บทที่ 3 3

ไร่ชมรัก

แม้แดดที่สาดส่องลงมาจะร้อนแรงสักแค่ไหนแต่นั่นไม่ได้ทำให้เจ้าของร่างงามหุบยิ้มได้เลย พัทราวียื่นหน้าออกนอกหน้าต่างแล้วซบหน้าลงกับแขนตัวเอง จากบ้านเกิดของตัวเองไปตั้งหลายปีนับว่าไร่ชมรักเปลี่ยนแปลงไปมากเหมือนกัน เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกผิดเพราะณดลคงทำงานหนักอยู่คนเดียว

“ทำมาเป็นบอกว่าไม่อยากกลับ เป็นไงล่ะตอนนี้ คิดถึงบ้านแล้วสิ” พูดผ่านเสียงลมที่ตีเข้ามา ยัยตัวดีนี่บอกให้ปิดแอร์แล้วเปิดกระจกเพราะอยากสูดอากาศบริสุทธิ์ ทั้งที่ความจริงตอนนี้มันร้อนตับจะแตก

แต่เอาเถอะ...เพื่อน้องสาว เขาทนร้อนได้

“อื้อ คิดถึงมากเลย ได้ดูแลแปลงกุหลาบของผิงหรือเปล่า ไม่ใช่ปล่อยให้มันตายนะ” พัทราวีถามโดยไม่หันมองคนขับรถ

“ดูแลเป็นอย่างดี ป้าแจ่มสั่งแล้วสั่งอีก บ่นจนหูฉันชาไปหมด”นึกถึงแล้วก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น ถึงบ้านเมื่อไหร่จะกอดให้หายคิดถึงเลยคอยดู

“ป่านนี้ทำกับข้าวเสร็จไปสิบอย่างแล้วมั้ง ต้อนรับคุณหนูตัวน้อย”

“ผิงคิดถึงทุกคนที่นี่” เธอไม่ได้อยากจะไปเรียนต่อที่อังกฤษสักนิด เพื่อไม่อยู่ให้รกสายตาของเขาคนนั้นและเพื่อหลบไปเลียแผลใจถึงต้องไปสุดท้ายเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร เพราะการกลับมาครั้งนี้...คำตอบมันยังเหมือนเดิมนั่นคือเธอยังเจ็บ

“ฉันก็ตกใจที่แกบอกจะไปเรียนต่อที่นู่นแต่เรื่องมันผ่านไปแล้ว อีกอย่างแกก็เรียนจบแล้วด้วยจะได้มาช่วยงานสักที ฉันจะได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”

พี่ชายตัวแสบว่าพลางหาววอดจนเธอต้องหันไปตีแขนล่ำๆ “ไม่ได้นะอย่ามากินแรง ผิงยังไม่รู้เรื่องงานสักหน่อยอยู่ช่วยกันก่อนสิ”

“เออๆ รู้แล้ว ไม่ได้หนีเที่ยวสักหน่อยแค่จะชวนไอ้พวกนั้นมาก๊งเหล้าที่บ้านเฉยๆ” พัทราวีหน้าถอดสีจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา “หรือจะชวนมันมาวันนี้เลยดีวะ ป้าแจ่มทำกับข้าวเยอะแน่ๆ”

“ไม่ดีหรอกมั้ง” เธอกลับมานั่งท่าเดิมเลิกสนใจวิวข้างทางของไร่       วันแรกก็ต้องเจอกันแล้วเหรอ...เธอยังไม่ได้เตรียมใจเลย ไม่รู้ว่าถ้าเจอหน้ากันอีกครั้งจะทักทายยังไงหรือควรทำเมินเฉยไปเสีย

“ทำไมล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” ณดลหรี่ตามองอย่างสงสัย “ไม่อยากเจอไอ้พีมันหรือไง แต่ก่อนตัวติดมันอย่างกับอะไรดี”

“ก็ตอนนี้โตแล้ว ตอนนั้นยังเด็กอยู่นี่” พัทราวีพยายามไม่สบตาคนเป็นพี่เพราะรู้ว่าตัวเองนั้นโกหกไม่เก่ง เดี๋ยวจะโดนจับเอาง่ายๆ “ผิงอยากพักผ่อนด้วย ยังปรับเวลาไม่ทันอีก พวกพี่เสียงดังจะตาย”

“ฉันยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย เอาเถอะ...แกก็พักผ่อนไป พวกมันคงมาดึกๆ ไม่ไปกวนแกหรอก” ดูเหมือนจะเปลี่ยนความตั้งใจหรือล้มเลิกความคิดของณดลไม่ได้สินะ

“อื้อ แล้วแต่เถอะ” อยู่แต่ในห้องก็แล้วกัน ไม่ต้องลงไปเดินป้วนเปี้ยนให้เจ็บใจเล่นหรอก

ไม่กี่นาทีต่อมารถยนต์โฟร์วิลขับเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเจ้าของไร่ชมรักอย่างณดล ตั้งแต่บุพการีสิ้นชีวิตพี่ชายของเธอก็ทำงานอย่างหนักเพื่อสานต่อกิจการครอบครัว แม้ว่าตอนนั้นณดลยังอยู่ในช่วงวัยเรียนแต่เขาก็ทำได้ดีเกินกว่าที่คิดเอาไว้ บิดาท่านฝากความหวังทุกอย่างไว้กับพี่ชายคนโต

“คุณหนู !” เสียงตะโกนดังขึ้นก่อนที่ร่างท้วมๆ จะวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นพัทราวีลงจากรถ หญิงชรากอดสาวน้อยด้วยความคิดถึงก่อนจะผละออกมาแล้วสำรวจเนื้อตัวคุณหนูที่รัก “ผอมลงหรือเปล่า ไปอยู่นู่นทำอะไรทานบ้างคะ แล้วนี่หิวไหมป้าทำกับข้าวของโปรดรอเยอะแยะเลย”

“ป้าแจ่มคะ ใจเย็นๆ ค่ะ” เสียงหวานบอกหญิงชราด้วยความขบขัน เข้าใจว่าท่านคิดถึงเธอมากแค่ไหน เธอเองก็เช่นกันที่ทั้งรักและคิดถึง แต่รีบพูดแบบนี้กลัวว่าท่านจะหายใจไม่ทันนี่สิ

“คุณหนูผอมลง อยู่ที่นู่นคงทานไม่ครบสามมื้อ” ท้ายประโยคป้าแจ่มทำเสียงเข้มแกมตำหนินิดๆ ยิ่งเห็นรอยยิ้มของพัทราวียิ่งแน่ใจว่าสิ่งที่พูดไปนั้นถูกต้อง “ไม่ได้นะคะ ไม่ว่าจะมื้อไหนก็สำคัญเหมือนกันหมด”

“อาหารไม่ค่อยถูกปากน่ะค่ะ แต่กลับมานี่ผิงต้องอ้วนขึ้นแน่ๆ เลย ป้าแจ่มกับคนอื่นๆ คงขุนผิงกันยกใหญ่”

“หิวแล้วครับ เดี๋ยวค่อยคุยกันนะไปทานข้าวกันก่อนดีกว่า” ณดลเดินมาแทรกกลางแล้วจับมือทั้งคู่เอาไว้ ป้าแจ่มเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่ยังเหลืออยู่ ถึงท่านจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่ท่านก็เป็นผู้มีพระคุณที่คอยดูแลมารดารวมถึงเขาและพัทราวีมาตั้งแต่เล็กๆ

“คุณดินก็ ป้าคิดถึงคุณหนูนี่คะ ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันเลย”

“คร้าบๆ ผมรู้ แต่ตอนนี้คุณหนูของป้าก็คงหิวแล้วล่ะ”

“ก็ได้ค่ะ งั้นไปทานก่อนนะคะคุณหนู นี่มีแกงส้มชะอมไข่ด้วยนะ ปลาสลิดทอดก็มีตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น” ณดลมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มออกมา ป้าแจ่มจูงมือน้องสาวเข้าบ้านไปแล้วพร้อมกับแจกแจงถึงอาหารที่ทำไว้รอคุณหนูของเขา

“ปลายกของคุณหนูขึ้นไปไว้บนห้องเลยนะ” สัมภาระของพัทราวีนั้นมีไม่มากเท่าไหร่

“ได้ค่ะนาย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป