บทที่ 20 20
พัทราวีนึกขอบคุณลดาวัลย์ที่เข้ามาได้จังหวะพอดีเพราะเธอไม่อยากนั่งตรงนี้อีกแล้ว ดูเหมือนว่าธนภัทรจะจับจุดเธอได้ว่าความจริงแล้วที่หนีไปเรียนต่อมาตั้งนาน เธอ...ยังลืมเขาไมได้
“ขอบใจนะ อ้อ...ฝากดูกุ้งด้วยล่ะ” เธอรีบลุกขึ้นแต่ไม่ลืมฝากให้หญิงสาวคอยจัดการกับกุ้งที่กำลังถูกไฟแผดเผา มองๆ ดูแล้วเหมือนกับหัวใจของเธอ
“ผิงไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องดูแลปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฟางเถอะ พี่พีหิวไหมคะ ฟางตักนี่มาให้ด้วย...”
พัทราวีหันหลังแล้วเดินจากมา บางทีเธอควรเปลี่ยนจากคำอวยพรเป็นคำสาปแช่งมากกว่า !
ตกค่ำอากาศเริ่มเย็นมากขึ้นโชคดีที่เธอเตรียมเสื้อกันหนาวรวมถึงผ้าห่มผืนบางๆ แต่มันช่วยให้ความอบอุ่นได้ดี พัทราวีขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นภัทรวดีเดินมาทางนี้
“อีกนานเลยกว่าพวกเขาจะนอนกัน น้องผิงง่วงหรือยัง” ว่าที่พี่สะใภ้นั่งลงข้างๆ เธอก่อนจะหันไปมองยังกลุ่มผู้ชายที่ยังนั่งสังสรรค์ไม่เลิก แต่ดีหน่อยที่พวกเขามีมารยาทไม่ส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น “เพื่อนน้องผิงนี่เข้ากับผู้ชายได้ดีจังเลยนะคะ”
“ปล่อยเขาเถอะค่ะ ผิงขี้เกียจไปยุ่งด้วย” ไม่ใช่ว่าเข้ากับทุกคนได้ดีหรอก แต่พยายามเข้าไปอยู่ในโลกของผู้ชายมากกว่า ดูทุกคนจะรักและเอ็นดูลดาวัลย์มากเหลือเกิน
ทำเหมือนกับยัยนั่นเป็นตุ๊กตาเคลือบกระเบื้อง เห็นแล้วอยากจะสะบัดเท้าใส่ให้หล่นลงมาแตกจริงๆ
“พี่ถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” แววตาของพัทราวีเศร้าจนเธอสังเกตเห็น มันเหมือนอยากจะพูดอะไรออกมาแต่ทำไม่ได้ เก็บไว้ในใจอยู่คนเดียว
ที่มองออกเพราะเธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง...
“พี่มลคงอยากจะถามเรื่องผิงกับพี่พีแล้วก็ฟางใช่ไหมคะ” พัทราวียิ้มเศร้าๆ ดีเหมือนกันอย่างน้อยเธอก็มีที่ระบายได้ปรึกษากับภัทรวดี ครั้นจะบอก ณดลก็เห็นจะไม่ได้จริงๆ
ผู้ชายไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงหรอก เพราะพวกเขาคิดตื้นเกินไป
“พี่ไม่สบายใจที่เห็นเราซึมๆ แบบนี้” พัทราวีก็เหมือนน้องสาวของเธอคนหนึ่ง เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ เคยโดดหนังยางด้วยกัน ไปปั่นจักรยานด้วยกันก็บ่อย “นายอาจจะไม่สังเกตเพราะเขาเป็นผู้ชาย ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ แต่น้องผิงอย่าลืมนะว่าตรงนี้ยังมีพี่มลอีกคน”
“พี่มล...” ผู้หญิงคนนี้ทำให้เธอน้ำตาตีตื้นขึ้นมา ลึกๆ แล้วเธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการความรัก อยากได้รับการเอาใจใส่ดูแล อาจเป็นเพราะสูญเสียบุพการีไปเลยโหยหาความรักเป็นพิเศษ ณดลเริ่มศึกษางานตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เธอเลยเกาะติดธนภัทรยึดเขาเป็นที่พักพิงเพราะคิดว่าเขาจะสามารถดูแลเธอได้เหมือนที่เคยสัญญาเอาไว้ตั้งแต่ตอนเด็กๆ แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น อย่าว่าแต่ความรักเลย แม้แต่น้องสาวเขาก็ไม่เคยมองเธอในรูปแบบนั้น เธอมันก็แค่เด็กกะโปโลน่ารำคาญที่วันๆ เอาแต่วิ่งไล่ตามผู้ชาย
เขาคงลืมไปแล้วว่าผู้ชายที่ว่านั่นคือเขาเพียงคนเดียว ในสายตาของผู้หญิงคนนี้ไม่เคยมองคนอื่นนอกจาก...ธนภัทร
“พี่มลอย่าไปบอกพี่ดินนะคะ ผิงไม่อยากให้เขาบาดหมางใจกัน” ไม่รู้ว่าถ้าพี่ชายของเธอรู้เข้า แล้วเขาจะทะเลาะกันหรือเปล่าแต่เธอก็ไม่อยากเสี่ยงกันไว้มันน่าจะดีกว่า
“สัญญาค่ะ” ภัทรวดีรับปาก บีบมือน้องสาวเบาๆ
“ที่ผิงตัดสินใจไปเรียนต่อก็เพราะพี่พี” ถึงตรงนี้คนเล่าเม้มปากเข้าหากันแน่น นึกไปถึงวันนั้นมันค่อนข้างสะเทือนใจเธอพอสมควร “เขาบอกให้ผิงออกไปจากชีวิตเขา...”
“พี่พีบอกว่าไม่อยากเจอผู้หญิงน่ารำคาญอย่างผิงอีก เขาผลักผิงจนเกือบจะล้มลงกับพื้น ดีที่มีพี่ๆ เขารับเอาไว้” เธอไม่ได้กลัวว่าจะเจ็บตัว แต่เธอเจ็บที่หัวใจต่างหาก
“น้องผิงรักเขามากเลยใช่ไหม” ไม่คิดเลยว่าเหตุผลที่ทำให้สาวน้อยไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นแบบนี้ แล้วการที่ต้องไปอยู่ที่นู่นมันจะเหงาและว้าเหว่มากแค่ไหน
“ความจริงแล้วตอนนั้นผิงยังไม่รู้หรอกค่ะ ว่าความรักมันคืออะไร” เพราะเธอแค่อยากจะครอบครองธนภัทร อยากให้เขาเอาใจเธอแค่คนเดียวห้ามสนใจคนอื่น และคนอื่นก็ไม่สิทธิ์มายุ่งวุ่นวายกับผู้ชายของเธอ “ผิงตามตื้อเขา ตามราวีผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาหาพี่พี สิ่งนั้นมันเรียกว่าความเห็นแก่ตัว มันไม่ใช่ความรัก...ไม่แปลกหากเขาจะรำคาญจนไล่ผิงแบบนั้น”
“แล้วตอนนี้...”
“ผิงยังลืมเขาไม่ได้ค่ะพี่มล...” ดูเหมือนตอนนี้เธอจะเจ็บยิ่งกว่าเก่า
“โธ่...น้องผิง” ยังลืมไม่ได้แล้วต้องมานั่งมองดูเขารักกัน หนำซ้ำต้องแสดงออกไปให้เห็นว่าไม่ได้รักแล้ว แบบนี้หัวใจของพัทราวีไม่พังยับเยินเลยหรือ
“ส่วนฟางเขาเคยเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลายค่ะ เมื่อก่อนที่ผิงตามตื้อพี่พีก็จะลากฟางเขาไปด้วย”
“แบบนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ต้องรู้สิคะ ว่าน้องผิงแอบชอบคุณพี” ถ้าเป็นเธอจะไม่ยุ่งกับแฟนของเพื่อนเด็ดขาด บางคนอาจจะคิดว่ามีสิทธิ์ในเมื่อเป็นเรื่องของคนสองคน แต่สำหรับเธอมันเป็นเรื่องละเอียดละอ่อนและไม่อยากจะมีปัญหาทีหลัง ดังนั้นไม่ยุ่งน่าจะดีที่สุด
“รู้ค่ะ” พัทราวีเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นชันเข่าแล้วซบหน้าลง “พวกเขาไม่ผิดค่ะ ที่ผิงพูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าต้องการเป็นนางเอกหรือคนโลกสวยอะไรนะคะ เพราะผิงรู้ตัวดีว่าถึงอย่างไรพี่พีก็ไม่เคยมองผิงในฐานะคนรัก เขาเกลียดผิง”
