บทที่ 11 11
แม้จะโดนทำร้ายมามากแค่ไหนแต่ตอนนี้วาสิตาต้องทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ก่อนจะออกมาต้อนรับเธอเข้าห้องน้ำตรวจเช็กสภาพความเรียบร้อยของตัวเอง ร่องรอยที่คอมองไม่เห็นเท่าไหร่เพราะใส่เสื้อมีปกพร้อมปล่อยผมยาวๆ ปิดทับอีกที
“เป็นไงบ้างล่ะลูก อยู่ที่นี่เหนื่อยหรือเปล่า” เจนรบถามหญิงสาวที่เขาเอ็นดูรักใคร่เหมือนหลานคนหนึ่ง วาสิตาเป็นเด็กที่รักดีใฝ่เรียนรู้ ด้วยเหตุผลนี้เขาถึงอยากเก็บไว้ใกล้ๆ ตัว และทางที่ดีที่สุดคือจับมาเป็นลูกสะใภ้ให้คู่กับเจตรินทร์ลูกชายของตัวเอง แรกๆ ที่วาสิตาเข้ามาทำงานเห็นทั้งสองคนดูมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา แบบนี้คงไม่ใช่การฝืนใจกัน ลองเกริ่นๆ ไว้ก่อนหน้านี้นานแล้ว
ไอ้ลูกชายของเขาก็ไม่เห็นจะว่าอะไร หากมันไม่ปฏิเสธก็เท่ากับว่าตอบตกลง
“ไม่ค่ะคุณท่าน แหวนไม่ชอบอยู่เฉยๆ” การที่ท่านให้ความเอ็นดูกับเธอราวกับครอบครัวคนหนึ่งก็นับเป็นบุญคุณที่เหลือล้น ไม่นับเรื่องที่เจนรบจะส่งเสียให้เธอเรียนต่อปริญญาโทอีก ข้อนี้ทำให้คิดหนักเพราะอยากจะเรียนแต่ว่าไม่กล้าตอบตกลง มันมากเกินไปและไม่อยากเป็นภาระของท่านอีก
“แต่ถ้าเกิดแต่งกับเจ้าเจตต์มันแล้วก็อย่าโหมงานหนักนะลูก ดูแลงานในบ้านก็พอ ในไร่ก็ปล่อยไปไม่ต้องไปทำ”
วาสิตายิ้มเล็กน้อย ไม่กล้าปฏิเสธท่าน หรืออีกนัยหนึ่งคือยังไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แวบหนึ่งเผลอสบตาคมเข้มที่จ้องมองมา รอยยิ้มที่ค้างเติ่งตอนแรกค่อยๆ จางหายไป ใบหน้าราบเรียบของเจตรินทร์ทำให้ใจข้างในมันโหวงๆ ใจจริงเขาไม่ต้องการให้มีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น เพียงแต่ชายหนุ่มไม่อยากขัดคำสั่งของคนเป็นพ่อก็เท่านั้น เขารักพ่อของเขา
เธอ...ก็รักน้าสาวของตัวเองเหมือนกัน
“น้าว่าจะไปหาฤกษ์เรื่องวันหมั้น” นุศราบอกน้ำเสียงอ่อนหวานตามแบบฉบับของเธอ เจตรินทร์พยักหน้ายิ้มๆ แต่ไม่พูดอะไร แต่นั่นทำให้เจนรบและนุศราพออกพอใจ
“แกเองก็เตรียมเคลียร์งานเอาไว้ เดี๋ยวคงต้องหมั้นกันไว้ก่อนกันพลาด” เขาไม่ไว้ใจลูกชายตัวเองสักเท่าไหร่ หากมันจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนก็อยากได้ผู้หญิงดีๆ ที่เขาสามารถไว้วางใจได้
“ผมแล้วแต่พ่อครับ”
ในเมื่อเขาพูดแบบนี้แล้วเธอจะมีสิทธิ์ทักท้วงอะไรได้อีก ทุกคนดูเห็นดีเห็นงามกันไปหมด ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากแต่ง แต่มันคงจะดีกว่านี้หากงานศักดิ์สิทธิ์นั้นเกิดขึ้นจากความรักของคนสองฝ่าย
เธอรักเขา...แต่เขานั้นรักคนอื่น
“แหวนเป็นอะไรหรือเปล่าดูเงียบๆ” นุศราถามหลานสาวด้วยความเป็นห่วง แววตาดูเศร้าสร้อยไม่ร่าเริงเลยตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ใจหนึ่งก็สงสารใจหนึ่งก็อยากให้หลานสบาย ไหนๆ ก็ดูรักกันกับเจตรินทร์อยู่แล้วเธอเลยช่วยให้สมหวังก็เท่านั้น ตัวฝ่ายชายเองก็เหมือนเห็นดีเห็นงามด้วย แล้วแบบนี้ทำไมถึงดูทุกข์ใจ
“พอดีปวดๆ หัวน่ะค่ะ” วาสิตาตอบเสียงเบาหวิว รู้สึกเหมือนตัวเองโดนจ้องอยู่ ไม่ต้องหันมองก็รู้ว่าสายตาคู่นั้นเป็นของใคร
“แบบนี้ต้องให้คุณหมดตรวจให้แล้วละ มาพอดีเลย” เจนรบแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วง ประจวบเหมาะกับที่ปองภพที่เพิ่งตรวจสุขภาพคนงานในไร่เสร็จพอดีเลยชวนมากินข้าวที่นี่
วาสิตาหันมองคนที่เพิ่งมาใหม่ก่อนจะหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม เจตรินทร์เหยียดยิ้มเหมือนมีอะไรในใจบางอย่างซึ่งเธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“ขอโทษด้วยนะครับที่มาช้า” ปองภพยกมือไหว้เจนรบและนุศราก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามเจตรินทร์ แต่ทว่าข้างๆ ตัวเป็นหญิงสาวที่เขาสุขใจทุกครั้งที่ได้เจอ แม้ว่าจะเจอกันช้าไปก็ตาม
“ไม่เป็นไรหรอกหมอ แค่นี้ก็ถือว่ารบกวนเวลาหมอมากแล้ว แทนที่จะได้กลับไปทานข้าวที่บ้าน ดีนะที่เจ้าเจตต์มันบอกว่าวันนี้หมอเข้าไร่พอดี” คนที่ดูมีความสุขที่สุดเห็นจะเป็นเจนรบ “ทานเลย ฝีมือหนูแหวนเขาละ อร่อยกว่าร้านหรูๆ เสียอีก ผมมาบ้านนี้ทีไรอิ่มพุงกางกลับบ้านทุกรอบ”
“ครับ วันก่อนผมก็พุงกางเหมือนกัน ทานจนหมดแล้วยังแอบเสียดาย อยากทานฝีมือแหวนอีก” ปองภพบอกยิ้มๆ พูดตามมารยาทที่พึงมี แต่ดูเหมือนใครบางคนจะไม่พอใจสักเท่าไหร่ ถึงใบหน้าจะเรียบนิ่งแต่ภายใต้หน้ากากพวกนั้นเขาสัมผัสได้ถึงความเลือดเย็น จะให้พูดตามจริงก็คือเขาเคยเห็นตอนที่เจตรินทร์ไม่สวมหน้ากากต่างหาก และถ้าจะพูดให้ถูกไปกว่านั้นก็คือ เจตรินทร์เลือกที่จะถอดหน้ากากให้เขาเห็นมากกว่า
“คราวหน้าผมบอกผมก็ได้ครับ ให้แหวนไปแบบนั้นมันอันตราย เอาของไปให้หมอแล้วยังต้องรบกวน ‘ขออาศัย’ รถเขากลับอีก”
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเจตต์ ยังไงก็คนกันเอง ผมเต็มใจมาส่งอยู่แล้ว ตั้งใจมาซื้อกาแฟด้วย” แต่ไหนแต่ไรปองภพเข้าออกที่แสนรักเป็นหมอที่คอยรักษาคนงานในไร่แสนรัก เนื่องจากบิดาของชายหนุ่มเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับเจนรบ
“ขอบคุณมากนะครับ แหวนขับรถไม่เป็น แล้วก็คงไม่กล้าโทรบอกผม” เขาหันไปมองคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาแต่แรกเมื่อเห็นหมอปองภพเดินเข้ามา “ทีหลังโทรบอกฉัน เธอก็รู้ว่าสำหรับเธอ ฉันไปรับได้อยู่แล้วไม่ว่าตอนนั้นจะยุ่งสักแค่ไหน”
“ค่ะ” วาสิตายิ้มหวานต่างจากใจข้างในที่กำลังสั่น มือบางจิกตัวเองไว้แน่น เธอรู้ความหมายที่คนใจร้ายต้องการจะสื่อ มันหมายความว่าอย่าเสนอหน้ากลับกับปองภพอีก
“อ้อหมอ หนูแหวนไม่ค่อยสบายน่ะ ทานข้าวเสร็จรบกวนตรวจให้หน่อยได้ไหม” เจนรบร้องท้วงขึ้นมา เกือบจะลืมไปแล้วเชียว ไหนๆ หมอก็มาถึงที่ให้ตรวจให้ยาหน่อยจะเป็นไรไป
