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงขอบโต๊ะทำงาน สายตาของเขากวาดมองผู้บุกรุกทีละคนด้วยความเย็นเยียบประดุจน้ำแข็ง
"ใครส่งพวกแกมา" คณินเปิดบทสนทนาโดยไม่อ้อมค้อม
ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพยายามเชิดหน้าขึ้น แม้จะหวาดหวั่นต่อรังสีความคุกคามของลูกชายเจ้านาย แต่ก็ยังปากแข็ง "พวกเราแค่มาตรวจความเรียบร้อยตามหน้าที่ครับ ไม่มีใครส่งมาทั้งนั้น"
คณินแค่นยิ้มหยัน เขาไม่ได้รีบร้อนเค้นคอ แต่กลับก้าวเดินช้าๆ เข้าไปประชิดตัวชายคนพูด มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อสูทของอีกฝ่ายและออกแรงกระชากจนร่างหนาร่วงถลาลงมาคุกเข่ากระแทกพื้น เสียงเนื้อกระทบพื้น
"หน้าที่ของพวกแกคือเฝ้าคฤหาสน์ ไม่ใช่มาสอดรู้สอดเห็นในพื้นที่ของฉัน" คณินกดเสียงต่ำชิดใบหูของคนที่กำลังคุกเข่า "กลับไปบอกเจ้านายของพวกแก ว่าฉันสั่งลบข้อมูลการรักษาของเมื่อคืนทิ้งไปหมดแล้ว และถ้ายังมีใครหน้าไหนกล้ามาเหยียบที่นี่เพื่อสืบเรื่องส่วนตัวของฉันอีก ฉันจะส่งพวกแกเข้าคุกข้อหาบุกรุกและขโมยข้อมูลทางการแพทย์"
"แต่ท่านประธานสั่งให้พวกเรา..."
"ท่านประธานของพวกแกไม่มีอำนาจเหนือพื้นที่นี้!" คณินตวาดสวนกลับทันควัน แรงบีบที่คอเสื้อเพิ่มมากขึ้นจนชายคนนั้นหน้าแดงก่ำ "จำใส่หัวไว้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาลของฉัน กฎทุกอย่างฉันเป็นคนกำหนด ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
คณินสะบัดมือออกอย่างแรงจนร่างของชายฉกรรจ์ล้มกลิ้งไปกับพื้น ลูกน้องคนสนิทของคณินรีบเข้ามาหิ้วปีกพวกมันทั้งสามคนออกไปจากห้องทำงานทันที ทิ้งให้ผู้เป็นเจ้านายยืนหอบหายใจด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ยังคุกรุ่นอยู่เต็มอก
คณินหยิบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวขึ้นมา กดหมายเลขสายตรงถึงหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยที่คอยดูแลพื้นที่ส่วนตัวของเขาทั้งหมด
"เพิ่มกำลังคนดูแลรอบคอนโดมิเนียมเป็นสองเท่า ตรวจสอบรถทุกคันที่เข้าออก หากมีคนแปลกหน้าเข้าใกล้ระยะรัศมีลิฟต์ส่วนตัว ให้จับกุมตัวไว้ทันทีไม่ต้องรอคำสั่ง"
เมื่อสั่งการเสร็จสิ้น คณินก็คว้ากุญแจรถและเดินออกจากห้องทำงานไปโดยไม่สนใจตารางนัดหมายที่เหลือในช่วงบ่าย เขาต้องกลับไปดูให้แน่ใจว่ากำแพงที่เขาสร้างไว้ยังคงแน่นหนาพอที่จะปกป้องผู้หญิงคนนั้น
เมื่อรถจอดสนิทที่ช่องจอดส่วนตัว เขาก้าวลงจากรถและตรงไปยังลิฟต์ทันที
บานประตูโลหะเปิดออกสู่ห้องนั่งเล่นกว้างขวาง คณินกวาดสายตามองหาร่างบอบบางที่เขาเพิ่งสั่งให้กลับไปนั่งพักเมื่อหลายชั่วโมงก่อน พิมพ์นารานั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวเดิม ในมือมีหนังสือเล่มหนึ่งเปิดค้างไว้ แต่ดวงตากลมโตกลับเหม่อมองออกไปนอกผนังกระจก
พิมพ์นาราสังเกตเห็นรอยยับย่นบนเสื้อเชิ้ตและแววตาดุดันที่ยังไม่จางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา "คุณไปมีเรื่องกับใครมา ทำไมหน้าคอนโดถึงมีคนของคุณเต็มไปหมด"
คำถามของเธอทำให้กรามหนาขบเข้าหากัน เขาไม่อยากให้เธอรับรู้ถึงภัยคุกคามภายนอกที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนตั้งครรภ์ การปิดบังคือวิธีปกป้องที่เขาคิดว่าดีที่สุดในตอนนี้
"ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องใส่ใจ" คณินตอบกลับเสียงห้วน พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึง "หน้าที่ของเธอคืออยู่ข้างในนี้... และห้ามเปิดประตูให้ใครนอกจากฉัน"
"ฉันไม่ใช่นักโทษของคุณนะคณิน" พิมพ์นาราวางหนังสือลงบนโต๊ะและลุกขึ้นเผชิญหน้ากับเขา "คุณจะปิดบังทุกอย่างแล้วสั่งให้ฉันทำตามใจคุณไปถึงเมื่อไหร่ การมีบอดี้การ์ดเดินเพ่นพ่านเต็มไปหมดมันทำให้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยมากกว่าเดิมเสียอีก"
"เธอจะปลอดภัยที่สุดตราบใดที่ยังยืนอยู่บนพื้นที่ของฉัน" เขาสืบเท้าเข้าไปใกล้จนปลายเท้าแทบจะชนกัน สายตาคมกริบก้มลงมองสบตากับคนดื้อดึง "เลิกตั้งคำถามแล้วกลับไปพักผ่อนซะ พิมพ์นารา อย่าให้ความหวังดีของฉันต้องกลายเป็นความรำคาญ"
คำพูดตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยทำให้พิมพ์นาราเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาในอก เธอสะบัดหน้าหนีและเดินเลี่ยงกลับเข้าไปในห้องนอนใหญ่ ปิดประตูใส่หน้าเขาเพื่อเป็นการประท้วงเงียบๆ
คณินยืนนิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่น เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกันคนภายนอกออกไป กลับกลายเป็นสิ่งที่ผลักไสคนที่อยู่ข้างในให้ห่างออกไปทุกที
