บทที่ 1 1
ห้าปีก่อน
เจ้าของร่างบางยืนชะเง้อคอยาวอยู่หน้าสนามฟุตบอล เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามใบหน้าหวานใสรวมถึงไรผม อาจเป็นเพราะหล่อนยืนอยู่ตรงนี้เป็นเวลานานแล้ว อีกทั้งอากาศประเทศไทยตอนนี้ก็ดูจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยสำหรับเธอสักเท่าไหร่
เสียงเฮของพวกผู้ชายทั้งผู้ลงเล่นฟุตบอลรวมถึงคนที่นั่งเชียร์ส่งเสียงร้องอย่างยินดี และแน่นอนยังมีเสียงกรี๊ดของพวกผู้หญิงที่มาเฝ้าเกาะขอบสนามอย่างกับตังเม แต่ช่างเถอะตอนนี้เธอควรสนใจกับผู้ทำประตูตรงหน้ามากกว่า
“พี่พีเก่งที่สุดเลย” เสียงหวานบอกด้วยความปลาบปลื้ม แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการเล่นกีฬาประจำวันของเขาก็ตาม แต่ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าธรภัทรใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติมากขนาดไหน แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็คงทำตามความฝันไม่ได้เพราะทั้งบิดาและมารดาของเขาได้ขีดเส้นชีวิตไว้แล้ว ซึ่งธนภัทรก็เข้าใจดีว่าต้องสานต่อกิจการของครอบครัวเพราะเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เวลาว่างถึงดอดมาเล่นกับเพื่อนๆ เป็นส่วนใหญ่ เสียงนกหวีดเป่าหมดเวลาบ่งบอกว่าถึงคิวของทีมอื่นๆ ลงเล่นบ้าง
พัทราวีรีบควานหากระจกขึ้นมาส่องดูความเรียบร้อยของตัวเอง หญิงสาวจัดการเติมปากด้วยลิปกลอสสีใสๆ ให้มันวาวๆ พอดูน่ารักแค่นั้นแล้วรีบเก็บใส่กระเป๋าดังเดิม
กลุ่มชายหนุ่มที่เพิ่งเดินออกจากสนามกีฬาต่างพากันพุดคุยถึงเกมที่เพิ่งจบไป มีทั้งคำหยาบคายและเสียงหัวเราะดังๆ ตามประสาผู้ชายซึ่งนั่นทำให้เธอยิ้มกว้างเธอชื่นชอบเวลาที่เห็นธนภัทรเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ เวลาที่อยู่บ้านเขาจะค่อนข้างเคร่งขรึมพอควร
“ว้าว ! น้องผิงคนสวยมาอีกแล้ว อิจฉาไอ้พีชะมัด” แทนที่พัทราวีจะเขินอายแต่ไม่เลย เธอยิ่งยิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินอย่างนั้น ขาเรียวยาวรีบก้าวเข้าไปหาร่างสูงที่ยืนหน้าตาบึ้งตึงอย่างเช่นทุกครั้งที่เห็นหน้าเธอ
“น้ำส้มเย็นๆ ค่ะพี่พี ผิงคั้นเองเลยนะ” อุตส่าห์หอบกระติกน้ำแข็งมาด้วยเพื่อเอามาแช่น้ำส้มนี้โดยเฉพาะ คนที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมาเหนื่อยๆ ควรจะได้ดื่มน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจใช่ไหมล่ะ
“ขอบใจ” เขารับจากมือเธอไป หญิงสาวยิ้มกว้างแต่สุดท้ายรอยยิ้มนั้นก็มลายหายไปเมื่อธรภัทรยื่นไปให้เพื่อนด้านหลัง “ใครจะกินก็เอาไป ฉันไม่ชอบน้ำส้ม”
“เฮ้ยไอ้พี ทำแบบนี้จะดีเหรอวะ น้องผิงเขาเสียใจพอดี” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของธนภัทรร้องบอก ทุกคนรู้ดีว่าธนภัทรค่อนข้างรำคาญกับการตามตื้อของพัทราวี แต่อีกใจหนึ่งก็สงสารสาวน้อยหน้าหวานที่ตามเพื่อนเขาต้อยๆ
‘กูรำคาญว่ะ นี่ก็ตามไปถามผู้หญิงที่คบกับกูแทบทุกคน ราวีสมชื่อไหมล่ะมึง’ มันบอกมาแบบนั้น…
“ไม่หรอก ยัยนี่ความรู้สึกด้านชาจะตายไป ไม่อย่างนั้นคงเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างไปนานแล้ว เธอไม่ได้เสียใจใช่ไหมพัทราวี ถ้าฉันจะเอาน้ำส้มที่เธอลงทุนคั้นมาให้เพื่อนแทน” คนใจร้าย ทำไมใจร้ายแบบนี้นะคิดว่าเธอไม่มีหัวใจหรือไงกัน เจ็บทุกวันนั่นแหละเวลาที่เขาพูดจาถากถางกันแบบนี้
“ค่ะ พี่บอยดื่ม...ก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไร”
“งั้นพี่ไม่เกรงใจและนะ” ชิษณุแย่งน้ำส้มจากมือธนภัทรมา ปากมันบอกว่าจะให้คนอื่นแต่ยังถือไว้แน่นเสียอย่างนั้น ไม่เข้าใจเพื่อนตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเป็นคนใจแข็งแบบนี้ กับผู้หญิงคนอื่นๆ มันไม่เคยปฏิเสธรับของด้วยซ้ำ
“ไปหาอะไรกระแทกปากกันก่อนดีกว่าไอ้บอย จะกลับบ้านเลยก็เบื่อว่ะ หงุดหงิด !” ประโยคหลังปรายตามองเธอแวบหนึ่ง พูดแบบนี้ไม่หันมาพูดใส่หน้ากันตรงๆ เลยล่ะ !
“งั้นพี่บอยไปก่อนนะจ๊ะน้องผิง ขอบอกว่าน้ำส้มอร่อยมากถ้าน้องไม่ ขี้เกียจพรุ่งนี้พี่บอยขออีกขวด” ถ้าจะบอกว่าขี้เกียจแล้วชิษณุจะหน้าเสียไหม เธอตั้งใจทำมาให้ธนภัทรคนเดียวต่างหาก
“ส้มหมดตู้แล้วค่ะพี่บอย” หญิงสาวตอบหน้าบูดเมื่อตอนนี้ธนภัทรเดินออกไปแต่มีกลุ่มผู้หญิงสองสามคนมาดักหน้า แถมยังยื่นน้ำและขนมให้เขาอีก
ที่สำคัญคนใจร้ายคนนั้นรับของจากแม่พวกนั้น !
“โถ...ส้มออกเต็มไร่ ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้ น้องผิงจะคั้นให้ไหมจ๊ะ อ้าว...” ชิษณุเกาหัวตัวเองเมื่อตรงหน้าเขาไม่มีร่างเล็กๆ ของพัทราวีอย่างที่คิด “เวรและ เดี๋ยวองค์ลงไอ้พีอีก กูจะซวยเอา”
พัทราวีเดินตรงเข้าไปเกาะแขนธนภัทรไว้แน่น ก่อนจะจิกตาใส่สาวๆ ที่บังอาจมายุ่งวุ่นวายกับผู้ชายของเธอ การกระทำของหญิงสาวสร้างความรำคาญใจและความเบื่อหน่ายให้กับธนภัทรเป็นอย่างมาก
“คุณพีมีแฟนแล้วเหรอคะ” หนึ่งในนั้นถามด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
“ใช่ ถ้ารู้แล้วก็รีบไปสักที ฉันชื่อผิงเป็นคู่หมั้นของผู้ชายคนนี้” เธอพูดเรื่องจริงไม่ได้โกหกเลยสักนิด เป็นเขาเองนั่นแหละที่พยายามลืมคำพูดของตัวเอง ถ้าตอนนั้นเทคโนโลยีมันทันสมัยเหมือนกับตอนนี้เธอคงอัดคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐานไปแล้ว
“พัทราวี !”
