บทที่ 10 10
“เอ่อ...อาหารเสร็จพอดีเลยค่ะ เดี๋ยวพี่มลยกไปให้นะคะ” อายแสนอายที่พัทราวีมาเห็นเข้า จึงรีบตักกับข้าวใส่ชามแล้วยกออกไปข้างนอกโดยไม่สบตาใครสักคนเดียว
“พี่ดิน !” เมื่อภัทรวดีออกไปจากครัวแล้ว คนที่กำลังโมโหพี่ชายตัวดีถึงกับเดินกระแทกส้นเท้าไปหาด้วยหน้าตาบูดบึ้ง เธอรู้กิตติศัพท์ของณดลดีเขาก็ไม่ต่างอะไรจากกลุ่มเพื่อนๆ เขานั่นแหละ
“อะไรเล่า”
“คนนี้ห้าม ! พี่มลไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ นะ ไม่ใช่คนที่พี่ดินจะมาควงเล่นๆ” เห็นเขาโตขึ้นมาแล้วสวยหน่อยไม่ได้เลย จ้องแต่จะกระลิ้มกระเหลี่ยไม่เลือก ต่อให้ภัทรวดีใจแข็งแค่ไหนแต่ถ้าโดนไฟร้อนๆ ของณดลลนเข้าทุกวันๆ มันก็ต้องละลายกันบ้าง
“เออน่า คิดมากน่ะ ไปกินข้าวได้แล้ว”
ตกบ่ายพัทราวีเบื่อๆ เซ็งๆ จึงเอ่ยปากชวนภัทรวดีเข้าตัวเมืองเพื่อไปหาซื้อของสำหรับการไปเที่ยวในอาทิตย์หน้า จะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะณดลบอกว่าพวกเพื่อนๆ เขาต้องการเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสที่เธอเพิ่งกลับมา
"พี่ไม่อยากไปเลยค่ะ น้องผิงช่วยพูดกับนายให้หน่อยสิ" ไปนู่นเขาต้องหาเรื่องคอยแกล้งเธอแน่ๆ สู้ทำงานอยู่ไร่แบบสบายใจโดยที่ไม่มีเขามันคงดีกว่า
"ไปด้วยกันเถอะนะคะ ถือว่าไปเป็นเพื่อนผิง มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นเลยถ้า พี่มลไม่ไปผิงคงเหงาแย่" อย่างน้อยถ้าภัทรวดีไปเธอก็ยังมีเพื่อนคุย
"ไม่ได้มีแค่น้องผิงหรอกค่ะ เชื่อพี่เถอะ" เพราะถึงอย่างไรไม่หนึ่งในสี่ก็ต้องเป็นสองในสี่ที่จะหนีบเหล่าบรรดาคู่ควงไปด้วย แล้วผู้หญิงแต่ละคนก็เล่นทำเอาเธอเอือมระอาแต่ก็ไม่มีสิทธิ์พูด
พัทราวีจากบ้านไปตั้งหลายปีคงไม่รู้ว่าพี่ชายของเธอนั่นแหละตัวดี พาเพื่อนๆ มาตั้งวงดื่มเหล้าที่ไร่แทบทุกอาทิตย์ แถมยังพาสาวๆ มาด้วยเสียงดังเอะอะจะตาย ที่สำคัญเธอต้องเป็นคนคอยบริการพวกเขาทั้งคืน !
ยังไม่นับรวมเรื่องที่เธอต้องคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ณดลวันที่เขาเมาปลิ้นจนอ้วกเลอะเทอะไปหมด หมอนั่นยังชอบฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งกันอยู่เรื่อยจนเธอต้องพยายามระงับความโกรธเอาไว้ มาเล่นตลกกับหัวใจคนอื่นมันไม่สนุกสักนิด จึงต้องเตือนตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเขาก็มักทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน อย่าได้ไปหวั่นไหวเด็ดขาด
“พี่มลพูดเหมือนพี่ๆ เขาจะพาผู้หญิงคนอื่นๆ ไปด้วย” หรือว่าพวกเขาจะมีแฟนกันแล้ว ?
นั่นสินะ...ทำไมเธอถึงลืมคิดข้อนี้ไปเลย ถ้าไม่มีสิมันคงแปลกเพราะ ธนภัทรไม่ใช่ผู้ชายขี้เหร่อะไร ทุกอย่างมันตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ เขามีเสน่ห์จนสาวๆ หลงใหลมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“พี่ชายของน้องผิงนั่นแหละค่ะตัวดีเลย” ภัทรวดีเปรยออกมาเบาๆ
“พี่มลพูดเหมือนหึงพี่ดินเลยนะคะ” พัทราวีแซวสาวรุ่นพี่ที่หันมาทำตาโตใส่ ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบส่ายหน้าปฏิเสธจนเธอขำออกมา คงจะดีมากหากพี่สะใภ้ในอนาคตของเธอคือภัทรวดีไม่ใช่ลูกคุณหนูที่ไหน พวกนั้นน่ารำคาญจะตายเอะอะก็ใช้นิ้วสั่งอย่างเดียว หากแต่งงานกับณดลแล้วเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกับเธอคงได้ตีกันตาย
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ พี่น่ะหรือจะไปหึงนายเขา ไม่ใช่เลยค่ะ” พัทราวีไม่ตอบเอาแต่ยิ้มอย่างเดียวจนภัทรวดีไม่กล้าแก้อะไรอีกเพราะกลัวจะเข้าตัวเอง
"เอ่อ...พี่มลคะ กลุ่มพี่ๆ เขามีใครที่มีแฟนบ้างคะ คือว่าผิงยังไม่ได้คุยกับพี่ๆ เขาเลยน่ะค่ะ" เธอเลือกที่จะถามอ้อมๆ ภัทรวดีเองก็ไม่รู้ว่าเธอกับธนภัทรมีเรื่องกันมาก่อน
"ที่เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดก็คงเป็นคุณพีแหละค่ะ"
"เหรอคะ" คำตอบที่ได้รับทำเอาหัวใจของเธอบีบรัดเข้าหากัน อีกใจก็อยากจะรู้ว่าคนรักของธนภัทรคือใครหน้าตาเป็นเช่นไร แต่อีกใจกำลังร่ำไห้บอกกับตัวเองว่าอย่าเข้าใกล้อย่านึกถึงเขามากกว่านี้เลย ทั้งที่รู้ดีแต่ทำไมยังคงแอบหวังเล็กๆ ว่าเขาคงยังไม่มีใคร แต่ในเมื่อผลมันออกมาแบบนี้เธอคงต้องยอมรับความเป็นจริงและยินดีที่เขามีความสุข
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะน้องผิง" จู่ๆ สาวน้อยดูซึมลงทันตาเห็นจน ภัทรวดีอดห่วงไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดหรือเปล่า "ไม่สบายหรือเปล่า"
"เปล่าค่ะ ผิงไม่ได้เป็นอะไร หาซื้อของกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวกลับบ้านเย็นแล้วจะโดนพี่ดินบ่น" ชีวิตคือการเดินหน้า ดังนั้นเธอไม่ควรยึดติดกับเรื่องในอดีต บางทีเธอควรเปิดใจรับและมองคนใหม่บ้าง จะได้ช่วยเยียวยาแผลทางใจที่เจ็บช้ำมาตลอดห้าปี
"ผิงเหรอ ใช่ผิงหรือเปล่า" เสียงหวานๆ ที่เรียกชื่อเธอ ทำให้ทั้งพัทราวีและภัทรวดีหันไปมอง "ใช่จริงๆ ด้วย"
พัทราวีทำหน้าครุ่นคิดไปนิดหนึ่งก่อนจะนึกออกว่าคนตรงหน้าคือลดาวัลย์ เพื่อนสมัยเรียนของเธอนี่เอง
"โอ้โหฟาง ไปทำอะไรมาเนี่ยดูสวยขึ้นเยอะเลย จำแทบไม่ได้" คนถูกชมยิ้มรับอย่างยินดีไม่หลงเหลือคราบของหญิงสาวขี้อายเหมือนเมื่อก่อน พัทราวีรู้และเข้าใจคำว่าผู้หญิงอย่าหยุดสวยก็วันนี้เอง เพราะเมื่อก่อนลดาวัณย์เป็นถึงประธานนักเรียนแถมยังเรียนเก่งมาก แต่ติดที่ขี้อายไปนิดเลยทำให้โดนเพื่อนๆ ล้อ จนเธอต้องออกโรงปกป้องหลายครั้ง
"ได้ข่าวว่ากลับมาแล้ว แต่ไม่คิดว่าเราจะเจอกันไวขนาดนี้ สบายดีหรือเปล่าผิง ดูโทรมลงนะ...อยู่ที่นู่นอากาศกับอาหารไม่ดีเหรอ" ลดาวัลย์พูดพลางจับแขนเรียวเล็กของพัทราวีมาสำรวจ
