บทที่ 8 ค่ำคืนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน
บทที่ 8 ค่ำคืนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน
ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมพื้นที่กว้างขวางของห้องนอนใหญ่ มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงที่ส่องสว่างเพียงพอให้มองเห็นเงาร่างของคนสองคนที่ร่วมใช้พื้นที่บนฟูกหนานุ่ม คณินเพิ่งจัดการสะสางเอกสารสำคัญผ่านคอมพิวเตอร์พกพาเสร็จสิ้น เขากดปิดโคมไฟและล้มตัวลงนอนบนพื้นที่ฝั่งของตนเอง
อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งไว้เย็นเฉียบทำให้อากาศภายในห้องเย็นยะเยือก พิมพ์นาราขดตัวคู้คู้ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมจนถึงปลายคาง เธอพยายามเบียดตัวไปชิดขอบเตียงอีกฝั่งให้มากที่สุด เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างตนเองและผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย
แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมง แต่ความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศกลับไม่ลดทอนลงเลย พิมพ์นารานอนลืมตาโพลงในความมืด ร่างกายของเธออ่อนเพลียจากการแพ้ท้องอย่างหนักเมื่อตอนกลางวัน แต่สมองกลับตื่นตัวและประมวลผลเรื่องราวต่างๆ ไม่หยุดหย่อน อาการหนาวสั่นเริ่มเล่นงานจนฟันกระทบกันดังกึกๆ เธอพยายามขดตัวให้เล็กลงไปอีกเพื่อสร้างความอบอุ่น
การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของคนข้างกายไม่ได้หลุดพ้นจากประสาทสัมผัสของคณิน เขานอนตะแคงหันไปทางเธอ ดวงตาคมกริบมองฝ่าความมืดไปยังก้อนกลมๆ ใต้ผ้าห่มที่กำลังสั่นสะท้าน เสียงฟันกระทบกันเบาๆ ทำให้ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่หงุดหงิดที่เธอทำเสียงดังรบกวน แต่หงุดหงิดที่เธอเอาแต่ดื้อดึงทรมานตัวเองเพียงเพื่อต้องการรักษาระยะห่างจากเขา
คณินตวัดผ้าห่มออก ท่อนแขนแกร่งสอดเข้าใต้เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างของพิมพ์นาราให้ถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ! ทำอะไรของคุณ ปล่อยนะ" พิมพ์นาราสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณทำให้เธอพยายามดิ้นรนผลักไสเขาออก สองมือเล็กดันแผงอกแข็งแกร่งไว้แน่น
"อยู่นิ่งๆ" คณินกดเสียงต่ำดุชิดใบหูของคนตัวเล็ก ท่อนแขนที่รัดรอบเอวหนาขึ้นเล็กน้อยของเธอเปลี่ยนเป็นตระกองกอดไว้อย่างมั่นคง "ห้องแอร์เย็นขนาดนี้ เธอนอนสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ถ้าลูกในท้องเป็นอะไรขึ้นมาจะรับผิดชอบไหวไหม"
ข้ออ้างเรื่องลูกทำให้การต่อต้านของพิมพ์นาราชะงักงัน เธอหยุดดิ้นรน แต่ร่างกายยังคงแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ แผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา อุณหภูมิร่างกายของผู้ชายตรงหน้าสูงกว่าเธอมาก มันให้ความรู้สึกสบายและขับไล่ความหนาวเย็นออกไปได้อย่างน่าทึ่ง
"ฉันหนาวเพราะคุณเปิดแอร์เย็นเกินไปต่างหาก ปล่อยฉัน ฉันจะไปปรับอุณหภูมิเอง" เธอพยายามหาข้ออ้างเพื่อหลีกหนีสัมผัสที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"ไม่ต้องปรับ นอนไปแบบนี้แหละ" คณินไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังกระชับอ้อมกอดให้แนบแน่นขึ้นไปอีก คางสากเกยอยู่บนลาดไหล่บาง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินบริเวณซอกคอของเธออย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ความเงียบทิ้งตัวลงกลางห้องนอนอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนในตอนแรก พิมพ์นาราพยายามผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติ แต่การถูกโอบกอดจากด้านหลังในลักษณะนี้ทำให้ประสาทสัมผัสของเธอตื่นตัวอย่างรุนแรง เธอรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นของเขา ซึ่งมันดังก้องอยู่ในความมืด สอดประสานกับเสียงหัวใจของเธอเอง
ผู้ชายคนนี้คือคนที่ทำลายชีวิตครอบครัวเธอด้วยการบีบบังคับ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็คือคนที่พยายามปกป้องและดูแลเธอทุกวิถีทาง ความขัดแย้งในใจทำให้พิมพ์นาราสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะเกลียดเขา หรือควรจะยอมรับความอบอุ่นที่เขามอบให้ในเวลานี้
"คุณทำแบบนี้ทำไม..." เสียงหวานเอ่ยถามแผ่วเบาทำลายความเงียบ มันเป็นคำถามที่หลุดออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ
"ทำอะไร" คณินถามกลับเสียงเรียบ หลับตาลงและซึมซับกลิ่นหอมสบู่อ่อนๆ จากเรือนผมของเธอ
"ทำไมต้องกักขังฉัน ทำไมต้องบังคับจดทะเบียนสมรส ทั้งที่คุณก็รู้ว่าฉัน... ฉันเกลียดการกระทำของคุณ" เธอเค้นคำว่าเกลียดออกมาด้วยความยากลำบาก
ร่างหนาชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอสะดุดลงเล็กน้อย ความเจ็บปวดแล่นริ้วผ่านหัวใจเมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของหญิงสาว คณินลืมตาขึ้นในความมืด นัยน์ตาคมทอประกายเจ็บปวดที่ไม่มีใครมีโอกาสได้เห็น
"ฉันบอกแล้วไง ว่านี่คือวิธีเดียวที่จะปกป้องเธอและลูกได้" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด
"ปกป้องจากอะไร จากพ่อของคุณงั้นหรือ" พิมพ์นาราสวนกลับทันควัน ความคับแค้นใจทำให้เธอกล้าที่จะพูดความจริง "คุณก็รู้ดีว่าอำนาจของท่านมากมายแค่ไหน การที่คุณขังฉันไว้ที่นี่มันก็แค่การยืดเวลาตายออกไปเท่านั้น ถ้าท่านรู้ว่าเด็กในท้องคือลูกของคุณ ท่านไม่มีวันปล่อยฉันไว้แน่"
คำพูดของพิมพ์นาราแทงใจดำคณินอย่างจัง เขารู้ดีว่าบิดาของตนเองไร้ความปรานีเพียงใดในการกำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่เขาจะไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเพราะความหวาดกลัวอีกต่อไป
มือหนาที่โอบรอบเอวบางเลื่อนขึ้นมากอบกุมมือเล็กของเธอไว้ ประสานนิ้วเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นราวกับเป็นการให้คำมั่นสัญญา
"ปล่อยเรื่องนั้นให้เป็นหน้าที่ของฉันพิมพ์นารา" คณินกดจูบลงบนเรือนผมของเธออย่างแผ่วเบา "ฉันสัญญาว่าตราบใดที่เธอยังอยู่ในอ้อมกอดนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอหรือลูกของเราได้ทั้งนั้น"
น้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจังทำให้ความหวาดกลัวในใจของพิมพ์นาราลดทอนลง เธอสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่ส่งผ่านการกุมมือ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้พร้อมที่จะทำสงครามกับทุกคนเพื่อปกป้องเธอจริงๆ
"ปล่อยเถอะ ฉันอึดอัด"
