บทที่ 15 15

“มล มาคุยกันก่อน” ร่างเล็กเดินลิ่วๆ เข้าบ้านไปแล้ว ทีนี้ก็หมดสิทธิ์ที่จะปรับความเข้าใจกับแม่ตัวดี เอาเถอะยอมรับว่าครั้งนี้เขาผิดเองที่ ‘หึง’ จน  หน้ามืด ยัยนั่นไม่รู้หรอกว่าเขาอึดอัดมากแค่ไหนเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นแล้วต้องทำเป็นไม่สนใจเพราะกลัวโดนล้อ ทั้งที่ในใจอยากจะมองอยากจะหยอดคำหวานให้สาวเจ้าใจอ่อน ตั้งแต่ภัทรวดีกลับมาทำงานที่นี่ชีวิตของเขาเหมือนมีอะไรมาเติมเต็ม แต่พอกลับมาเธอกลับทำเหมือน ‘ระหว่างเรา’ ไม่เคยสนิทกัน แบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนว่าตัวเองคือลูกน้องส่วนเขาคือเจ้านาย

“ทะเลาะกันเหรอคะ” ป้าแจ่มที่ตั้งใจเดินมาปิดไฟแต่เห็นร่างสูงๆ ที่คุ้นตาจึงตั้งใจเดินเข้ามาทัก พอดีกับที่ภัทรวดีเดินสวนเข้ามาโดยหน้าตาบูดบึ้งเล็กน้อย

‘ป้าแจ่มยังไม่นอนเหรอคะ มลพาเข้าห้องนะ’

ความห่วงใยของหลานนอกสายเลือดทำให้ป้าแจ่มภูมิใจที่ภัทรวดีเติบโตมาเป็นคนดี หากบิดาและมารดาของเธอรู้เข้าคงดีใจไม่น้อย

“ผมผิดเองครับ หึงจนหน้ามืด” กับป้าแจ่มไม่มีอะไรต้องปิดบังเพราะท่านรับรู้ถึงความรู้สึกของเขาดี “แต่จัดการให้หน่อยก็ดีนะครับ แอบซนไปปีนต้นไม้มา”

“ฮื่อ คุณดินละก็...”

“เกิดตกต้นไม้มาแข้งขาหักจะทำยังไงครับ กันไว้ดีกว่าแก้” ณดลถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “ผมพูดไปมลเขาก็ไม่ฟังผมหรอก ไม่คิดจะฟังด้วยซ้ำ”

“อย่าน้อยใจไปเลยค่ะ คุณดินก็น่าจะรู้ว่าผู้หญิงส่วนมากปากไม่ตรงกับใจสักเท่าไหร่” หากภัทรรับรู้ได้ถึงความรักที่ณดลมีให้อย่างแท้จริงแล้วละก็คงไม่คิดมากอย่างทุกวันนี้

“กว่าจะยอมพูดอะไรที่ตรงกับใจ ผมไม่ต้องรอยันผิงมีลูกเลยเหรอครับ”

“คุณดินก็ว่าไป อย่าแกล้งหนูมลเธอมากสิคะ การที่คุณดินชอบพาสาวๆ มาที่บ้านนี่แหละตัวดี” ข้อนี้คนแก่ๆ อย่างเธอไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ ไม่มีผู้หญิงที่ไหนชอบกับการที่เห็นคนที่เราแอบรักไปควงกับผู้หญิงคนอื่นหรอก

“คนปากแข็งก็ต้องหาอะไรงัดหน่อยครับ อย่าห่วงเลยเพราะผมไม่เคยมีใครนอกจากยัยตัวแสบนั่น” และมันก็ได้ผลมากทีเดียว

“ระวังนะคะ เพราะหนูมลอาจจะไม่ได้คิดเหมือนกับคุณดิน” เตือนด้วยความหวังดีก่อนจะขอตัวไปนอน ปล่อยให้เจ้านายหนุ่มยืนคิดอะไรไปเรื่อย

กระเป๋าถูกลำเลียงขึ้นรถยนต์โฟร์วิลรวมถึงข้าวของที่เอาไว้ ทำอาหาร วันนี้ต้องออกเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรีตามที่พวกผู้ชายวางแพลนกันไว้ แต่ดูเหมือนบรรยากาศจะขุ่นหมองยังไงก็ไม่รู้

“พี่ดินกับพี่มลเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” คนกลางอย่างเธอทนอึดอัดไม่ไหวเมื่อเห็นทั้งสองคนเป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าณดลไปทำอะไรให้ภัทรวดีโกรธหรือเปล่า เพราะโดยปกติแล้วหญิงสาวเป็นคนที่มีเหตุผลและน้อยครั้งที่จะโกรธใคร

เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ช่วงที่ภัทรวดียังไม่ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งสองสนิทกันราวกับเป็นแฟน

คิดดูแล้วก็เหมือนเธอที่เอาแต่วิ่งตามติดธนภัทรแต่อีกฝ่ายไม่ได้เล่นด้วย

“ขอเวลานอกสักห้านาทีนะ ส่วนเธอ...มานี่เดี๋ยวนี้” ตัวณดลเองก็ไม่อยากปล่อยให้เรื่องมาคาราคาซังแบบนี้ ภัทรวดีทำกับเขามากเกินไปแล้ว กล้าดียังไงถึงเมินใส่กันไม่พูดไม่จาตั้งสองสามวัน

“นาย !” พัทราวีเบิกตากว้างเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองคว้าข้อมือเล็กๆ ของภัทรวดี โดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมแถมยังโวยวายเสียงดัง

ท่าทางแบบนี้คือยังโกรธอยู่นะ...พี่ชายเธอมองไม่ออกหรือไงกัน

“พี่ดินใจเย็นๆ สิ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ เดี๋ยวแขนพี่มลหักเอา”

“แกรออยู่เนี่ยแหละ ฉันไม่ฆ่ายัยนี่หรอก” ร่างสูงสั่งน้องสาวด้วยความหงุดหงิด พัทราวีได้แต่พยักหน้าตามอย่างงงๆ เพราะเธอไม่รู้ว่าทั้งสองเขามีเรื่องอะไรบาดหมางใจกัน

แต่ที่แน่ๆ มันต้องเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เพราะหากณดลไม่แคร์เขาจะไม่สนใจแม้แต่ปลายเส้นผม จะเป็นตายร้ายดียังไงก็จะไม่เข้าไปยุ่ง “วิธีง้อสาวของพี่ดินหรือไง”

คนตัวเล็กโดนร่างสูงลากมาไกลจากรถพอสมควร ยิ่งขืนตัวเองเขาก็ออกแรงและนั่นทำให้เธอรู้สึกเจ็บกับการถูกฉุดกระชาก สุดท้ายเลยปล่อยให้เขานำทางไปอย่างโดยดี

“...” ภัทรวดีมองไปทางอื่น เมื่อแขนของเธอถูกปล่อยเป็นอิสระ เธอไม่ได้อยากจะเรียกร้องความสนใจอะไรทั้งนั้นเพราะตัวเองไม่มีสิทธิ์คิดอะไรงี่เง่า แต่ที่หลบหน้าพูดไม่จากับเจ้านายหนุ่มก็เพราะไม่อยากเอาหัวใจตัวเองเข้าไปเสี่ยง การที่ณดลดูถูกเธอเหมือนเป็นผู้หญิงอย่างว่ามันทำให้เธอจุกและเจ็บปวด การที่เขาคิดแบบนั้นมันไม่ผิดหรอกแต่มันแสดงให้เห็นว่าลึกๆ แล้วเขามองเธอเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก

มากกว่าความน้อยใจนั่นคือความเสียใจ...

“จะเป็นแบบนี้อีกนานไหม” ในที่สุดคนที่ทำลายความเงียบก็คือณดล มันค่อนข้างกระอักกระอ่วนแปลกๆ เมื่อคนที่เคยโดนตามใจมาตลอดกลับมาเป็นฝ่ายถูกเมิน เหมือนเขาไม่มีความสำคัญกับผู้หญิงคนนี้แม้แต่น้อย

“มล...”

“มลไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นค่ะ” ณดลทำเหมือนเธอเป็นคนสำคัญสำหรับเขา แต่มันก็แค่บางเวลาเท่านั้น เพราะบางคืนผู้ชายใจร้ายคนนี้ยังพาสาวๆ เข้ามานั่งดื่มนั่งกินกันในไร่

แล้วเธอจะกล้าคิดเข้าข้างตัวเองได้อย่างไร...ที่ทำเป็นแข็งข้อนั่นก็เพราะไม่อยากถลำลึกลงไปมากกว่าเดิม ที่ต้องทำเป็นไม่สนใจก็เพื่อพยุงหัวใจตัวเองเอาไว้ หากวันไหนที่ตัวเองล้มใครเล่าจะยื่นมือมาให้เธอ นอกจากต้องลุกขึ้นเอง

“โอเค เรื่องนั้นฉันผิดเอง ขอโทษนะ” ท่าทางของคนตัวโตรวมถึงน้ำเสียงดูสำนึกผิดจริงๆ ภัทรวดีหันกลับมามองร่างสูงก็พบว่าโดนเขาจ้องอยู่ก่อนแล้ว “ขอโทษที่ดูถูกเธอ ตอนนั้นมันหึงมากไปหน่อย ก็ฉันไม่ชอบให้ผู้ชายคนอื่นมาวุ่นวายกับเธอ ไอ้เข้มมันมองเธอสายตาแบบไหนรู้หรือเปล่า”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป