บทที่ 12 12
กลับมาถึงบ้านก็พบว่าวันนี้มีแขกที่มาโดยไม่บอกล่วงหน้าจะขึ้นห้องเพื่อหนีกลุ่มพี่ๆ คงเสียมารยาทยิ่งกว่าเดิม เธอไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงมาที่นี่อีกแทนที่จะไปนั่งดื่มที่ร้านในเมืองมันน่าจะสะดวกมากกว่า
“กลับมาแล้วเหรอมานั่งนี่สิ ไอ้พวกนี้มารอตั้งแต่บ่ายแล้ว” พัทราวีพยักหน้ายิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปนั่งตามคำสั่งของพี่ชาย แวบหนึ่งเธอเผลอสบตาธนภัทรที่นั่งอยู่ตรงข้าม ไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือทักทายเขาอย่างไรดี
เมื่อวานยังใจเต้นแรงอยู่เลย แต่มาวันนี้พอได้รู้เรื่องบางอย่างเล่นเอาเธอไปไม่เป็น
การตัดใจจากใครสักคนทำไมมันถึงทำได้ยากเย็นแบบนี้นะ...
“ดูเกร็งๆ นะ ลืมพวกพี่ไปแล้วหรือไงครับน้องผิง น่าน้อยใจนะทางนี้คิดถึงจะเป็นจะตาย จะไปเรียนต่อกันก็ไม่มีบอกสักนิด” อย่าว่าแต่พัทราวีที่ดูเกร็งๆ เลย ไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำให้สาวน้อยหนีไปก็เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา หากยังนั่งบื้อกันอยู่แบบนี้ณดลได้สงสัยเข้า
เห็นแบบนี้มันหวงน้องสาวยิ่งกว่าอะไร ทั้งชีวิตมันเหลือแค่พัทราวีนี่แหละ เขาเองก็เป็นเพื่อนไม่อยากเห็นณดลมันมีปัญหากับธนภัทร เรื่องมันผ่านมาก็นานแต่ถ้ารื้อฟื้นขึ้นมา แน่นอนว่าไอ้สองคนนี้มีทะเลาะกันแน่ เพราะบางครั้ง ธนภัทรเองก็อารมณ์ร้อนชอบใช้วาจาพูดทำร้ายจิตใจพัทราวี
“เออ ดูแปลกๆ นะ สงสัยน้องกูลืมไอ้พีหมดใจไปแล้ว ฮ่าๆ” ณดลหัวเราะลั่นตบเข่าเสียงดัง ส่วนคนอื่นๆ ขำไม่ออกสักเท่าไหร่ และเป็นจังหวะเดียวกับที่คนงานเดินเข้ามาเรียกเจ้าของไร่อย่างณดล “พวกมึงคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวกูมา”
“หนีเที่ยวมาเหรอเรา ได้อะไรมาบ้างล่ะ” เจตรินทร์ถามพัทราวีที่เอาแต่นั่งก้มหน้า วันนี้เขาตั้งใจแวะมาหาหญิงสาวโดยเฉพาะแต่ไม่คิดว่าพอมาถึงกลับเจอธนภัทรรวมถึงชิษณุที่อยู่นี่ก่อนแล้ว
“ได้เสื้อผ้ามาไม่กี่ตัวค่ะ ผิงไม่ได้ขนของที่นู่นกลับมามากเท่าไหร่ สภาพอากาศมันไม่เหมือนกันส่วนมากทิ้งไว้นู่นหมดเลย”
ธนภัทรแค่นยิ้มออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งยิ้มแป้นแล้นกับเจตรินทร์ ตอนแรกเข้ามาไม่เห็นจะทักหรือพูดคุยกับใคร นี่คงเปลี่ยนเป้าหมายแล้วสินะ
ก็ดี...เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเรื่องในวันนั้น ดูเหมือนตัวเธอเองก็จะไม่ได้สนใจเท่าไหร่แล้ว เขาไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ เสียเวลาชะมัด !
“ไอ้สองตัวนั้นน่ะ ไอ้บอยกับไอ้เจตต์ไปขยับรถออกให้หน่อย จอดขวางทางโว้ย...คนงานกูจะขนของขึ้นรถ” เสียงโวยวายของณดลทำให้เจ้าของชื่อทั้งสองจำต้องลุกขึ้นออกไปเพื่อขยับรถของตัวเอง
“เดี๋ยวพี่มาคุยด้วยใหม่นะ มีเรื่องจะคุยด้วยเยอะแยะเลย” คนตัวเล็กพยักหน้ารับยิ้มๆ เจตรินทร์เป็นพี่ชายที่อบอุ่นสำหรับเธอเสมอ เขาคอยปลอบใจในวันเวลาที่เธอทุกข์หรือมีเรื่องไม่สบายใจตลอด
แต่ทว่าตอนนี้บ้านกลับมาเงียบสงัดเหมือนไม่มีคนอยู่ เป็นบรรยากาศที่น่าอึดอัดมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ภัทรวดีคงไปทำงานทำหน้าที่ของตัวเองแล้วป่านนี้ หรือเธอควรจะขึ้นห้องไปเก็บของก่อนดีอย่างน้อยก็พอหลบหน้าธนภัทรได้สักสิบห้านาทีก็ยังดี ป่านนั้นพี่ๆ ก็คงกลับเข้าบ้านมาแล้ว
บอกตรงๆ ว่าการที่เธอรู้ว่าธนภัทรกำลังคบหากับลดาวัลย์มันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ทั้งเจ็บทั้งยินดีไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ไหนจะผู้หญิงคนนั้นที่มีท่าทีแปลกๆ ไปอีก เหมือนกับไม่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ทั้งสีหน้าและคำพูดที่ดูจงใจเหยียดๆ
เธอมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง และการกลับมาครั้งนี้เธอไม่อยากมีปัญหากับใครอีก รู้ตัวดีว่ายังตัดใจจากธนภัทรไม่ได้ ดังนั้นเพื่อตัดปัญหาทุกอย่างเธอควรหลีกเลี่ยงที่จะต้องอยู่กับเขาตามลำพัง ไม่ได้กลัวชายหนุ่มแต่เพราะกลัวหัวใจตัวเองมากที่สุด
ยิ่งหวนนึกคำพูดของลดาวัลย์แล้วยิ่งทำให้เธอไม่อยากจะมองหน้าหรือพูดคุยกับธนภัทร รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์โกรธหรือน้อยใจอะไรทั้งนั้น เพราะเมื่อก่อนยอมรับว่าเธอทำผิดจริงๆ
ธนภัทรนั่งจ้องหน้าหญิงสาวที่ไม่ยอมทักทายกันสักคำ ทีกับผู้ชายคนอื่นละระริกระรี้เข้าหาอย่างเต็มใจเมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ เขาไม่ได้น้อยใจหรืออะไรทั้งนั้นแค่กำลังรู้สึกว่าเสียหน้าที่พัทราวีทำเหมือนเขาเป็นอากาศ
หรือความจริงแล้วนี่เป็นวิธีการเรียกร้องความสนใจแบบใหม่ของเธอ...
“สะกดคำว่ามารยาทไม่เป็นหรือไง ใจคอจะทิ้งแขกให้นั่งอยู่คนเดียวสินะ” เมื่อวานนั้นยังดีๆ อยู่เลย แม้ว่าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่มันก็ไม่เหมือนกับวันนี้ ทั้งที่เขาพยายามทำให้ดีขึ้นแต่เธอกำลังทำให้เรื่องแย่ลงไปเรื่อยๆ
พัทราวีเม้มปากเป็นเส้นตรงเมื่อได้ยินแบบนั้น ธนภัทรตั้งใจเหน็บเธอเต็มที่จนไม่ต้องสงสัย
“ขอโทษค่ะ ผิงแค่จะเอาของไปเก็บเท่านั้น” คนใจร้ายคนเดิมกลับมาแล้ว เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลยเมื่อก่อนมองเธอยังไงตอนนี้ก็ยังมองอยู่แบบนั้น เกลียดกันขนาดนี้แล้วจะมาพูดคุยจะมองหน้ากันทำไม
