บทที่ 16 16

เธอควรตอบเขายังไงหรือควรเงียบอยู่แบบนี้ แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็เหมือนชายหนุ่มจะไม่พอใจทั้งนั้น คนที่ไม่ใช่ทำอะไรมันก็ผิดในสายตาเขาอยู่ดี

“ลุกขึ้น ได้เวลาทำหน้าที่ของเธอแล้ว ขอเรียกให้มันคุ้มๆ หน่อย ก่อนที่เธอจะแอบไปกินกับคนอื่น” เขาหยัดกายลุกขึ้นแล้วจัดการถอดเสื้อตัวเองออกจากตัว ไม่สนใจสายตาที่มีแต่รอยเศร้าของนัยน์ตาคู่นั้น

“คุณเจตต์จะดูถูกแหวนยังไงก็ได้ แต่เรื่องนี้มันมากเกินไป” เธอรวบรวมความกล้าอยู่นาน เสียงที่เปล่งออกไปนั้นจึงแผ่วเบา

“มากไปยังไง” ในเมื่อเห็นดีใจแทบจะอ้าแขนรับไอ้หมอนั่นอยู่รอมร่อทั้งที่ยังอยู่ในบ้านหลังนี้ หากเป็นที่อื่นอาจทำอะไรมากกว่านั้นก็เป็นได้ใครจะไปรู้

“แหวนไม่เคยคิดอกุศลแบบนั้นกับคุณหมอ ไม่เคยทำตัวอย่างที่

คุณเจตต์กล่าวหา กรุณาอย่าดูถูกความรักของแหวน” เพราะเธอบอกเขาเสมอว่าเธอรักใคร เพียงแต่เจตรินทร์ไม่รับฟังก็เท่านั้น

“ทำไมจะทำแบบนั้นไม่ได้” คนฟังยิ้มเยาะแล้วเดินเข้าหาร่างบางอีกครั้ง ใช้ปลายนิ้วเชยคางมนขึ้นมา “ความรักของเธอมันน่าดูถูกจะตาย ของที่มันไม่มีราคาทำไมต้องมานั่งรักษาความรู้สึก”

“ถ้าสิ่งที่พูดออกมามันคือความต้องการของคุณเจตต์ ถ้าอยากให้แหวนเจ็บ บอกได้เลยว่าคุณทำสำเร็จ” เจ็บทุกคำพูดและการกระทำ “แต่ที่แหวนยอม มันไม่ใช่แค่เพราะเรื่องของน้านุช แต่เป็นเพราะแหวนยังรักคุณเจตต์”

“ใช่...” น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนโยนขึ้น เขาใช้นิ้วปาดน้ำตาที่รินไหลออกมาอย่างแผ่วเบา “และมันคงแบบนี้ต่อไป เดาว่าผู้หญิงอย่างเธอให้เลิกรักฉันคงทำได้ยาก”

“แต่ถ้าทำได้ แหวนก็อยากลอง” จะได้ไม่ต้องมานั่งเจ็บปวดอยู่อย่างนี้

“ปากดีไปเถอะ แล้วเธอจะรู้สึก” เจตรินทร์เริ่มหงุดหงิดกับการต่อปากต่อคำของร่างบาง เขาผละตัวออกมาแล้วปรายตามองผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่ทำหน้าเศร้า “จัดกระเป๋าให้เสร็จแล้วรีบๆ ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ”

ปัง !

วาสิตาหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำดังลั่นห้อง หญิงสาวถอนหายใจหนักหน่วงเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ไม่รู้ว่าต้องทนอยู่ในสภาพนี้อีกนานแค่ไหน

หรือเธอจะขอร้องให้ปองภพช่วยตรวจสอบเรื่องการเสียชีวิตของ

คุณผู้หญิงว่าจริงๆ แล้วสาเหตุเกิดจากอะไร แต่ถ้าหากมันเป็นเรื่องจริงเธอจะรับไหวหรือเปล่า คนอย่างนุศราจะทำแบบนั้นจริงๆ น่ะหรือ

แล้วถ้าผลสรุปเป็นอย่างที่เจตรินทร์กล่าวหา...ทุกอย่างจะจบลงอย่างไร

เสียงสตาร์ตรถยนต์ที่ดังขึ้นเรียกให้คนที่เพิ่งออกจากห้องน้ำเดินไปแง้มผ้าม่านมองลอดกระจกใสๆ วาสิตาเพิ่งกลับเข้าห้องตัวเองมาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วหลังจากที่จัดกระเป๋าให้เจตรินทร์เสร็จ

เธอไม่รู้ว่าเขาออกไปไหน ไม่อยากรับรู้ว่านอกจากเธอแล้วเขายัง ‘มีใคร’ คนอื่นอีกหรือเปล่า บ่อยครั้งที่ทะเลาะกันชายหนุ่มมักจะออกจากบ้านยามดึกแล้วกลับมาอีกทีตอนเช้า ไม่อยากถามไม่อยากได้ยินถ้อยคำที่ฟาดลงกลางใจ

เป็นอีกครั้งที่ไม่รู้...ว่าน้ำตามันไหลออกมาตั้งแต่ตอนไหน วาสิตามองไฟท้ายของรถที่ขับเคลื่อนออกไปจนไกลลิบ เช่นเดียวกับหัวใจของเจตรินทร์ที่มันดูเหมือนออกห่างมากขึ้นเรื่อยๆ

‘ความรักของเธอมันน่าดูถูกจะตาย ของที่มันไม่มีราคาทำไมต้องมานั่งรักษาความรู้สึก’

หรือเธอควรเก็บงำความรักนี้เอาไว้ ไม่ต้องแสดงออกไปให้เขาเห็นจะได้ไม่โดนเหยียบย่ำแบบนี้ ไม่ต้องพูดแค่ทำตามหน้าที่ตัวเองไป นึกแล้วก็ได้แต่สมเพชกับความคิดของตัวเอง เพราะมันคงไม่ทันแล้วในเมื่อทุกอย่างแหลกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี จะนำมาประกอบใหม่ก็คงยาก

มือบางแตะสร้อยที่มีแหวนหนึ่งวงคล้องอยู่ในนั้น คนให้อาจจะลืมมันไปแล้ว แต่คนรับเอาแต่เฝ้าถวิลหาสัญญาที่เจ้าตัวเคยให้ไว้ มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังรู้สึกว่า เจตรินทร์คนเดิมยังอยู่กับเธอ

ดวงตาคู่เศร้ามองเลยไปไกลหวนนึกถึงวันวานที่มีความสุข วันที่ทำให้เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน แม้จะเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งก็ตาม

‘อะไรเหรอคะ’ หญิงสาวรับมันมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หัวใจข้างในเต้นถี่รัวตื่นเต้นอยากจะรู้ว่าอะไรอยู่ข้างในกล่องของขวัญ

‘ของขวัญสำหรับคนเก่ง’ คนให้ก็พลอยยิ้มออกเมื่อเห็นอีกคนชอบ ‘เปิดสิ’

‘เปิดตอนนี้เลยเหรอคะ’ นึกว่าเจตรินทร์จะให้กลับไปเปิดที่บ้านเสียอีก แต่เปิดตอนนี้ก็ดีเพราะเธอเองก็อยากรู้เหมือนกัน วาสิตาไม่สามารถซ่อนสายตาบางอย่างได้ เธอปลาบปลื้มกับมันและสิ่งที่เขากำลังทำ

คนตัวโตลูบศีรษะหญิงสาวด้วยความเอ็นดูแล้วพยักหน้ารับ

‘เปิดเลย’

ลงมือแกะกล่องขวัญขวัญชิ้นเล็กๆ อย่างระมัดระวัง สิ่งที่ได้จากผู้ชายคนนี้เธอจะทะนุถนอมมันให้ดีที่สุด แม้แต่กระดาษห่อก็ไม่อยากให้ขาดออกจากกัน หลายครั้งที่คิ้วขมวดเข้าหากันเมื่อเธอเผลอทำมันขาด แอบได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนข้างกายยิ่งทำให้มือไม้สั่น

เขาคงจับได้ว่าเธอกำลังตื่นเต้น

‘ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้’

วาสิตาเม้มปากเป็นเส้นตรงกว่าที่จะแกะกระดาษออกจนหมดโดยที่มันแทบไม่มีความเสียหาย จัดการพับมันอย่างเรียบร้อยแล้วยัดลงกระเป๋ากางเกง แล้วค่อยๆ เปิดฝากล่องออกมาด้วยใจที่เต้นระทึก

‘แหวน’ เสียงหวานอุทานออกมาแผ่วเบา เมื่อของขวัญวันเกิดของเธอคือแหวน เธอไม่กล้าเงยหน้ามองเจตรินทร์ด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าความหมายของมันคืออะไร

‘อืม แหวนไงล่ะ ชื่อเธอเลย’

ชายหนุ่มเขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้น ในขณะที่ดวงตากลมโตสั่นไหวมีน้ำตาเอ่อคลอ ไม่อยากคิดไปเองกลัวว่าหากตกลงมาแล้วมันจะเจ็บ

‘คุณเจตต์’

‘ที่เธอคอยถามเมื่อครั้งก่อน ที่เธอบอกว่ารักฉัน...’

ใช่แล้วละ เธอเป็นฝ่ายสารภาพรักกับเขาก่อน เพราะทนความอัดอั้นข้างในไม่ไหว ทนมองอีกฝ่ายเจ็บปวดจากการแอบรักใครบางคนไม่ได้

เธอเลยขอโอกาสจากเจตรินทร์ หวังเพียงว่าเขาจะหันมามองเธอบ้างก็พอ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป