บทที่ 24 24
รุ่งเช้าพัทราวีถูกปลุกด้วยน้ำเสียงเข้มๆ ของพี่ชาย เปลือกตาบางค่อยๆ ปรือขึ้นมาก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยของณดล
เดี๋ยวสิ...เธอนอนกับภัทรวดีและลดาวัลย์ไม่ใช่หรือ ?
“ตื่นได้แล้ว อีกครึ่งชั่วโมงพระอาทิตย์กำลังจะขึ้น”
“ทำไมพี่ดินมาอยู่ที่นี่ล่ะ แอบมาหาพี่มลหรือไงกัน” ร่างบางลุกขึ้นนั่งเกาศีรษะตัวเองอย่างงงๆ “พี่มลไปไหนแล้วคะ ผิงตื่นสายไปเหรอ”
“นี่มันเต็นท์ฉัน เมื่อคืนไอ้พีอุ้มแกมาส่งที่นี่ จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ แอบดื่มเหล้ามาหรือไงไอ้เปี๊ยก !” ดวงตากลมโตของพัทราวีเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อได้ยิน คนอย่างธนภัทรน่ะหรือ...อุ้มเธอมาส่ง
“เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้”
เพราะไม่อยากรับฟังเวลาที่เขาพูดถึงลดาวัลย์ มันเจ็บหนึบในใจจนพยายามข่มตาให้หลับ เพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดไม่คิดว่าจะเผลอหลับไปจริงๆ
“ชักจะยังไงๆ แล้วนะแกสองคนเนี่ย” คนเป็นพี่หรี่ตามองอย่างจับผิด
“ไม่มีอะไรหรอก พี่พีเขามีแฟนแล้ว อีกอย่างผิงก็ไม่นิยมแย่งแฟนคนอื่น” เธอพูดตัดประโยคก่อนจะออกจากเต็นท์ของพี่ชายไป นึกสงสัยอยู่ในใจแต่ไม่กล้าถามว่าหากเธอเข้ามานอนในนี้ แล้วธนภัทรล่ะ...เขานอนที่ไหนกัน
ภัทรวดีเห็นพัทราวีแล้วรีบเดินมาหาด้วยความเป็นห่วง ตื่นมาไม่เห็นก็เลยคิดว่าไปอาบน้ำแล้วแต่ทำไมหญิงสาวยังอยู่ชุดเดิม
“พี่นึกว่าผิงไปอาบน้ำแล้วเสียอีก ตื่นมาไม่เจอตกใจแทบแย่” ส่วนลดาวัลย์พอตื่นขึ้นมาก็รีบออกไปหาธนภัทรทันที ตัวติดกันตั้งแต่เช้า
“มีเรื่องนิดหน่อยค่ะ” พัทราวีไม่คิดจะปิดบัง เธอเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ ภัทรวดีฟังทุกอย่าง คงเพราะอดอั้นใจและไม่รู้จะพูดกับใครได้ “ผิงก็แค่สงสัยว่าทำไมเขาไม่ปลุก หลับลึกก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะปลุกไม่ตื่น คนหลับนะไม่ใช่ไหลตาย”
“พี่ว่า” ภัทรวดีเปรยเบาๆ ก่อนจะหันไปทางธนภัทรที่ยืนคุยกับลดาวัลย์อยู่ “คงต้องถามเขาเอง ว่าทำไมถึงไม่ยอมปลุกทั้งที่ปลุกได้”
“ช่างเถอะค่ะ ผิงขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เผลอมองตามภัทรวดีจึงเห็นสองคนนั้นกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน หมดอารมณ์จะชมวิวขึ้นมาทันที
“ไม่รอดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนเหรอคะ อีกแปปเดียวเอง”
“ไม่ละค่ะ ผิงเหนียวตัว พี่ดินกำลังเดินมาแล้ว...พี่มลดูกับพี่ดินแล้วกันนะคะ” ภัทรวดีอ้าปากเหวอไม่ทันจะร้องเรียกแต่พัทราวีก็เดินกลับไปที่เต็นท์
“ตัวติดกันขนาดนั้น กลัวคนอื่นเขาไม่รู้หรือไงว่าเป็นแฟนกัน” เสียงหวานบ่นอุบอิบอย่างรำคาญใจ ยิ่งเห็นก็ยิ่งขัดตายิ่งนึกถึงคำพูดของชายหนุ่มเมื่อคืนเธอก็นึกหมั่นไส้ โมโหปนเจ็บปวดไปพร้อมๆ กัน
ช่างเถอะตอนนี้เธอควรจัดการอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย ภาวนาให้ถึงตอนเย็นไวๆ จะได้กลับบ้านสักที ไม่เข้าใจว่าจะมาถึงที่นี่ทำไมมาแค่วันเดียว เหมือนพวกเขาต้องการมาเที่ยวกันมากกว่าเลี้ยงต้อนรับเธอนะ...
“คุยกันหน่อยสิ” พัทราวีชะงักเมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้วพบว่าลดาวัลย์ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ ยัยนั่นพูดแค่นั้นก่อนจะเดินนำออกไป คิดว่าคงหาที่เงียบๆ ปลอดคนแน่ๆ ไม่รอฟังคำตอบเธอด้วยซ้ำว่าตกลงหรือเปล่า
พัทราวีถอนหายใจด้วยความรำคาญ ถ้าลดาวัลย์มายุ่มย่ามกับเธอมากๆ อย่าหาว่าไม่เตือน จะกระชากหน้ากากต่อหน้าคนอื่นๆ เลยคอยดู
ต่างคนต่างอยู่ดีกว่าว่าไหม...
"มีอะไร" พัทราวีถามเสียงเรียบ ในมือกอดกระเป๋าเล็กๆ ที่ใส่เสื้อผ้าตัวเก่ารวมถึงของในการอาบน้ำ ในเมื่อลดาวัลย์เลือกที่จะเปิดเผย 'ตัวตนจริง ๆ' กับเธอก็ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน เพราะเธอทำไม่ถนัดสักเท่าไหร่ !
"ผู้ชายที่เขามีแฟนแล้ว" ลดาวัลย์ก้าวเข้ามาหาเธอก่อนจะยิ้มหวานให้ แต่คนมองรู้ว่ามันคือรอยยิ้มจอมปลอม "ไม่ควรนัดออกไปพบกันสองต่อสองไม่ใช่เหรอ ถ้าคนอื่นรู้เขาอาจจะมองผิงไม่ดีก็ได้ อย่าเข้าใจผิดนะที่พูดเพราะเราหวังดี"
"งั้นก็ขอบคุณสำหรับความหวังดีก็แล้วกันนะ ถ้าเธอจำได้ก็คงจะรู้ว่าฉันไม่ค่อยสนใจกับสายตาของคนอื่น ใครจะคิดอย่างไรก็เรื่องของเขา คราวหน้าคราวหลังไม่ต้องมาหวังดีหรือเป็นห่วงหรอกนะ ฉันไม่ต้องการ" เธอปั้นหน้าไม่เก่งเสียด้วย เก็บอารมณ์ก็ยากยิ่งโดนกระตุ้นแบบนี้เธอไม่ทนหรอก
"เพราะนึกถึงแต่ตัวเอง พี่พีก็เลยรำคาญถึงกับไล่ออกไปจากชีวิตสินะ น่าสมเพช..." หญิงสาวมองพัทราวีศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าหวานใสรวมถึงเรือนผมเงางามแบบนี้ที่เธอเคยอิจฉาอยากจะสวยแบบนี้บ้าง ตอนนี้ทุกอย่างมาอยู่บนตัวของเธอแล้ว นับว่าเป็นข่าวดีที่สุดหลังจากที่รู้ว่าพัทราวีโดนธนภัทรไล่ถึงกับหอบหัวใจช้ำๆ ไปถึงต่างประเทศ
พัทราวีเม้มปากเข้าหากันแน่นเมื่อโดนพูดแทงใจดำ เธอเกลียดที่ ลดาวัลย์พูดจาร้ายๆ โดยที่ยังทำหน้ายิ้มแย้ม มองแล้วมันคันไม้คันมือจริงๆ แต่ไม่หรอกเธอจะไม่ทำแบบนั้น
"ขอบใจนะ แต่การที่เธอมาพูดกับฉันแบบนี้ไม่ใช่เพราะกำลัง 'กลัว' หรอกหรือ กลัวว่าฉันกำลังจะทวงของตัวเองคืน" พัทราวีพูดเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะปรายตามองฝ่ายตรงข้ามอย่างเย้ยหยัน
“ฟังแล้วมันน่าขำนะผิง บอกตรงๆ ว่าเราค่อนข้างจะไว้ใจพี่พี เพราะถ้าเขาจะ ‘เอา’ ก็คงไม่ไล่ผิงออกไปจากชีวิตหรอกจริงไหม ถ้าเขาสนใจจริงๆ ละก็จะปล่อยให้เวลาผ่านมานานขนาดนี้ทำไม” ลดาวัลย์ยังพูดต่อไปเมื่อเห็นว่า พัทราวีหน้าซีดเผือด
