บทที่ 22 22
“แหวนรักคุณเจตต์ค่ะ แต่บอกไปเขาก็ไม่รับฟัง เพราะคุณเจตต์ไม่ต้องการรักของแหวน”
“รู้ไหมว่าจริงๆ ไม่ได้มีแค่คุณเจตต์ที่ใจร้ายหรอก แหวนเองก็ใจร้าย...บอกรักเขาต่อหน้าผมเป็นครั้งที่สองแล้ว” ปองภพลูบศีรษะหญิงสาวแล้วยิ้มจางๆ “แต่ผมยังดีใจที่แหวนระบายออกมา นั่นหมายความว่าผมสามารถทำให้แหวนสบายใจเมื่ออยู่กับผม”
“ขอโทษนะคะคุณหมอ”
“แหวนไม่ผิด ความรักมันบังคับกันไม่ได้ ผมจะไม่ถามอีกว่าทำไมถึงเลือกตัดสินใจแบบนั้น เพราะแหวนคงมีเหตุผลของแหวน จะรอวันที่พูดออกมาเอง แค่อยากให้จำไว้ว่ามีปัญหาอะไรก็เรียกกันได้ แม้ผมจะยุ่งมากก็ตาม”
“ทำแบบนั้นคนไข้กับญาติคนไข้ได้มาดักตีหัวแหวนแน่ๆ ค่ะ”
วาสิตายิ้มอย่างจริงใจ เธอคิดว่าจะมองหน้าปองภพไม่ติดเสียแล้ว ยังอยากรักษาความสัมพันธ์ที่ดีงามแบบนี้ต่อไป
“ผมลงไปดูป้าน้อยดีกว่า ทำไมไม่ขึ้นมาสักที อยากให้แหวนทานข้าวเพิ่มอีกสักนิดแล้วค่อยทานยาจะได้พักผ่อน” ร่างสูงลุกขึ้นแล้วแอบบิดตัวเล็กน้อยหลังจากที่นั่งบนส้นเท้านานไปหน่อย เหตุผลที่ไม่นั่งบนเก้าอี้ก็เพราะเขาอยากมองตาคู่สวยในระดับเดียวกัน
“เดี๋ยวค่ะคุณหมอ” หญิงสาวขานเรียกก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกจากห้อง
“...” ปองภพชะงักแล้วหันกลับมาอย่างงงๆ
“ขอบคุณมากนะคะ” ไม่มีคำอื่นแล้วที่จะมอบให้เขานอกจากคำนี้รวมถึงอีกหนึ่งคำ...“แล้วก็ขอโทษอีกครั้งค่ะ”
“ผมบอกแล้ว...แหวนไม่ผิด เราไม่สามารถบังคับใครให้มารักเราได้ หายไวๆ นะครับคนเก่ง ผมคงต้องเข้าไร่แล้วอยู่ในนั้นทั้งวัน” ปองภพส่งยิ้มให้
หญิงสาวในดวงใจอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป โดยไม่ลืมปิดประตูให้
รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนใบหน้าหวานค่อยๆ จางหายเมื่อทบทวนคำพูดของปองภพ จริงอย่างที่เขาบอกว่าเราไม่สามารถบังคับให้ใครรักเราได้ เหมือนที่เธอยังเฝ้ารอความรักของเจตรินทร์ ส่วนเขาคงรอความรักจากคนอื่น
เสียงโทรศัพท์เรียกให้วาสิตาตื่นจากความคิดของตัวเอง คนที่โทรเข้ามาคือนุศราที่นานๆ จะโทรมาที โดยปกติท่านมักจะโทรเข้าเบอร์บ้าน
หากเธอไม่อยู่ท่านก็ฝากข้อความไว้กับกบไม่ก็ป้าน้อยหรือป้านงค์ แต่บางทีเธอก็รับสายเอง
“ค่ะน้านุช”
‘น้ากับคุณรบไปดูฤกษ์หมั้นไว้แล้วนะแหวน อีกสามเดือนนี่ฤกษ์ดีที่สุด ไม่งั้นก็ต้องรออีกเจ็ดเดือนเลย ยังไงแหวนลองปรึกษากับคุณเจตต์ดูนะลูก’
ฟังด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง อีกสามเดือนอย่างนั้นเหรอ หากเธอบอกกับเจตรินทร์เชื่อว่าเขาคงไม่สนใจ จะเร็วหรือช้าเขาคงพร้อมยอมทำตามคำสั่งของคนเป็นพ่อ อย่างที่เขาเคยบอกไงล่ะ แต่งก็ได้เพราะการแต่งงานครั้งนี้มันจะทำให้เธอเจ็บปวด เพราะมันไม่ได้เกิดจากความรัก มันไม่ได้แตกต่างอะไรจากที่เป็นอยู่ตอนนี้สักนิด เพิ่มมาแค่ทะเบียนสมรสและนามสกุลที่ต้องเปลี่ยนก็เท่านั้น
ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ...
‘แหวนได้ยินน้าหรือเปล่าลูก’
“ได้ยินค่ะน้านุช แต่ว่าตอนนี้คุณเจตต์ไปต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ ค่ะ” ริมฝีปากบางบอกด้วยอาการเลื่อนลอย เธอไม่อยากแต่งงานกับเจตรินทร์แต่เหมือนไม่มีใครฟังคำพูดของเธอเลย ดูเหมือนนุศราจะหวังเอาไว้มาก
เธอเข้าใจว่าท่านหวังดีต่อเธอ ท่านมองออกแต่แรกว่าหลานสาวอย่างเธอรู้สึกอย่างไรต่อเจตรินทร์ คงไม่แปลกหากเขาจะสงสัยและครหาว่าเธอร่วมมือและทำเรื่องร้ายๆ ลงไป
‘อ้าว แล้วแหวนไม่ได้ไปกับคุณเจตต์หรอกหรือ’
“พอดีแหวนไม่สบายค่ะน้านุช”
‘ไปหาหมอ หรือหากินยาหรือยัง’ น้ำเสียงท่านแลดูเป็นห่วง ‘เดี๋ยวถ้าธุระของคุณรบเสร็จไวน้าจะเข้าไปหานะ ไหวหรือเปล่า’
“แหวนไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะน้านุช ไม่ต้องมาก็ได้” คำถามที่ติดอยู่ที่ปากไม่กล้าถามท่านออกไป แต่ถ้ายังแบกมันไว้ต่อไปคนที่อึดอัดที่สุดก็คงเป็นเธอ
‘ไม่ไปไม่ได้ เราน่ะดื้อตั้งแต่เด็กๆ ป่วยทีไรชอบกินยานอนเฉยๆ เกิดป่วยหนักจะเป็นยังไง เดี๋ยวน้าเสร็จธุระจะเข้าไปหาแล้วกัน’
“น้านุชคะ แหวนมีเรื่องจะถาม”
‘หืม ? เรื่องอะไร’
“เรื่องคุณผู้หญิง แม่ของคุณเจตต์ค่ะ” เธอกลั้นใจพูดออกไปแล้ว
‘เห้อ พูดแล้วน้าก็คิดถึงคุณผู้หญิง ท่านเองก็เอ็นดูแหวนมากเลยนะรู้ไหม’
“ทำไมท่านถึงเสียนะคะ ตอนที่เรื่องวุ่นๆ แหวนไม่กล้าถามใครเลย
คุณเจตต์ก็หายไปพอกลับมาอีกทีแหวนก็ไม่กล้าพูดสะกิดใจเขา”
‘ท่านป่วยหลายโรคนะแหวน หลังๆ มาอาการทรุดหนัก ให้อะไรก็ไม่ยอมทาน น้าไม่รู้ว่ามีปัญหาอย่างอื่นด้วยหรือเปล่า’
ปลายสายหยุดพูดไปเมื่อมีเสียงแทรกขึ้นมา เหมือนว่าจะเป็นเสียงของเจนรบ
‘แค่นี้ก่อนนะแหวน คุณรบเรียกแล้วจ้ะ’
“ค่ะ น้านุช”
วาสิตาถึงกับกุมขมับใช้นิ้วคลึงมันเบาๆ ไล่ความเครียดที่พุ่งขึ้นมา เรื่องแบบนี้เธอจะพิสูจน์ได้อย่างไร อยากรู้ว่าในมือของเจตรินทร์นั้นมีหลักฐานอะไรบ้าง มันมืดแปดด้านทั้งเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตของมารดาเจตรินทร์ รวมถึงเรื่องงานแต่งงานที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
“คุณแหวนคะ ทานข้าวทานยาค่ะ” ประตูห้องโดนเคาะอีกครั้งก่อนที่ป้าน้อยจะเปิดเข้ามาพร้อมอาหารและยา “ป้าทำข้าวต้มให้แทนเพราะโจ๊กมันข้นหมดแล้ว”
“ขอบคุณมากค่ะป้าน้อย” วาสิตาขอร้องให้ป้าน้อยไปพักผ่อนเพราะเธอสามารถดูแลตัวเองได้ สุดท้ายท่านจึงยอมทำตามคำร้องขอของเธอ ไม่วายกำชับให้เธอกินยาให้ตรงเวลาตามรายละเอียดที่ปองภพเขียนไว้ให้
บอกตามตรงว่าตอนนี้เธออยากจะล้มตัวลงนอนแล้วพักเรื่องเครียดๆ ที่ส่งผลต่อจิตใจของเธอ เหมือนทุกอย่างวิ่งเข้ามาพร้อมๆ กันจนไม่สามารถตั้งรับมันไว้ได้
“น้านุชไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเจตต์กล่าวหาใช่ไหมคะ”
