บทที่ 11 11

"อ้อ...อาหารไม่ค่อยถูกปากน่ะ" แม้จะสงสัยและรู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของเพื่อนสมัยเรียนมัธยมแต่หญิงสาวก็ปล่อยผ่านไป "แล้วฟางรู้ได้ยังไงว่าเราเพิ่งกลับมาน่ะ" เพราะเธอเพิ่งกลับมาไม่กี่วันเอง ไม่ได้ออกไปหาเพื่อนคนอื่นด้วยซ้ำ แล้วทำไมลดาวัลย์ถึงรู้เรื่องได้

"อ๋อ..." คนถูกถามลากเสียงยาว ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเขินๆ "พี่พีบอกเราเมื่อคืนน่ะ" เหมือนถูกน้ำเย็นจัดเทราดไปทั้งตัวเมื่อได้ยินคำตอบของผู้หญิงตรงหน้า

"เราคบกับพี่พีมาสองปีแล้วล่ะ ขอโทษด้วยนะผิง" พัทราวีถูกเพื่อนสมัยเรียนคว้ามือไปกุม "ผิงโอเคแล้วใช่ไหม ไปอยู่ที่นู่นตั้งหลายปีแล้วนี่นา"

"โอเคสิ ไม่ได้เป็นอะไร ยินดีด้วยนะฟาง" พยายามฝืนพูดออกไปให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถามว่าผิดไหมที่ลดาวัลย์มาคบกับธนภัทร ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเธอรักผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน เพราะเมื่อก่อนบางวันเธอชอบชวนลดาวัลย์ไปนั่งรอธนภัทรเวลาที่เขาเตะบอลตอนเย็นๆ

ไม่ผิดหรอก...พวกเขามีสิทธิ์ เพราะเธอไม่สามารถไปบังคับจิตใจใครได้ และเป็นตัวเธอเองนี่แหละที่เดินหนีออกมา

"ค่อยยังชั่วหน่อย ผิงเองก็คงมีคนคุยๆ อยู่แล้วเนอะ ไว้ว่างๆ พามาให้รู้จักบ้างสิ" ภัทรวดีแอบเบะปากเล็กน้อย เริ่มรำคาญเจ้าของเสียงหวานๆ ที่พวกผู้ชายชอบมองว่ามันน่ารัก ไม่รู้หรือไงว่ามันผ่านการดัดเสียงมากี่ขั้นตอน

"ไม่มีหรอก เรายังไม่มีแฟน" แวบหนึ่งเธอแอบเห็นประกายไฟลึกๆ ในดวงตาของลดาวัลย์ก่อนที่มันจะหายไป “แต่ก็ไม่คิดนะว่าอยู่ๆ ฟางกับพี่พีจะมาคบกันได้ เมื่อก่อนไม่เห็นฟางจะมีทีท่าว่าชอบพี่พีเขาเลย แล้วทำไมถึง...”

“ฟางแพ้ลูกตื้อน่ะ พี่พีเขาเข้ามาจีบฟางเอง ขอโทษด้วยนะผิง...ความจริงมันก็ไม่เหมาะสมแต่ฟางห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้ นี่ผิงคงไม่โกรธฟางใช่ไหม ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน” ธนภัทรทั้งหล่อทั้งรวย เมื่อก่อนเธอโดนพัทราวีลากไปหาชายหนุ่มบ่อยๆ ตอนนั้นทำได้อย่างมากก็แค่แอบมองเพราะรู้ว่าเพื่อนแอบรักแอบชอบ แต่ในเมื่อพัทราวีไม่อยู่แล้วเธอทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ดังนั้นมันคงไม่ผิดเมื่อธนภัทรเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาหาเธอเอง

“อื้อ ไม่โกรธหรอก” พัทราวีตอบยิ้มๆ แต่ในใจเต็มไปด้วยคำถามว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ น่ะหรือ

“บางทีพี่พีเขาก็หลุดปากบ่นออกมา...” ลดาวัลย์ดูลังเลว่าจะพูดออกมาดีไหม หญิงสาวแอบยิ้มกริ่มเมื่อสามารถกระตุ้นความอยากรู้ของพัทราวีได้      แต่รอยยิ้มนั่นอยู่ในสายตาบุคคลที่สามอย่างภัทรวดีมาโดยตลอด

“เขาพูดว่าอะไร”

“พี่พีไม่อยากให้ฟางงี่เง่าเหมือนผิง เมื่อก่อนพี่พีเขาจะขยับตัวไปไหนก็ไปไม่ได้ แต่ว่าที่เล่าให้ฟังนี่ไม่ได้หมายความว่าจะตอกย้ำความรู้สึกของผิงนะ   ฟางรู้ว่าตอนนี้ผิงคงไม่กลับไปเป็นแบบนั้นแล้วใช่ไหม”

“ไม่หรอก แต่ฟางรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากเลยนะ จากที่เคยใสๆ ตอนนี้เหมือนมีประสบการณ์อะไรๆ ขึ้นเยอะเลย ช่วงที่เราไปเรียนต่อคงเรียนรู้อะไรมาเยอะเลยล่ะสิ” ไม่อยากจะบอกว่าตอนนี้เธออยากจะเป็นลม แสดงว่าที่ผ่านมาลดาวัลย์คนเก่านั่นคือภาพลวงตาใช่ไหม ผู้หญิงที่พูดน้อยและดูจริงใจกลายเป็นผู้หญิงที่ดูมีความลับในใจมากมาย

เหมือนกับพวกคนใจแตกที่เพิ่งเผยธาตุแท้ออกมา เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าคำพูดของ ‘อดีตเพื่อน’ จงใจเย้ยหยันเธอทั้งนั้น เหมือนว่าลดาวัลย์รู้สึกสะใจที่สามารถคว้าธนภัทรไปได้

"ฟางไม่เข้าใจในสิ่งที่ผิงพูดมาเลยอ่ะ เอาไว้เจอกันใหม่นะพอดีตอนนี้ต้องไปแล้ว จะว่าไปก็ดีเหมือนกันไปเที่ยวครั้งนี้ฟางจะได้มีผิงคุยเป็นเพื่อน” ลดาวัลย์พยายามปั้นยิ้มออกไป อย่างน้อยตอนนี้เธอก็อยู่เหนือกว่าพัทราวี

"หมายความว่ายังไงเหรอ" หวังว่ามันคงไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

"ก็ที่พี่ๆ เขาจะไปเที่ยวกันไง พี่พีเขาชวนฟางไปด้วย ตอนแรกก็ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ แต่พอรู้ว่าผิงกลับมาแล้วไปเที่ยวด้วย ฟางก็เปลี่ยนใจทันที...คิดว่าน่าจะสนุกดี"

"อ้อ..." พัทราวีถึงกับเส้นกระตุก เหม็นกลิ่นตุๆ จนไม่อยากจะปั้นหน้าปั้นเสียงคุยด้วย เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนสินะ

"เอาไว้เจอกันนะ น่าสนุกดีเหมือนกัน ไปรำลึกความหลังกันสักหน่อย !" รอยยิ้มบนใบหน้าของลดาวัลย์ค่อยๆ เลือนไปก่อนที่พัทราวีจะเป็นฝ่ายขอตัวเดินออกมาก่อน ตามด้วยภัทรวดีที่เดินตามหลังน้องสาวไปอย่างสะใจเล็กๆ

“พี่เพิ่งรู้นะคะว่าน้องผิงเคยเป็นเพื่อนกับผู้หญิงคนนั้น ร้ายกาจมาก” ลากเสียงยาวจนคนฟังถึงกับส่ายหน้า เพราะเธอเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน

“เคยสนิทกันค่ะ แต่พอเรียนจบก็ห่างๆ กันไป ไม่คิดเลยว่าฟางจะคบกับพี่พี”

เธอไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายจีบก่อน แต่ว่าทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนโดนแทงข้างหลังยังไงก็ไม่รู้ “ไม่รู้ว่าผิงคิดมากไปหรือเปล่า ดูคำพูดของฟางมันแปลกๆ”

“น้องผิงไม่ได้คิดเองฝ่ายเดียวหรอกค่ะ พี่ฟังแล้วยังรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนพยายามอยากจะบอกให้น้องผิงรู้ใจจะขาด” ภายนอกที่ดูใสๆ ข้างในอาจจะเน่าเฟะก็ได้ใครจะไปรู้

“ฟางอาจจะหึงที่ผิงเคยตามชอบพี่พี” เพราะฉะนั้นเธอจะไม่โกรธ เมื่อก่อนขนาดเธอไม่ได้เป็นเจ้าของหัวใจของธนภัทรเธอยังตามหึงหวงจนเขารำคาญเลย “พี่มลคงงง...เมื่อก่อนผิงทำตัวน่ารำคาญน่ะค่ะ สุดท้ายโดนเขาไล่ไม่อยากเห็นหน้าก็เลยตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ”

“น้องผิง...” การที่คนคนหนึ่งหนีไปทำใจไกลขนาดนั้น มันต้องเจ็บปวดมากแค่ไหนกันนะ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ ผิงว่าผิงโอเคนะ”

“แต่มันไม่เต็มร้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดแบบนี้” บางทีความรักก็เล่นตลกกับหัวใจของเรา “มีอะไรปรึกษาพี่ได้นะ ถึงช่วยได้ไม่มากแต่ก็อย่าเก็บไว้ ระบายมันออกมาบ้างเดี๋ยวจะเครียดเอา”

“สบายๆ ค่ะ แต่สัญญาว่ามีอะไรแล้วจะบอกพี่มลคนแรกเลย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป