บทที่ 15 15
วาสิตาไม่ได้ขัดขืนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา มีเพียงดวงตาที่ยังเปียกชื้นจ้องมองมายังตัดพ้อ เหมือนกำลังเตรียมใจรอรับฟังถ้อยคำที่ทำร้ายกันซ้ำๆ
“คุยอะไรกันตั้งนานสองนาน ฉันรอเธอขึ้นไปเตรียมน้ำให้จนเหนียวตัวไปหมดแล้ว” คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ปกติคนตัวโตเป็นคนใจเย็นแต่กับเธอเขาจะเห็นทุกเรื่องเป็นความรีบเร่ง เธอทำอะไรต้องตรงเวลา พูดง่ายๆ ก็คือหาเรื่องต่อว่ากันเฉยๆ
“เขาแค่ขอบคุณเรื่องอาหารค่ะ” ไม่อยากบอกความจริงไป เพราะเธอไม่รู้ว่าหากบอกไปแล้วมันจะเป็นยังไง ถึงเจตรินทร์ไม่ได้รักเธอแต่ระยะหลังมานี้ชายหนุ่มพูดแขวะเรื่องหมอปองภพตลอดเวลา
“อย่างนั้นเหรอ” ลากเสียงยาวประหนึ่งไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ แต่ชายหนุ่มก็ยอมปล่อยแขนแต่โดยดี เดินมาตีคู่แล้ววาดวงแขนเกี่ยวรั้งเอวบาง “ขึ้นไปเตรียมน้ำแล้วรอฉันอยู่ในนั้น”
เสียงเข้มกระซิบบอกข้างหู ให้รออยู่ในนั้นเธอพอจะตีความหมายที่
ชายหนุ่มพูด และคงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเมื่อเขายกเรื่องนุศรามาต่อรอง บางทีอาจจะสืบหาด้วยตัวเองบ้างจะได้พิสูจน์ไปเลยว่าผิดหรือไม่ผิด หากเป็นอย่างที่เจตรินทร์ว่าจริงๆ
เธอจะยอมทุกอย่าง...ยอมชดใช้อย่างไม่มีเงื่อนไข
วาสิตามองตามร่างสูงที่เดินแยกไปอีกทางพร้อมโทรศัพท์ในมือ ไม่รู้
หรอกว่าเขาคุยอะไรหรือคุยกับใคร เรื่องส่วนตัวของเจตรินทร์เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้ แต่เรื่องของเธอต้องรายงานให้เขาทุกความเคลื่อนไหว
เธอน่ะหรือ...ผู้หญิงที่โชคดีได้แต่งงานกับเขา ก็อาจจะจริงส่วนหนึ่งเพราะชายหนุ่มเป็นที่หมายปองของสาวๆ หลายคน เป็นคนหล่อเหลาขยันทำงาน เป็นเจ้าของไร่ที่ลงดูงานเองทุกขั้นตอน จิตใจดีคอยอุปการะส่งเสียลูกหลานคนงานในไร่หากขาดเหลืออะไร เขาพร้อมช่วยทุกคน
เจตรินทร์ใจดีและอบอุ่น เขาคือเจ้าชายในสายตาคนอื่นๆ แต่กับเธอเขาเลือกที่จะปฏิบัติต่างกันสุดขั้ว
‘แหวนเคารพคุณท่าน ไม่เคยคิดร้ายสักนิด คุณเจตต์ก็รู้’
‘ฉันไม่รู้ เพราะความโลภมันไม่เข้าใครออกใคร’
‘เห็นแหวนเป็นคนแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ’
‘แล้วไม่ใช่ตัวเธอหรอกหรือที่เป็นฝ่ายกระโดดเข้าใส่ฉันเอง’
ใช่ว่าเธอจะไม่เสียใจ ไม่ตกใจตอนที่ได้รับข่าวร้ายนั่น เสียงซุบซิบนินทาที่ไม่กี่เดือนต่อมาน้าสาวของเธอก็ได้ขึ้นเป็นแม่เลี้ยงของเจตรินทร์ ไหนจะเรื่องที่โดนสั่งให้ย้ายเข้าไปอยู่กับเขาโดยที่ปฏิเสธไม่ได้ ต้องทนแบกรับความหนักใจพร้อมสายตาที่เหยียดหยามตลอดมา แต่เพราะมีเขาอยู่ข้างๆ เธอจึงเลือกที่จะไม่สนใจสายตาใครๆ เพราะสายตาคู่นี้มองไปที่เขาเพียงคนเดียว เคยคิดว่าดวงตาคู่นั้นก็มองมาที่เธอเช่นกัน
แต่เธออาจจะคิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป
น้ำอุ่นเตรียมไว้แล้วแต่นี่มันปาเข้าไปเกือบจะสิบห้านาทีได้กระมัง
เจตรินทร์ยังไม่ขึ้นมาสักที หญิงสาวจึงเดินออกมาจัดกระเป๋าให้เขาเสียก่อน ทริปเที่ยวครั้งนี้คงมีความสุขและทำให้เขายิ้มได้เมื่อมีพัทราวีร่วมเดินทาง
“ไปอาบน้ำ เดี่ยวค่อยจัด” น้ำเสียงเย็นๆ ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดเข้ามา เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าประตูห้องมีคนเปิดเข้ามา “ใจลอยคิดถึงไอ้หมอ
หน้าอ่อนนั่นอยู่หรือไง”
“แหวนคิดแค่ว่าจะหยิบเสื้อตัวไหนให้คุณเจตต์” เธอบอกด้วยความเหนื่อยใจเมื่อชายหนุ่มจ้องแต่จะจิกกัด ถ้าหัวใจมันควักออกมาได้คงไม่รีรอที่จะให้เขาดู ตอนนี้มันคงพรุนไปหมดแล้วกระมัง
“ตัวไหนก็ได้ที่คิดว่าผิงน่าจะชอบ” เจตรินทร์เดินมานั่งบนเตียงแล้วบอกอย่างสบายอารมณ์ คนตัวเล็กนั่งอยู่บนพื้นในมือถือเสื้อที่กำลังพับใส่กระเป๋า ต้องยอมรับว่าวาสิตาเป็นผู้หญิงที่มีความเป็นกุลสตรี งานบ้านงานเรือนทำได้ดีแทบไม่มีที่ติ แต่อย่าคิดว่าผู้หญิงที่ดู ‘เหมือน’ จะเรียบร้อยแบบนี้ไม่มีพิษสง แท้จริงแล้วความร้ายกาจของเธอมีมากพอกับเสน่ห์ที่ชอบโปรยปรายใส่ผู้ชาย
โปรไฟล์สูงๆ
“การจะชอบใครสักคน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเสื้อผ้านะคะ” เสื้อตัวเก่งถูกพับแล้ววางไว้
ทำท่าจะลุกขึ้นเพื่อหาหยิบกางเกงมาพับต่อ คล้ายเธอไม่สนใจเจ้าของห้องที่ใจกำลังพลุ่งพล่านเพราะคำประชดประชันของคนตัวเล็ก
บอกแล้วว่าวาสิตาไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้อย่างที่คิด
“คุณเจตต์ !” ร่างบางร้องด้วยความตกใจเมื่อข้อมือถูกฉุดอย่างแรงก่อนที่เขาจะเหวี่ยงเธอลงเตียงจนรู้สึกจุก วาสิตาซ่อนรอยน้ำตาเอาไว้ เพราะถึงร้องไปมันคงไม่มีประโยชน์อย่างที่เขาชอบพูด
เจตรินทร์เหยียดยิ้มตามคร่อมทันที ตาคมกวาดมองเรือนร่างงามเต็มไปด้วยความเหยียดหยามจนหญิงสาวหน้าชา เขามองแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร
“แล้วถ้าฉันบอกเธอว่าชอบผู้หญิงที่ไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ” เขาบอกยิ้มๆ แต่มันเหมือนการตบหน้าเธออย่างจัง “เธอจะยอมถอดไหมล่ะวาสิตา”
“คุณเจตต์...” วาสิตาครางเสียงแผ่ว ไร้คำพูดที่ตอกกลับไป
เธอเคยตกหลุมรักเพราะรอยยิ้มของเขา...แต่ตอนนี้รอยยิ้มนั้นกำลังฆ่าเธอด้วยคำพูดเรียบๆ เกลียดที่ชายหนุ่มยังยิ้มได้แม้กำลังเหยียบย่ำหัวใจคนฟังที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
“อ้อจริงสิ...ลืมไปเลย” นิ้วหนาเกลี่ยไล้พวงแก้มใสที่เริ่มซีดเซียว ปลายนิ้วนั้นสัมผัสได้ถึงความร้อนคล้ายว่าเจ้าตัวไม่สบาย แต่ชายหนุ่มเลิกที่จะละเลยไม่สนใจสักนิด “ถึงฉันจะไม่ชอบ เธอก็ยอมเปลื้องผ้ารอกันอยู่แล้วจริงไหม ?”
