บทที่ 1 1

ความเหน็บหนาวเกาะกุมหัวใจที่อ่อนล้าเมื่อจ้องมองไปยังเบื้องหน้า เจตรินทร์พยายามให้กำลังใจตัวเองแม้ทำได้ยาก แต่ความเจ็บปวดที่แทงลึกเข้าข้างในบ่งบอกและยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเขากำลังเจ็บ

เหมือนกำลังจะตายลงช้าๆ คล้ายกรรมตามสนองไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะหันมองทางไหนก็มีแต่ความมืดมนไม่มีแสงสว่างชี้นำ มือที่แสนหนักอึ้งค่อยๆ ยกขึ้นหมายอยากจะคว้าคนตัวเล็กมากอดให้ชื่นใจ แต่มันคงเป็นเพียงแค่ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงได้อีก

ทุกอย่าง...สายไปเสียแล้ว ทั้งที่มีเวลาตั้งมากมายแต่ตัวเขาเองไม่เคย

ใส่ใจ ไม่เคยรักหรือไยดีไม่แม้แต่จะทะนุถนอมความรู้สึกของหญิงสาว จนสุดท้ายทุกอย่างมันพังทลายจนไม่เหลือชิ้นดีแบบนี้จะโทษใครได้ ภาวนาทุกชั่ววินาที ขอร้องให้เธอหันกลับมาแต่คงไม่มีหวัง เพราะสิ่งที่เขาได้กระทำลงไปมันร้ายแรงจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้

“ขอโทษ...ขอโทษ” เสียงพร่าเล็ดลอดจากริมฝีปากหนา แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ยินเพราะที่ที่เขายืนอยู่นั้นไกลแสนไกลจากเธอ ทำได้อย่างมากคือเฝ้ามองจากตรงนี้ คอยดูเธอส่งยิ้มให้คนอื่น

มันเจ็บเมื่อเขาไม่ใช่เจ้าของรอยยิ้มนั้นแล้ว เขากำลังจะเสียวาสิตาให้กับคนอื่นจริงๆ ผู้ชายคนนั้นคือคนที่คอยปกป้องและดูแลเธอเสมอยามที่มีน้ำตา ปลอบโยนทุกครั้งที่เธอว้าเหว่ แตกต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิง

รู้ว่าไม่มีหวังแต่เขาจะรอแต่เฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ คอยดูแลจากตรงนี้ แม้เธอจะไม่ต้องการแต่เขาจะไม่ท้อ ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดหรืออยากชดใช้ แต่เพราะเขารักเธอถึงมันจะสายไปมากก็ตาม

“คุณเจตต์เหรอคะ”

เจ้าของชื่อสะดุ้งเมื่อมีคนส่งเสียงเรียก แม้มันจะแผ่วเบาแต่เขาก็ยังกลัว กลัวว่าจะทำให้วาสิตาได้ยิน

“ป้านงค์” ชายหนุ่มยกมือไหว้หญิงสูงวัย ท่านเป็นคนเก่าคนแก่ของไร่แสนรักเป็นคนคอยดูแลเขาตั้งแต่เล็กๆ รองจากมารดา แต่ตอนนี้หน้าที่ของท่านคือดูแลวาสิตาเพราะหลังจากที่เกิดเรื่องนั้น เขาไม่ไว้วางใจให้หญิงสาวอยู่ตามลำพังตามคำขอ นี่เป็นเพียงเรื่องเดียวที่ยอมให้เธอไม่ได้

“แหวนเป็นอย่างไรบ้างครับ” เขาถามพร้อมความเจ็บปวด รู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าเธอคงดีขึ้น ดูได้จากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั่น ซึ่งคนที่ทำให้เธอยิ้มได้คือปองภพ...ไม่ใช่เขา

“ดีขึ้นเยอะเลยค่ะคุณเจตต์ ตั้งแต่คุณหมอแวะมาคุยด้วยทุกเย็น ดูเหมือนคุณแหวนจะสบายใจมากขึ้น”

ป้านงค์ตอบตามความจริงแม้มันจะทำให้เจตรินทร์สะเทือนใจ เธอเคยโกรธรวมถึงผิดหวังผู้ชายตรงหน้า แต่ตอนนี้ความรู้สึกพวกนั้นจางหายไปแล้ว

“คุณเจตต์ทานข้าวบ้างหรือเปล่าคะ” ร่างกายดูซูบเซียวจนน่าหวั่นใจ ป้านงค์เป็นห่วงคุณชายของเธอแต่คงช่วยอะไรไม่ได้ หากป่วยที่ใจใครจะฝืนกินข้าวได้ลง

“ครับ” ร่างสูงยิ้มฝืนๆ “แล้วแหวนทานได้เยอะหรือเปล่า เธอยังนอนฝันร้ายอยู่ไหม” เสียงร้องไห้ยามค่ำคืนที่วนเวียนในหัวทำให้เขารวดร้าว นึกถึงเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงหัวใจตลอดเวลา

“เริ่มทานได้ปกติค่ะ ส่วนเรื่องฝันร้าย...หลังๆ มานี้ไม่มีแล้วค่ะ” เขายิ้มอีกครั้ง ดีแล้วที่เธอไม่เก็บเอาเรื่องนั้นมาฝัน แต่หากจะให้ลืมคงเป็นไปไม่ได้ เพราะตัวเขาเองยังคงจดจำไม่มีวันลืม มันคือตราบาปที่ไม่สามารถลบเลือนไปได้

“คุณเจตต์คะ” ป้านงค์น้ำตาคลอ คว้ามือคุณชายของเธอมาบีบเบาๆ ให้กำลังใจ “ไม่มีใครอยากให้เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นค่ะ ป้าเข้าใจ เลิกโทษตัวเอง

ได้แล้วนะคะ”

“ผม...” ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำ ริมฝีปากหนาสั่นระริกเมื่อนึกถึงความเลวของตัวเอง มันยิ่งตอกย้ำให้ใจเขาอยู่กับความผิดที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาลบล้างได้ หากแลกได้ก็อยากให้เป็นตัวเองที่เป็นฝ่ายไป

ยอมทุกอย่าง...

“คุณแหวนเธอไม่คิดมากเรื่องนั้นแล้วนะคะ เธอว่าปล่อยวางได้แล้ว” แต่ลึกๆ ในใจไม่มีใครล่วงรู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรอยู่ เพียงแต่พักหลังมานี้วาสิตาดูสดชื่นขึ้นมาก แววตาสดใสคล้ายคนมีกำลังใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่

แต่โลกใบใหม่ของเธออาจไม่มีผู้ชายที่ชื่อ...เจตรินทร์ก็เท่านั้น

“หมอป้องกลับประมาณกี่โมงครับ” เขาอยากคุยกับวาสิตา หลังจากที่แอบเฝ้ามองอยู่นับเดือน ได้แต่มองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวเธอจะไม่สบายใจ แต่วันนี้มีบางอย่างที่อยากจะบอกเธอ

“ประเดี๋ยวก็คงกลับค่ะ มาทุกวันแต่อยู่ได้ไม่นาน คนเป็นหมอก็แบบนี้ละค่ะ”

ป้านงค์ดูชอบปองภพพอสมควร ฝ่ายนั้นคงเป็นคนดีจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งทำดีเพื่อหวังผลประโยชน์

“ผมอยากคุยกับแหวน ก่อนที่ผมจะไปที่อื่น” เขาบอกความปรารถนาของตัวเอง ให้ได้พูดได้คุยได้มองหน้าใกล้ๆ อีกครั้ง ก่อนที่จะไม่ได้เจอกัน ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานเท่าไหร่ และอาจเป็นความทรมานของเขาเพียงฝ่ายเดียว สำหรับ

วาสิตาเธออาจไม่ได้ทุกข์ใจหรือทรมานเลยก็ได้ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังเป็นคน

เห็นแก่ตัว ยังอยากเก็บเธอไว้ในส่วนความทรงจำดีๆ แม้ตัวเองไม่เคยสร้างเรื่องราวที่น่าประทับใจให้หญิงสาวเลยสักครั้ง

“คุณเจตต์จะไปไหนคะ” คนถามใจหายเมื่อจะไม่ได้เจอกันอีก เธอเข้าใจเหตุผลที่เจตรินทร์จะไปคงเพราะอยากให้วาสิตาอยู่ที่นี่ ชายหนุ่มไม่ตอบทำเพียงส่งยิ้มให้คนที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่ยังเล็ก

“ฝากดูแลแหวนด้วยนะครับ ดูแลเธอเหมือนกับที่เคยดูแลผม ให้ความรักกับเธอเยอะๆ เพราะเธอคือผู้หญิงที่ผมรัก” รักมากที่สุด

บทถัดไป