บทที่ 23 23

ธนภัทรไม่ตอบอะไรกลับมาคงเพราะว่าตอนนี้กำลังวางเธอลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวๆ ตอนเช้าคนคงเยอะน่าดูเพราะพระอาทิตย์จะขึ้นฝั่งนี้ ไม่รู้ว่าตัวเองจะตื่นทันไหมเพราะนี่ก็แทบไม่ได้นอนเลย ถ้ากลับเข้าไปในเต็นท์ก็คงหลับยาว

ไฟฉายดับลงด้วยมือของพัทราวี แอบมองชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังเอนตัวนอนลงบนพื้นไม้ โดยไม่กลัวว่าเสื้อผ้าจะเปื้อนดินสักนิด เห็นแบบนั้นเธอจึงนอนลงบ้างเพื่อจะได้มองเห็นดาวชัดๆ เท่ากับว่าตอนนี้เธอนอนอยู่สูงกว่าคนตัวโต ดีเหมือนกันถ้าต้องนอนข้างๆ เขา ความตั้งใจที่จะมาดูดาวคงเป็นหมันเพราะคงไม่มีสมาธิ

ในวันที่ชีวิตมืดมนเราจะเห็นแสงสว่างได้ชัดจริงๆ เหรอ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ ก็ยังมองเห็นใช่ไหมเหมือนกับตอนนี้ ดวงดาวที่กำลังทอแสงส่องประกายลงมาทำให้เธอคลายความเศร้าลงไปได้บ้าง

อยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้นานๆ

“กลับมานี่คิดจะช่วยไอ้ดินทำงานด้านไหน” พอเงียบแล้วเขารู้สึกแปลกๆ จึงต้องหาเรื่องชวนคุย “เห็นพี่ชายตัวเองสนุกกับชีวิตแบบนั้นก็อย่าคิดว่ามันจะไม่เหนื่อย ไหนจะทำงานไหนต้องหาเงินส่งเธอเรียนตอนอยู่ที่โน่น”

ธนภัทรกำลังเป็นห่วงเธอหรือแค่อยากหาเรื่องต่อว่าเธอกันแน่ แล้วคนที่ทำให้เธอต้องหนีไปเรียนไกลถึงต่างประเทศคือใคร ไม่ใช่ผู้ชายใจร้ายที่เอ่ยปากไล่เธอหรอกหรือ ?

“ผิงตั้งใจแบ่งงานพี่ดินมาทำอยู่แล้วค่ะ”

“ดี...ทำงานแล้วจะได้ไม่มีเวลาไปตามผู้ชายที่ไหนอีก” พูดแบบนี้ลุกขึ้นมาตบเธอให้ตกเขาเลยดีกว่า ทีกับแฟนตัวเองพูดแทนตัวพี่อย่างนู้นพี่อย่างนี้ ทีกับเธอแทนตัวเองว่าฉัน มันคือช่องว่างของความสัมพันธ์ที่กล้ำกลืน คือช่องว่างช่องใหญ่ที่ดูแล้วจะสมานเข้าหากันไม่ได้

“พี่พีวางใจเถอะค่ะ เพราะถ้าผิงเป็นแบบนั้นจริงๆ คนที่ผิงจะวิ่งตามไม่ใช่พี่พีแน่ๆ” ใจอยากจะลุกหนีไปให้พ้นๆ ถ้าไม่ติดว่าข้อเท้าเธอยังปวดอยู่จะลุกก็ลุกไม่ถนัดด้วยซ้ำ

“ไอ้เจตต์สินะ” คนตัวโตแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อย นี่ไงล่ะนิสัยที่แท้จริงของพัทราวีปากดีต่อล้อต่อเถียงไม่หาย ไหนว่าโตขึ้นแล้ว...ที่แท้ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

“สำหรับพี่เจตต์ ผิงคงไม่ต้องวิ่งตามมั้งคะ ยืนเฉยๆ พี่เขาก็คงเดินเข้ามาหาเอง”

“ถามจริงๆ เถอะชอบมันหรือไง”

เขาถามเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด หรือว่าจริงๆ แล้วธนภัทรกำลังสงสัยอะไรอยู่กันแน่ “หยุดประชดประชันเพราะฉันต้องการคำตอบที่แท้จริง”

“อยากรู้ไปทำไมคะ” มันไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย แล้วที่ว่าเธอประชดประชันเอาตามตรงคนที่เริ่มก่อนก็คือเขานะ ไม่ใช่เธอสักหน่อย

“ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ มันกระอักกระอ่วนมองหน้ากันไม่ติด    อีกอย่างฉันไม่อยากทะเลาะกับพี่ชายของเธอ” มันเลี่ยงที่จะเจอกันไม่ได้อยู่แล้ว สู้หันหน้าคุยกันให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า “ฉันอยากจะขอโทษเธอเรื่องในวันนั้น    พูดแรงไปหน่อยไม่คิดว่าเธอจะตัดสินใจทำจริงๆ”

“ตอนนั้นผิงเป็นผู้หญิงที่เชื่อคำพูดของพี่พีทุกคำ กระทั่งเรื่องสัญญา…”           “ลืมเรื่องสัญญาไปเถอะ ตอนเด็กฉันก็พูดอะไรไปเรื่อย”นั่นสิพูดไปเรื่อยโดยไม่สนใจว่าคนที่เขาเฝ้ารอสัญญานั้นจะรู้สึกอย่างไร ธนภัทรเคยคิดถึงจิตใจของเธอบ้างหรือเปล่า ทำไมถึงได้ใจร้ายแบบนี้

“ฉันอยากได้คำมั่นสัญญาว่าเธอจะไม่ทำตัวเหมือนเมื่อก่อนอีก” ในที่สุดเขาก็พูดออกไปเมื่อคิดดีแล้ว “ไม่อยากให้ฟางเขาเข้าใจผิด”

“พี่พีต้องการแบบนั้น ผิงก็จะทำตามสัญญาค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง” คนที่เขาเป็นห่วงความรู้สึกก็คือลดาวัลย์ ไม่มีเหตุผลที่ธนภัทรต้องมานั่งใส่ใจกับความรู้สึกของผู้หญิงคนนี้

คนที่ไม่เคยมีความหมายสำหรับเขา ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือแม้แต่ตอนนี้

ณดลสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาใกล้ๆ เต็นท์ มองที่นอนข้างๆ มันว่างเปล่าคงเป็นธนภัทรที่กำลังเดินกลับมา

“ทำไม...” กำลังจะล้มตัวลงนอนแต่ทว่าเต็นท์ถูกรูดซิปลงพอดี เผยให้เห็นว่าคนที่เปิดคือเพื่อนของเขาแต่มันไม่ได้กลับมาคนเดียว แต่มันพาน้องสาวเขามาด้วย...ในสภาพที่ไม่มีสติ

“น้องกูเป็นอะไร” ณดลถามเสียงเครียด

“หลับ...ปลุกไงก็ไม่ตื่น เมื่อก่อนยังไงตอนนี้ก็ไม่เปลี่ยน จะพากลับไปเต็นท์โน้นเดี๋ยวจะวุ่นวายเลยพามานอนกับมึง” คนเป็นพี่พยักหน้ารับก่อนจะเขยิบให้ธนภัทรพาร่างของน้องสาวเข้ามานอนในเต็นท์นี้แทน

“แล้วอะไรยังไง ช่วยเคลียร์ให้กูรับรู้ด้วยครับ”

“ไปเจอตอนเข้าห้องน้ำพอดี ยัยนี่เขาเกิดอยากจะดูดาวขึ้นมา แต่สะดุดขาตัวเองจนข้อเท้าพลิก กูเลยอุ้มไปตรงจุดชมวิว ดูไปดูมาดันหลับแบบนี้แหละ” แล้วยัยนี่ก็ปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียวตั้งนาน มันน่านัก !

“อ๋อเหรอ” ธนภัทรถอนหายใจดูเหมือนณดลจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นอย่างที่เขาเล่าไปจริงๆ กว่าจะพาเดินกลับมาที่เต็นท์ได้ก็เล่นแย่เพราะต้องเดินอย่างระมัดระวัง

“นอนไปเถอะ กูนอนไม่หลับ” เขาว่าก่อนจะออกจากเต็นท์ไป

“เกิดอยากจะใจดีขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้พี” คนเป็นพี่เหลือบมองน้องสาวท่ามกลางความมืดมันเกิดอะไรขึ้น ต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป