บทที่ 16 16
ณดลกำลังจะสื่อถึงอะไร...เธอไม่รู้ว่าเขาจริงจังหรือแค่อยากจะหยอกกันเล่นๆ แต่ที่แน่ๆ มันอันตรายต่อหัวใจเธอที่สุด เขาเจ้าชู้มากขนาดไหนอยากให้ตัวเองลองคิดทบทวนดู เธอกลับมาอยู่ที่ไร่ชมรักได้ประมาณสองเดือนแล้ว ผู้หญิงที่แวะเวียนมาหาณดลนั้นมีมากเท่าไหร่ เดือนที่แล้วเท่าที่จำได้น่าจะประมาณห้าคนได้กระมัง อย่าหลงคารมหรือคำพูดของเขาเชียวนะมล...
“เขาจะมองยังไงก็เรื่องของเขา นายเองก็เถอะค่ะ...เก็บความหื่นทางสายตาบ้าง ยังไงมลก็เป็นลูกจ้างของนายนะคะ” เธอว่าเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับท่าทีของณดลที่แสดงออกมาตรงๆ
“เก็บทำไม ก็ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ”
ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ถึงภัทรวดีจะไม่เล่นด้วยแต่แก้มใสๆ ที่แดงระเรื่อขึ้นมันทำให้เขารู้ว่า แท้จริงแล้วคนตัวเล็กกำลังเขิน “ฉันเป็นคนหวงของ อย่าไปอยู่ใกล้มันอีกนะ”
“คนทำงานนะนาย จะมาสั่งห้ามนู่นห้ามนี่ได้ยังไง” คำสั่งบ้าอะไรไม่รู้ ร้านทั้งร้านก็มีพนักงานอยู่กี่คน บางวันลูกค้าเยอะๆ ใครจะมานั่งใส่ใจเรื่องแบบนี้ “สายแล้วนะคะ น้องผิงยืนรอนานแล้วด้วย”
“อย่าเพิ่งเดินหนี ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง” ณดลบอกเสียงทุ้มแต่ดูเหมือนยัยตัวแสบจะไม่มีความเกรงกลัวกันเลยสักนิด เดินลิ่วๆ ไปที่รถแล้วตอนนี้
“หายโกรธกันแล้วเหรอคะพี่มล” พัทราวีถามพลางเหล่มองพี่ชายที่เดินยิ้มมาแต่ไกล
“มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยค่ะ แต่มันไม่ใช่อย่างที่น้องผิงคิดนะคะ” รีบปฏิเสธกลัวว่าน้องสาวเจ้าของไร่จะมองเธอไม่ดี ไม่อยากให้คิดแบบนั้นด้วยเพราะเธอเองก็จะหลีกเลี่ยงเหมือนกัน คนเจ้าชู้ก็พูดไปเรื่อยเธอไม่ควรเก็บคำพวกนั้นมาใส่ใจ แม้ว่ามันจะไม่ค่อยได้ผลก็ตาม
“คิดหน่อยก็ดีนะคะ ผิงอยากได้พี่มลเป็นพี่สะใภ้”
“น้องผิง !” คนถูกแซวหน้าเหวอ ไม่คิดว่าพัทราวีจะเห็นดีเห็นงามด้วย “พี่ชายเรากะล่อนจะตายไป เจ้าชู้ก็ที่หนึ่งพี่ไม่ตกหลุมรักง่ายๆ หรอกค่ะ”
“แต่พี่ดินไม่ค่อยออกอาการห่วงความรู้สึกใครเท่าพี่มลเลยนะคะ” ถ้าเลือกได้เธอก็อยากให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวมากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ
“เขาเดินมาแล้ว เราขึ้นรถกันเถอะค่ะสายแล้ว ต้องไปเจอกับเพื่อนๆ เขาอีก” ภัทรวดีกระตุกมือของสาวรุ่นน้องก่อนจะเป็นฝ่ายขึ้นไปบนรถก่อน ปล่อยให้พัทราวียืนนิ่งเมื่อคิดว่าอีกไม่ถึงชั่วโมงต้องไปพบเจอกับธนภัทรรวมถึงคนรักของเขา ไม่อยากเจอเลยจริงๆ แต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว...
ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนต้นคิดถึงได้เสนอที่นี่มา ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบนะเธอชอบมากเพราะมันค่อนข้างเงียบสงบเหมาะสำหรับคนที่ต้องการธรรมชาติโดยแท้จริง แต่ว่ามันต้องขึ้นเขานานไปหน่อยเพราะมันสูงมาก ก็เลยเป็นเหตุทำให้ใครหลายๆ คนถึงกับเมารถจนอ้วกแตกอ้วกแตนแบบนี้
“ถ้ารู้ว่านั่งรถแล้วเมาแบบนี้ พี่ขอเมารถก่อนขึ้นรถเสียยังจะดีกว่า” ชิษณุบอกด้วยน้ำเสียงอิดโรย ส่วนพัทราวีได้แอบแต่หัวเราะแล้วทำหน้าที่ลูบหลังให้เพื่อนพี่ชายต่อไป
“ไหวหรือเปล่าฟาง” พัทราวีเบือนหน้าหนีกับภาพตรงหน้า พยายามไม่สนใจไม่มองแต่เหมือนจะทำไม่ได้ ยิ่งหนีก็เหมือนกับว่าทุกอย่างผลักดันให้เข้าไปอยู่ในวังวนที่ยากจะถอนตัว
“ค่อยยังชั่วแล้วค่ะพี่พี แย่เลยนะคะที่ทำให้พี่พีเห็นภาพที่ไม่น่ามอง” ลดาวัลย์บอกอย่างเขินๆ แล้วรับน้ำเปล่าจากแฟนหนุ่มมาดื่ม “ขอบคุณมากค่ะ”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไปนั่งพักเถอะเดี๋ยวพี่ไปขนของลงจากรถเอง”
“พี่ขอน้ำหน่อยครับน้องผิง” พัทราวีรีบยื่นน้ำให้เพื่อนพี่ชาย หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าธนภัทรพาลดาวัลย์ไปนั่งพักที่ไกลออกมาจากตรงนี้เล็กน้อย มองหาภัทรวดีก็พบว่าตอนนี้พี่สาวคนสวยของเธอกำลังมีสภาพไม่ต่างจากชิษณุ ซึ่งมีพี่ชายของเธอคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
มันชักยังไงๆ แล้วนะคู่นี้ เห็นทีคงต้องถามณดลให้รู้เรื่อง หากชอบพอภัทรวดีจริงๆ ก็ขอให้ประพฤติตัวดีๆ ไม่ใช่ควงหญิงไปเรื่อย
“พี่บอยคะ พี่ดินนี่คบใครอยู่ ยังมีสาวๆ มาติดพันไหม”
“ไอ้ดินหญิงมันเยอะจะตาย ไม่แบ่งให้พี่ด้วยซ้ำ” พัทราวีย่นหน้าใส่เมื่อได้ยินแบบนั้น พวกเขาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาแต่ผู้หญิงอย่างเธอไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ นี่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นไว้ควงโชว์หรือยังไงกัน
“เรื่องปกติน่า อย่าทำหน้าแบบนั้น แต่ไอ้เจตต์ไม่เป็นนะไม่ต้องห่วง”
“ไม่เกี่ยวกันนี่คะ ผิงถามถึงพี่ชายตัวเองเฉยๆ” ชิษณุมองอย่างล้อเลียนส่วนเธอได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่ได้คิดอะไรกับเจตรินทร์เกินกว่าคำว่าพี่ชายเลย และเธอก็คงบอกเขาตรงๆ ดีกว่าปล่อยให้เขาคิดเลยไปไกล
ไม่อยากให้ความหวังใครแบบลมๆ แล้งๆ เพราะข้างในหัวใจยังไม่ลืมเขา
หลังจากที่ใครหลายๆ คนหายมึนหัวกันแล้ว หน้าที่ต่อไปคือจัดการ กางเต็นท์ทั้งสาม ปัญหามันอยู่ที่ว่าเธอกางไม่เป็นมันไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดไว้เลย “แกช่วยไอ้พีมันกางเต็นท์ไปก่อนนะ” ณดลหันมาบอกน้องสาวที่ยืนงงอยู่ใกล้ๆ “ฉันจะไปช่วยมลเขาขนของ ยังเหลืออีกเยอะ” พัทราวีเม้มปากเข้าหากันแน่น ไม่อยากอยู่กับธนภัทรสักนิดไม่อยากมองหน้าไม่อยากได้ยินเสียง
