บทที่ 20 20
“พอได้แล้ว กบมานี่หน่อย !” ชายหนุ่มตะโกนเรียกสาวใช้เสียงดังลั่น จนกบตกใจรีบวิ่งออกมาหน้าตาตื่น “เรียกหมอมาบ้านไม่ก็พาไปฉีดยาสักเข็มสองเข็ม ยืนโอนเอนใกล้จะเป็นลมอยู่แล้วยังมาจู้จี้กับคนอื่น” เขาบอกน้ำเสียงเนือยๆ ใบหน้าก็นิ่งเช่นกัน
ส่วนคนป่วยร้อนไปทั้งหน้าทั้งกระบอกตาแต่รีบกะพริบไล่มันไป ก่อนที่น้ำตาจะไหลรินลงมาอย่างไม่เข้าเรื่อง ยิ่งได้ยินว่าพาไปฉีดยาเธอยิ่งรู้สึกโกรธ
เจตรินทร์เหลือเกิน วาสิตากลั้นใจหันหลังให้ชายหนุ่มแล้วเดินเข้าบ้านไปไม่สนใจคนมองที่ยืนอึ้ง รวมถึงกบที่ทำตัวไม่ถูกได้แต่ยืนเกาหัว
“ไปดูแลเขาหน่อย ไม่สบายแถมยังกินข้าวน้อย เรียกหมอมาที่บ้านแล้วกัน...ที่ไม่ใช่หมอป้อง” ไม่ลืมเน้นประโยคสุดท้าย
“ทำไมล่ะคะคุณเจตต์ แต่วันนี้หมอป้องน่าจะเข้ามาที่ไร่” ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ให้ปองภพมาดูแลวาสิตา เพราะวันนี้ชายหนุ่มก็ต้องเข้ามาตรวจสุขภาพคนงานที่ไร่อยู่แล้ว
“ไม่ก็คือไม่ เรียกหมอคนอื่นมาแทน หมอป้องเขางานยุ่ง กว่าจะตรวจคนงานเสร็จ”
“ได้ค่ะๆ” ไอ้เราก็นึกว่าอะไร ที่แท้เจตรินทร์แอบหึงวาสิตากับปองภพหรอกหรือ สงสัยต้องรีบบอกป้านงค์กับป้าน้อยเสียแล้ว “กบจะไม่ให้หมอป้องเข้าใกล้คุณแหวนเด็ดขาดเลยค่ะ”
“กบ” เจตรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆ จนสาวใช้หน้าซีดแล้วรีบโค้งศีรษะเดินกลับเข้าไปบ้านทันที เจ้าของไร่แสนรักถอนหายใจเฮือกใหญ่รู้สึก
หัวเสียแต่เช้า อยากจับเจ้าของร่างบางมาเขย่าให้หายอวดดีเหลือเกิน
เอาไว้กลับมาจากเที่ยว จัดการทีหลังก็คงไม่สาย หวังว่าป่านนั้นคงจะหายจากไข้
ผ้าม่านสีขาวนวลถูกแง้มออกด้วยเจ้ามือของร่างบางที่แอบมองจากหน้าต่าง หลังจากที่เดินขึ้นห้องมาเพราะไม่อยากฟังคำต่อว่าของอีกฝ่าย วาสิตามองคนตัวโตที่กำลังก้มๆ เงยๆ คล้ายเช็กสภาพรถก่อนที่จะเขาเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ มีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากคุยกับเขาอยากบอกว่าเมื่อคืนเธอฝันดี อาจเพราะหลับไปในอ้อมกอดของเขาแต่ถ้าบอกไปคงโดนหัวเราะเยาะ
เพราะมันไม่ได้มีอะไรสำคัญสำหรับเจตรินทร์
วาสิตาเปิดม่านกว้างขึ้นอีกเพื่อมองชายหนุ่มให้ชัดๆ แต่ก่อนที่เขาจะขึ้นรถ ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมองมาที่หน้าต่าง แม้จะมีกระจกใสๆ กั้นอยู่แต่วินาทีที่สองสายตาสบกันคล้ายทุกอย่างหยุดนิ่ง เจตรินทร์หยุดยืนมองอยู่ตรงนั้นนานสองนานไม่สามารถรับรู้ได้ว่าในใจของเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่
แต่สุดท้ายเขาก็ขึ้นรถและขับออกไปท่ามกลางความว้าเหว่ในใจของเธอ เหมือนหัวใจกำลังหลุดลอยมันเกิดความหวาดกลัว กลัวว่าสิ่งที่ชายหนุ่มแอบหวังมันจะสำเร็จ
ผิดไหมถ้าเธอจะเห็นแก่ตัวภาวนาให้พัทราวีไม่สนใจ ให้เจตรินทร์ไม่สมหวังในความรักที่เขาถวิลหา หรือเพราะเธอเอาแต่คิดแบบนี้ เธอจึงไม่เคยได้รับความรักดีๆ ตอบกลับมา
ความรักไม่ผิดมันเป็นสิ่งสวยงามและเป็นสิ่งที่โหดร้ายในเวลาเดียวกัน พัทราวีไม่ผิดหากจะตอบรับรักเจตรินทร์ หรือหากไม่ตอบรับก็ยังเป็นสิทธิ์ของหญิงสาว ส่วนเจตรินทร์ที่มอบหัวใจให้ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพราะเรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้
แต่การที่เธอรักเขา...มันอาจจะผิด คนใจร้ายเคยบอกแบบนั้น
ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !
“คุณแหวนคะ”
กบเคาะประตูเรียกอยู่หน้าห้องทำให้วาสิตายอมละสายตาจากเบื้องหน้า เดินไปเปิดประตูที่มีคนรออยู่ แต่เมื่อเปิดออกมา กลับเจอทั้งป้าน้อยรวมถึงปองภพ ส่วนกบนั้นมีสีหน้าแปลกๆ
“กบกำลังจะโทรเรียกคุณหมอ แต่คุณหมอป้องมาพอดีค่ะ”
ถ้าเจตรินทร์รู้มีหวังคงโดนเอ็ดยกใหญ่ กำลังต่อสายหาคุณหมอที่เป็นเพื่อนของคุณท่าน แต่ทว่าปองภพดันมาที่ไร่แต่เช้าและทันได้ยินเธอบ่นกับ
ป้าน้อยพอดี
“โทรเรียกผมก็ได้ครับ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเสียหน่อย ยังไงก็ต้องมาที่ไร่อยู่แล้ว”
“ป้าน้อย หนูจะโดนคุณเจตต์เฉดหัวออกจากบ้านหรือเปล่า”
กบเขย่าแขนป้าน้อยกระซิบถามเสียงแผ่วเบาจนโดนหยิกโทษฐานที่พูดไม่รู้เวล่ำเวลา
“คุณแหวนไม่สบายให้หมอป้องตรวจดูหน่อยดีกว่าค่ะ หน้าซีดแบบนี้ป้าเป็นห่วง” ป้าน้อยเดินเข้าห้องจับมือบางแล้วบีบเบาๆ “ทานข้าวหรือยังคะ กบบอกว่าคุณแหวนทานได้น้อย”
“แหวนทานข้าวเช้าได้ไม่เยอะค่ะ ป้าน้อยก็รู้” เธอบอกยิ้มๆ ซึ้งใจเสมอที่ยังมีท่านคอยห่วงใยและดูแลเธอราวกับเป็นลูกหลานคนหนึ่ง “จริงๆ แหวนไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะคุณหมอ ปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“ให้ผมตรวจดูอาการก่อนดีกว่าครับ อย่าชะล่าใจนักเลย ดูสิป้าน้อยกับกบเป็นห่วงจนไม่เป็นอันทำงาน” เขาเองก็ห่วงแต่แสดงอาการออกไปไม่ได้
“นั่นสิคะ คุณแหวนอย่าดื้อเลยค่ะ ไม่งั้นป้าจะโทรหาคุณนุชกับคุณท่านนะคะ”
“ป้าน้อยเล่นไม้นี้แหวนคงต้องยอมแล้วละค่ะ”
ทุกคนยิ้มออกเมื่อคนดื้อยอมแต่โดยดี แต่กว่าจะยอมก็ต้องหาสารพัดวิธีมาเกลี้ยกล่อม วาสิตาไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอขนาดนั้นแม้ว่าเจ้าตัวจะดูเป็นผู้หญิง
ทุกกระเบียดนิ้ว แต่จริงๆ หัวใจของเจ้าหล่อนค่อนข้างเข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นคงไม่ทนคำคนที่เอาแต่นินทาว่าร้ายมาได้หรอก
