บทที่ 7 ความอ่อนแอที่ซ่อนไม่มิด
บทที่ 7 ความอ่อนแอที่ซ่อนไม่มิด
ช่วงบ่ายของวันถัดมา ความเงียบสงบภายในสถานที่ปิดตายบนยอดตึกถูกทำลายลงด้วยเสียงอาเจียนที่ดังลอกมาจากห้องน้ำส่วนตัว พิมพ์นาราทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโถสุขภัณฑ์ สองมือเกาะขอบกระเบื้องเคลือบไว้แน่น ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านไปตามแรงบีบรัดของกระเพาะอาหารที่พยายามขับดันทุกสิ่งทุกอย่างออกมา แม้ว่าภายในจะว่างเปล่าจนเหลือเพียงน้ำรสขมปร่า
อาการแพ้ท้องจู่โจมเธออย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วงสายของวัน ความพะอืดพะอมและอาการหน้ามืดวิงเวียนทำให้เธอไม่สามารถแตะต้องอาหารที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้ได้เลยแม้แต่คำเดียว พิมพ์นารากดชักโครกและพยายามยันกายลุกขึ้นยืน แต่ความอ่อนเพลียที่สะสมประกอบกับหน้ามืดกะทันหัน ทำให้ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง ร่างของเธอทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ สติสัมปชัญญะดับวูบลงในวินาทีนั้น
"คุณเอย!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจของหัวหน้าแม่บ้านดังขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามาพบร่างของนายหญิงนอนสลบไสล ป้าจันทร์รีบถลาเข้าไปประคองศีรษะของพิมพ์นาราขึ้นมาวางบนตัก ก่อนจะตะโกนเรียกผู้ช่วยแม่บ้านให้เข้ามาช่วยและรีบกดหมายเลขโทรศัพท์สายตรงหาผู้เป็นเจ้านายทันที
ณ ห้องประชุมคณะกรรมการบริหารระดับสูงของศูนย์การแพทย์ คณินกำลังนั่งฟังรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสด้วยใบหน้าเรียบตึง โทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเตือนพร้อมชื่อของหัวหน้าแม่บ้านที่ปรากฏบนหน้าจอ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ปกติแล้วป้าจันทร์จะไม่โทรมาในเวลางานหากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย
คณินยกมือขึ้นเป็นเชิงสัญลักษณ์ให้ผู้รายงานหยุดพูด ก่อนจะกดรับสาย "มีอะไรป้าจันทร์"
"คุณคิณคะ คุณเอยเป็นลมหมดสติอยู่ในห้องน้ำค่ะ ตอนนี้ตัวเย็นเฉียบเลย ป้าเช็ดตัวให้แล้วแต่ยังไม่ฟื้นเลยค่ะ" น้ำเสียงร้อนรนของแม่บ้านเก่าแก่ทำให้หัวใจของคณินกระตุกวูบ
"ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้"
คณินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ประธานทันทีโดยไม่สนใจสายตาของคณะกรรมการนับสิบชีวิตที่มองมาด้วยความงุนงง เขาสั่งการเลขาหน้าห้องให้เลื่อนวาระการประชุมทั้งหมดออกไปอย่างไร้กำหนด ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องประชุมด้วยความเร่งรีบที่สุดเท่าที่เคยทำมา
การจราจรในช่วงบ่ายของเมืองหลวงไม่ได้ทำให้ความเร็วของรถสปอร์ตคันหรูลดลง คณินหักพวงมาลัยลัดเลาะไปตามช่องว่างบนท้องถนนด้วยความชำนาญ มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนข้อปลายนิ้วขาวซีด ความหวาดกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ เริ่มกัดกินหัวใจ ภาพของหญิงสาวที่นอนซีดเซียวบนเตียงฉุกเฉินเมื่อหลายวันก่อนหวนกลับมาทำร้ายเขาอีกครั้ง
เมื่อมาถึงจุดหมาย คณินพุ่งตัวออกจากลิฟต์ส่วนตัวและตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนใหญ่ทันที ภาพที่เห็นคือพิมพ์นารากำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงกว้าง ใบหน้าหวานซีดเซียวไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผาก ป้าจันทร์กำลังใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นซับตามกรอบหน้าของเธออย่างเบามือ
"หลีกไป ป้าจันทร์" คณินออกคำสั่งเสียงสั่น เขาก้าวเข้าไปแทนที่แม่บ้านและทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง
มือหนาที่มักจะเย็นชาและเด็ดขาด บัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปสัมผัสพวงแก้มซีดเซียว อุณหภูมิร่างกายของเธอเย็นกว่าปกติจนเขาต้องนิ่วหน้า คณินรับผ้าชุบน้ำจากมือแม่บ้านมาบรรจงเช็ดทำความสะอาดคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผมของเธอด้วยตัวเอง ทุกการกระทำเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"คุณเอยอาเจียนหนักมากตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ ไม่ยอมทานอะไรเลย ป้าพยายามเกลี้ยกล่อมแล้วแต่คุณเอยก็เอาแต่ร้องไห้" ป้าจันทร์รายงานอาการด้วยความสงสาร
คณินกรามขบแน่น เขาโทษตัวเองที่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความทรมานนี้เพียงลำพัง เขาจัดการปลดกระดุมชุดคลุมท้องที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและเหงื่อของเธอออกอย่างระมัดระวัง ไม่สนสายตาของแม่บ้านที่รีบหันหลังเดินออกจากห้องไปเพื่อความเป็นส่วนตัว เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดและสวมใส่สบายให้กับเธอด้วยความนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ผู้ชายหยาบกระด้างคนหนึ่งจะทำได้
สัมผัสอบอุ่นที่เกลี่ยอยู่บนพวงแก้มทำให้พิมพ์นาราค่อยๆ รู้สึกตัว เปลือกตาบางขยับเปิดขึ้นช้าๆ แสงสว่างจ้าทำให้เธอต้องกะพริบตาปรับโฟกัส เมื่อภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น เธอก็พบกับใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบ แววตาของคณินที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและการอ้อนวอนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เขารู้ตัวว่าเธอตื่นขึ้น แววตาอ่อนแอนั้นก็ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความเรียบเฉยตามเดิม
"ฟื้นแล้วก็ดื่มน้ำอุ่นซะ" เขาสั่งเสียงห้วน ประคองแผ่นหลังบางให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและยื่นแก้วน้ำให้
พิมพ์นารารับแก้วน้ำมาจิบช้าๆ อาการคลื่นไส้ทุเลาลงบ้างแล้ว แต่ความอ่อนเพลียยังคงเกาะกุมร่างกาย เธอเหลือบมองเสื้อผ้าชุดใหม่บนตัวและมองหน้าผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างเตียง สภาพเสื้อเชิ้ตของเขาหลุดลุ่ยและแขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ บ่งบอกว่าเขารีบร้อนแค่ไหน
"ฉันไม่เป็นไรแล้ว คุณกลับไปทำงานเถอะ" เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ
คำพูดขับไล่ของเธอทำให้อารมณ์ที่เพิ่งสงบลงของคณินปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เขาอุตส่าห์ทิ้งงานสำคัญทั้งหมดเพื่อวิ่งกลับมาดูอาการของเธอ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นท่าทีหมางเมินและพยายามขีดเส้นแบ่งระยะห่างอย่างชัดเจน
"เลิกอวดเก่งสักทีพิมพ์นารา ร่างกายอ่อนแอจนเป็นลมล้มพับไปแบบนี้ยังกล้าปากดีไล่ฉันอีกหรือ" เขาตวาดเสียงดุ ดึงแก้วน้ำออกจากมือเธอและวางกระแทกลงบนโต๊ะข้างเตียง
พิมพ์นาราสะดุ้งกับเสียงตะคอก หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รื้นขึ้นมาคลอเบ้า "ก็ฉันบอกว่าไม่เป็นไรแล้วไง คุณจะมามัวเสียเวลากับนักโทษอย่างฉันทำไม กลับไปทำหน้าที่ผู้อำนวยการของคุณสิ"
"นักโทษงั้นหรือ" คณินแค่นยิ้มหยัน ขยับตัวเข้าไปประชิดร่างบางบนเตียง มือหนาเชยคางมนให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา "เธอคือเมียของฉัน และเด็กในท้องนั่นก็ลูกของฉัน"
