บทที่ 18 18
“อ้าว...พี่เจตต์ ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มหวานๆ ให้ก่อนที่ร่างสูงจะถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ลองไว้ไม่ให้เปื้อนกางเกง
“มารอกุ้งเหรอคะ สักพักนะคะ เมื่อกี้ผิงเพิ่งยกให้พี่มลไปหมดเลย”
“เปล่าหรอก พี่มาช่วยผิงน่ะเห็นนั่งทำอยู่คนเดียว” ความจริงจะเดินมาหาตั้งนานแล้ว แต่เห็นว่าภัทรวดีลุกขึ้นมาก่อนก็เลยรอพอหญิงสาวกลับมาพร้อมกับถาดที่เต็มไปด้วยกุ้งเผา และเห็นตักแกงจืดกำลังจะเดินเอามาให้พัทราวีเลยอาสาถือมาให้เองพร้อมกับของกินอื่นๆ อีก
“โอ๊ย...ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เจตต์ ไม่ได้เหนื่อยอะไร” เสียงหวานหัวเราะเล็กน้อย ทำไมต้องกลัวเธอเหนื่อยกับเรื่องแบบนี้ เอาจริงๆ ตอนทำอาหารที่บ้านเหนื่อยและวุ่นวายกว่านี้อีก
“พี่ว่าผิงเขยิบไปหน่อยดีกว่าเดี๋ยวพี่ย่างให้เอง ส่วนนี่...พี่เอามาให้ทานเสียเดี๋ยวหน้ามืดตกเขามาแล้วจะยุ่ง” การจะเข้าหาผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ว่าจะบุ่มบ่ามเข้าไปง่ายๆ เจตรินทร์รู้ดีว่าต้องเนียนๆ เข้าไปแบบเพื่อนมากกว่าถึงจะทำให้ พัทราวีไว้ใจในระดับหนึ่ง และเขาก็ทำแบบนั้นมาตั้งแต่ต้น
คิดว่า...คนตัวเล็กน่าจะรับรู้ความรู้สึกของเขาดี เพียงแต่เธอไม่แสดงออกมาว่ารู้แค่นั้นเอง
“พี่เจตต์ก็...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้งคะ” เธอหัวเราะเต็มเสียง ขำกับประโยคที่หนุ่มรุ่นพี่บอกมา “ผิงไม่ทำให้ตัวเองเจ็บตัวแบบนั้นหรอก”
“แล้วหัวใจตัวเองล่ะ ไปอยู่นู่นตั้งหลายปีดีขึ้นบ้างไหม”
ชายหนุ่มถามยิ้มๆ ทำให้หญิงสาวเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา คนมองพอเดาออกว่าอะไรเป็นอะไร “ทำไมล่ะผิง...รักมันมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไม่รักแล้วเหนื่อยจะตาย เหนื่อยกว่านั่งรถขึ้นเขาอีก” อยากจะหันกลับไปมองคนต้นเหตุแต่ใจไม่กล้าพอ บอกตัวเองว่าหากจะตัดใจก็ไม่ต้องไปสนใจแล้ว เขาจะคุยกับใครจะมองหน้าใครมันก็เรื่องของเขา
“คนเก่ง...ถ้ามันเจ็บก็อย่าไปฝืน ไปตั้งห้าปีถ้ามันยังลืมไม่ได้ก็อย่าไปบังคับมัน” เจตรินทร์ยีผมคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู อีกใจหนึ่งก็ลิงโลดไม่น้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น “มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้ พี่อยู่ข้างผิงเสมอ...นึกถึงวันนั้นแล้วส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของพี่ด้วย”
“ไม่เกี่ยวกับพี่เจตต์หรอกค่ะ มันคงถึงเวลาของมันแล้วมั้งคะ ในเมื่อเดินตามมาตั้งนานก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ” ร่างบางเขยิบออกมานั่งกอดเข่าโดยปล่อยอาหารที่เจตรินทร์เอามาให้วางที่เดิมก่อน ตอนนี้อยากนั่งกอดเข่าแล้วระบายอารมณ์ที่อยู่ในใจออกมามากกว่า “ผิงคงฝังใจกับคำสัญญาของพี่พีมากเกินไป มันเลยทำให้ลืมยากไปสักหน่อย”
“อยากร้องไห้หรือเปล่า” ถามด้วยความเป็นห่วง แต่สาวน้อยกับส่ายหน้ายิ้มๆ เธอร้องไห้มามากพอแล้วล่ะ
เจ็บให้ตายร้องไห้หนักขนาดไหนเขายังไม่สนใจ ข้อนี้ทำให้เธอหวนกลับมานึกถึงความจริงบางอย่าง ใช่ว่าความพยายามจะสำเร็จตามที่คิดเอาไว้
“การตัดใจมันยากมากค่ะ หลายปีผ่านมาเหมือนว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อก่อนผิงเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย คิดว่ายังไงเขาก็ต้องเป็นของเราเพราะผิงทั้งรักและทุ่มเทให้ทุกอย่าง ลืมคิดไปว่า...ตัวผิงเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับให้พี่พีหันมารักผิงเหมือนกัน” เธอเดินมาไกลมาก มันคงต้องใช้เวลานานกว่านี้ถึงจะคลำทางกลับได้ถูก
ทำร้ายหัวใจตัวเองมาก็มาก หากอยากจะขอโทษใครมากที่สุด คนนั้นก็คือตัวเอง...อยากจะขอโทษหัวใจที่ทำให้เจ็บปวดมานานขนาดนี้
“พี่คิดว่าผิงรู้...ว่าพี่รู้สึกยังไงกับผิง” เขาสารภาพทางอ้อมโดยไม่มองหน้าเธอ สายตาจับจ้องไปยังกุ้งที่เริ่มเป็นสีชมพูเมื่อโดนไฟแผดเผา มือหนาจัดการใช้ที่คีบพลิกตัวกุ้งอีกด้าน “แล้วก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งมารู้สึก”
“รู้ค่ะ แต่หัวใจของผิงมันคงอยากจะพัก” เธอบอกแบบไม่ตื้นเต้นใดๆ ทั้งสิ้น คงเป็นเพราะจับผิดมาได้นานแล้ว รู้สึกผิดเหมือนกันที่ต้องพูดตัดรอน
“คนเราจะใช้เวลาพักหัวใจนานเท่าไหร่กันนะ เท่าที่ผิงหนีจากพี่ไปพี่ก็ว่ามันนานมาก แต่สุดท้ายผิงกลับมาบอกว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร”
“สำหรับผิง บางทีก็ไม่มีกำหนด” เธอบอกยิ้มๆ “เพราะผิงโตมากับพี่พี สายตาของผิงก็มองเขามาคนเดียวตลอด มันเลยทำให้เจ็บลึกจนยากที่จะเริ่มต้น”
“พี่เข้าใจ ไม่ได้หวังว่าจะสมหวังหรอก ขอแค่ได้บอกออกไปก็พอ เพราะมันคงดีกว่าการเก็บเอาไว้ในใจ แต่ถึงยังไงพี่ก็ยังอยากดูแลผิงนะ...” ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ ใครว่าผู้ชายเจ็บไม่เป็นนะ น่าขำชะมัดที่หักอกสาวมาก็เยอะแต่สุดท้ายตัวเองกลับมาอกหักเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้
“มัวแต่นั่งอี๋อ๋อ กุ้งจะไหม้หมดแล้วไม่เห็นหรือไง !” เสียงพูดเหนือศีรษะนั้นทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งจนตกใจ เมื่อเห็นว่าเป็นธนภัทรจึงทำเป็นไม่สนใจ เธอไม่รู้ว่าเขากำลังหาเรื่องหรือกำลังโมโหหิวกันแน่ อาหารตรงอื่นก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ
“เออๆ ก็ดูอยู่นี่ไง มึงจะโวยวายทำไมวะไอ้พี” พูดให้ตกใจ
“นู่น...ไอ้บอยเรียกหามึงอยู่” เจตรินทร์นึกขำถึงข้ออ้างที่โคตรจะไม่เข้าท่าของเพื่อนตัวเอง มันคงมีเรื่องจะคุยกับพัทราวีแต่ไม่รู้จะเอ่ยปากไล่เขาอย่างไร อีกอย่างมันคงไม่กล้าพูดตรงๆ เพราะไอ้นี่กลัวเรื่องเสียฟอร์มเป็นที่สุด
“เออๆ เดี๋ยวพี่มานั่งคุยด้วยใหม่นะ” ร่างบางพยักหน้าให้ยิ้มๆ ก่อนที่เจตรินทร์จะลุกขึ้นแล้วเดินไปยังกลุ่มเพื่อนที่นั่งสังสรรค์กันอย่างสนุกสนาน
