บทที่ 17 17

เอาเถอะ...ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้ ก็แค่ทำเมินๆ ไปทำให้เขาเหมือนกับธาตุอากาศ เรื่องแค่นี้เธอทำได้อยู่แล้วเชื่อสิ !

“กางเป็นหรือเปล่า เอาเหล็กอันนั้นมาเสียบเข้าตรงนี้ มันจะได้ลงล็อก” ธนภัทรสั่งเสียงเข้ม ซึ่งคนตัวเล็กก็ทำตามแต่โดยดีไม่มีปากมีเสียงเหมือนเมื่อก่อน มันทำให้เขารู้สึกขัดใจเหมือนว่าพัทราวีกำลังเล่นสงครามทางจิตวิทยากับเขา

“นั่งรถขึ้นเขามาตั้งนาน เธอเมารถหรือเปล่า” เขาถามหวังให้บรรยากาศคลายความอึดอัดลง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือพัทราวีส่ายหน้าเป็นคำตอบเท่านั้น

“เป็นอะไร !” ร่างสูงเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เหมือนกลายเป็นคนที่ไร้ค่าในสายตาของร่างบาง ทั้งที่เขาพยายามทำให้อะไรๆ ดีขึ้นแต่เหมือนจะโดนเมินเฉย

“กางเต็นท์กันอยู่เหรอคะ ฟางช่วยค่ะ” ลดาวัลย์เหลือบมองพัทราวีไม่พอใจเล็กน้อยที่เห็นธนภัทรอยู่กับผู้หญิงคนนี้ มันเหมือนว่าธนภัทรยังมีเยื่อใยกับพัทราวีอยู่

“งั้นขอตัวก่อนนะคะ” พัทราวีรู้ตัวว่าผู้หญิงข้างๆ แสดงออกถึงความไม่พอใจ คิดเหรอว่าเธออยากจะอยู่ตรงนี้กับธนภัทร มาก็ดีเธอจะได้ไปทางอื่น

“ขอบคุณมากนะผิง แต่อยู่ห่างๆ แฟนของฟางหน่อยก็ดี เผอิญฟางเป็นคนขี้หวงน่ะ” ประโยคหลังลดาวัลย์บอกเสียงเบาแต่คนฟังได้ยินชัดเจน คนหวงแฟนยิ้มหวานให้พัทราวีที่ตวัดตามองอย่างรังเกียจ

นี่น่ะเหรอ...ผู้หญิงที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนของเธอ ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ ลดาวัลย์ที่เคยอ่อนน้อมถ่อมตนหายไปไหน หรือจริงๆ แล้วนี่คือธาตุแท้ของหญิงสาวกันแน่

“เอาไปเถอะ ฉันคายทิ้งไปนานแล้ว” ตอบกลับไปได้อย่างเจ็บแสบไม่แพ้กัน แต่ใครจะรู้ว่าที่พูดออกไปก็เหมือนเฉือนหัวใจออกไปด้วย จะกี่วันกี่เดือนหรือกี่ปีเธอก็ยังลืมธนภัทรไม่ได้จริงๆ ที่ต้องถอยห่างจากชายหนุ่มนั้นก็เพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเองทั้งนั้น

ธนภัทรมองสองสาวกระซิบกระซาบกันอย่างขุ่นข้องใจ อยากจะรู้นักว่าพัทราวีกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ แล้วก็ต้องสบถคำหยาบคายในใจเมื่อเห็นว่ายัยตัวดีกำลังจะปลีกตัวออกจากตรงนี้

“เธอจะไปไหนพัทราวี ไอ้ดินใช้ให้กางเต็นท์เป็นเพื่อนฉันไม่ใช่หรือไง !” คำพูดของเขาไม่สามารถหยุดร่างบางได้ เมื่อเธอยังเดินต่อไปไม่สนใจสักนิด

“ฟางอยู่ช่วยพี่พีไงคะ“ รีบเกาะแขนแกร่งเอาไว้อย่างออดอ้อน         จนสุดท้ายธนภัทรยอมปล่อยให้พัทราวีเดินจากไปง่ายๆ “ดูเหมือนผิงเขาจะไปสนิทกับพี่เจตต์มากกว่านะคะ” ทางที่ดีเธอควรดึงเขาไว้ให้แน่น กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องลงทุนไปมากเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นจะไม่มีวันยอมถอยไปง่ายๆ แน่

“เลิกพูดเถอะ” ถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่ตายังมองร่างบางที่เดินไปหาเจตรินทร์ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างสมเพช

พลาดจากเขา...ก็คงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่สินะ

บริเวณที่กางเต็นท์นอนค่อนข้างกว้างใหญ่กว่าส่วนอื่นๆ คงเพราะกลุ่มเธอขึ้นมาตั้งแต่เช้าเลยมีสิทธิ์จับจองพื้นที่นี้ พอสายๆ หน่อยผู้คนเริ่มทยอยขึ้นมาพักผ่อนกัน แต่กว่าจะขึ้นมาถึงเธอแอบเห็นส่วนมากหน้าซีดคล้ายคนเมารถ มารดาของเธอกับมารดาของธนภัทรก็เป็นหนึ่งในนั้น ก็น่าเวียนหัวอยู่หรอกวนไปวนมาเสียขนาดนั้น แต่พอขึ้นมาถึงจุดสูงๆ แบบนี้มันก็น่าภูมิใจเหมือนกันเพราะมันสวยมาก พรุ่งนี้เช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้นคงจะสวยมากน่าดู

บางกลุ่มเขาซื้ออาหารสำเร็จรูปขึ้นมาตุนๆ ไว้ทานกันเพราะบนนี้ไม่มีร้านขายของที่คอยอำนวยความสะดวก ถือว่าธรรมชาติล้วนๆ ต้องขอบคุณความรอบคอบของภัทรวดีที่นึกถึงพวกเครื่องไม้เครื่องมือในการทำอาหาร ไม่อย่างนั้นคงได้แต่นั่งปิ้งนั่งเผาอย่างเดียว การออกทริปรอบนี้มีทั้งเตาแก๊สถังเล็กๆ      กล่องโฟมที่บรรจุน้ำแข็งจับพวกเนื้อสัตว์แช่ลงในนั้น หม้อและกระทะรวมถึงตะหลิวพร้อมครบสูตร เห็นข้าวของเยอะขนาดนี้แต่ไม่ได้รบกวนหรือทำความสกปรกแก่พื้นที่อุทยานหรอกนะ

“น้องผิง...กุ้งพอได้หรือยังจ๊ะ” พัทราวีพลิกกุ้งที่เธอกำลังย่างไปมาก่อนจะพยักหน้ายิ้มๆ เมื่อเห็นว่ามันสุกได้ที่แล้ว “พี่มลเอาไปได้เลยค่ะ เดี๋ยวผิงย่างไปเรื่อยๆ”

“แล้วน้องผิงไม่หิวเหรอ พี่ไม่เห็นทานอะไรเลยนะ เดี๋ยวไปตักแกงจืดให้แล้วกัน” ภัทรวดีถามสาวน้อยด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่พัทราวีกลับมาดูเหมือนจะเหงาหงอยแปลกๆ ไม่ชวนพูดเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ สักนิด สงสัยคงมีเรื่องคอยกวนใจและถ้าเดาไม่ผิดอาจจะเกี่ยวข้องกับคู่รักอย่างธนภัทรกับลดาวัลย์ที่ฝ่ายหญิงตัวติดกับผู้ชายอย่างกับอะไรดี

“ขอบคุณนะคะพี่มล นี่กุ้งค่ะ” เธอจัดการคีบกุ้งเผาตัวไม่ใหญ่มากให้ก่อนที่ภัทรวดีจะเดินกลับเข้าไปในวงอาหารที่กำลังครื้นเครง ไม่รู้ว่าณดลบังคับอะไรภัทรวดีหรือเปล่าถึงต้องนั่งข้างๆ กันแบบนั้น แต่ดูๆ ไปแล้วพวกเขาคงกุ๊กกิ๊กกันอยู่แน่ๆ กลับไปเธอต้องถามให้รู้เรื่องสักที

ก่อนหน้านั้นชิษณุเรียกเธอไปนั่งร่วมวงด้วย แต่จะให้เธอเข้าไปนั่งทานด้วยคงไม่สนุกเดี๋ยวเขาเห็นหน้าเธอจะกลายเป็นไม่อยากทานอะไร งานจะกร่อยถ้าต้องนั่งมองหน้ากันแบบนั้น ไม่อยากอารมณ์เสียเพราะเห็นหน้าอดีตเพื่อนตัวเองด้วย ยิ่งมองยิ่งหงุดหงิดขวางหูขวางตาไปหมด

คนที่เหมือนจะมีความสุขและสนุกที่สุดคงไม่พ้นลดาวัลย์ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเรียกว่าเพื่อนดีไหม...เพราะเพื่อนเขาคงไม่ทำกันแบบนี้

“ขอบคุณค่ะพี่มล”

พัทราวีรับถ้วยแกงจืดที่ยื่นมาตรงหน้า แต่พอเงยหน้าเงยดันไม่ใช่ว่าที่พี่สะใภ้ของเธอ

แต่เป็น...เจตรินทร์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป