บทที่ 23 23
ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า อากาศก็เริ่มเย็นลงจนพานนึกใครบางคนที่หากมาด้วยคงตัวสั่นเป็นลูกนก เจตรินทร์ปัดความคิดไร้สาระนั่นออกไปมองหาใครอีกคนที่อยู่ในสายตาเขาตลอดทั้งวัน
แต่ว่าตอนนี้พัทราวีไม่ได้นั่งร่วมวงอยู่ด้วย หลายครั้งที่เห็นหญิงสาวพูดคุยกับธนภัทรแต่จะออกแนวต่อปากต่อคำเสียมากกว่า เธอยังเป็นเด็กที่ร่าเริงและสดใสแต่เมื่อใดที่ลับร่างเพื่อนสนิทของเขา พัทราวีจะมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
“ไอ้ดิน มึงหนีบแม่บ้านมาด้วยแบบนี้กลัวอดตายเหรอวะ”
ชิษณุแซวณดลพี่ชายของพัทราวีน้ำเสียงล้อเลียน ทำให้เจตรินทร์ที่นั่งใกล้ๆ หลุดหัวเราะออกมา ไอ้นี่มันชอบกวนตีนเพื่อนหาเรื่องให้โดนด่าประจำ รู้ทั้งรู้ว่าณดลมันหวงของตัวเอง ไม่งั้นจะพามาด้วยทำไม
“กูกำลังหัดเป็นพ่อบ้านครับ เผอิญอยากได้เมียแบบนี้” ณดลกล้าพูดเพราะตอนนี้ภัทรวดีเดินออกจากกลุ่มไปหาพัทราวีที่นั่งย่างกุ้งอยู่คนเดียว
“บ้านกูก็มีนะ มึงสนใจไหม สลับกับกูได้” ชิษณุหลบแทบไม่ทันเมื่อ
ณดลคว้าขวดน้ำขึ้นมา “ล้อเล่น ทำเครียดไปได้”
เสียงหัวเราะครื้นเครงช่วยบรรเทาความรู้สึกแปลกๆ ในใจของเจตรินทร์ได้ มองเลยไปยังธนภัทรที่นั่งอยู่ข้างๆ แฟนสาวอย่างลดาวัลย์ เขาไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ บ่อยครั้งที่เห็นมันมองเลยไปทางพัทราวี
“เดี๋ยวกูไปเอาของมาเพิ่มให้” ริมฝีปากหนาเอ่ยขึ้นพร้อมลุกยืน ธนภัทรหันมองมาแวบหนึ่งสายตามันมีบางอย่างเหมือนอย่างจะพูดอะไรแต่ก็หันกลับไปคุยกับลดาวัลย์ เมื่อหญิงสาวสะกิดแขนแล้วกระซิบบางอย่าง
“จะเอาไปให้ผิงหรือเปล่าครับ ส่งมาให้ผมก็ได้” เขาเห็นภัทรวดีเดินไปตักแกงจืดใส่ถ้วย คิดว่าคงจะเอาไปให้พัทราวีเลยรีบลุกขึ้นมา บอกกับไอ้พวกนั้นว่าจะไปเอาของจากคนตัวเล็ก
“ใช่ค่ะ ฝากด้วยนะคะคุณเจตต์” เขารับมันมาด้วยความเต็มใจพร้อมหยิบของกินอย่างอื่นติดมือมาด้วย แล้วเดินไปหาคนตัวเล็กที่นั่งอยู่คนเดียว ผู้หญิงตรงหน้าที่นั่งหันหลังให้อยู่คือคนที่กุมหัวใจเขาไว้มาหลายปี จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น
“ขอบคุณค่ะพี่มล อ้าว...พี่เจตต์ ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มหวานๆ ให้ ก่อนที่ร่างสูงจะถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองไว้ไม่ให้เปื้อนกางเกง
“มารอกุ้งเหรอคะ สักพักนะคะเพราะเมื่อกี้ผิงเพิ่งยกให้พี่มลไปหมดเลย”
“เปล่าหรอก พี่มาช่วยผิงน่ะเห็นนั่งทำอยู่คนเดียว” ความจริงจะเดินมาหาตั้งนานแล้ว แต่เห็นว่าภัทรวดีลุกขึ้นมาก่อนก็เลยรอพอหญิงสาวกลับมาพร้อมกับถาดที่เต็มไปด้วยกุ้งเผา และเห็นตักแกงจืดกำลังจะเดินเอามาให้พัทราวี เขาเลยอาสาถือมาให้เองพร้อมกับของกินอื่นๆ อีก
“โอ๊ย...ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เจตต์ ไม่ได้เหนื่อยอะไร” เสียงหวานหัวเราะเล็กน้อย ทำไมต้องกลัวเธอเหนื่อยกับเรื่องแบบนี้ เอาจริงๆ ตอนทำอาหารที่บ้านเหนื่อยและวุ่นวายกว่านี้อีก
“พี่ว่าผิงเขยิบไปหน่อยดีกว่าเดี๋ยวพี่ย่างให้เอง ส่วนนี่...พี่เอามาให้ ทานเสียเดี๋ยวหน้ามืดตกเขามาแล้วจะยุ่ง” การจะเข้าหาผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ว่าจะบุ่มบ่ามเข้าไปง่ายๆ เจตรินทร์รู้ดีว่าต้องเนียนๆ เข้าไปแบบเพื่อนมากกว่าถึงจะทำให้
พัทราวีไว้ใจในระดับหนึ่ง และเขาก็ทำแบบนั้นมาตั้งแต่ต้น
คิดว่า...คนตัวเล็กน่าจะรับรู้ความรู้สึกของเขาดี เพียงแต่เธอไม่แสดงออกมาว่ารู้แค่นั้นเอง
“พี่เจตต์ก็...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้งคะ” เธอหัวเราะเต็มเสียง ขำกับประโยคที่หนุ่มรุ่นพี่บอกมา “ผิงไม่ทำให้ตัวเองเจ็บตัวแบบนั้นหรอก”
“แล้วหัวใจตัวเองล่ะ ไปอยู่นู่นตั้งหลายปีดีขึ้นบ้างไหม” ชายหนุ่มถามยิ้มๆ ทำให้หญิงสาวเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา คนมองพอเดาออกว่าอะไรเป็นอะไร “ทำไมล่ะผิง...รักมันมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไม่รักแล้วเหนื่อยจะตาย เหนื่อยกว่านั่งรถขึ้นเขาอีก” อยากจะหันกลับไปมองคนต้นเหตุแต่ใจไม่กล้าพอ บอกตัวเองว่าหากจะตัดใจก็ไม่ต้องไปสนใจแล้ว เขาจะคุยกับใครจะมองหน้าใครมันก็เรื่องของเขา
“คนเก่ง...ถ้ามันเจ็บก็อย่าไปฝืน ไปตั้งห้าปีถ้ามันยังลืมไม่ได้ก็อย่าไปบังคับมัน” เจตรินทร์ยีผมคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู อีกใจหนึ่งก็ลิงโลดไม่น้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น “มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้ พี่อยู่ข้างผิงเสมอ...นึกถึงวันนั้นแล้วส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของพี่ด้วย”
“ไม่เกี่ยวกับพี่เจตต์หรอกค่ะ มันคงถึงเวลาของมันแล้วมั้งคะ ในเมื่อเดินตามมาตั้งนานก็ไม่มีอะไรดีขึ้น รังแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ” ร่างบางเขยิบออกมานั่งกอดเข่าโดยปล่อยอาหารที่เจตรินทร์เอามาให้วางที่เดิมก่อน ตอนนี้อยากนั่งกอดเข่าแล้วระบายอารมณ์ที่อยู่ในใจออกมามากกว่า “ผิงคงฝังใจกับคำสัญญาของ
พี่พีมากเกินไป มันเลยทำให้ลืมยากไปสักหน่อย”
“อยากร้องไห้หรือเปล่า” ถามด้วยความเป็นห่วง แต่สาวน้อยกลับส่ายหน้ายิ้มๆ เธอร้องไห้มามากพอแล้วละ
เจ็บให้ตายร้องไห้หนักขนาดไหนเขายังไม่สนใจ ข้อนี้ทำให้เธอหวนกลับมานึกถึงความจริงบางอย่าง ใช่ว่าความพยายามจะสำเร็จตามที่คิดเอาไว้
“การตัดใจมันยากมากค่ะ หลายปีผ่านมาเหมือนว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อก่อนผิงเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย คิดว่ายังไงเขาก็ต้องเป็นของเราเพราะผิงทั้งรักและทุ่มเทให้ทุกอย่าง ลืมคิดไปว่า...ตัวผิงเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับให้พี่พีหันมารักผิงเหมือนกัน” เธอเดินมาไกลมาก มันคงต้องใช้เวลานานกว่านี้ถึงจะคลำทางกลับได้ถูก
