บทที่ 3 3

เป็นครั้งแรกที่เจตรินทร์เลือกที่จะหลับตาลง เมื่อปองภพดึงคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมอก วาสิตาร้องไห้โฮสะอื้นฮักจนหัวใจคนฟังโดนกัดกิน

และก่อนที่เขาจะลืมตาอีกครั้ง...

มันคงเป็นสิ่งยืนยันว่าตอนนี้เขามาจนสุดทางแล้ว เธอยกแขนกอดตอบปองภพนั่นหมายความว่า ‘โอกาส’ หลุดไปอยู่ในมือผู้ชายคนนั้น และเขาคงไม่มีสิทธิ์แม้จะก้าวขาออกไป ไม่มีวันได้วาสิตากลับคืนมา...

“ขอโทษ ให้พูดอีกกี่ครั้งก็ยังอยากจะขอโทษ” เพราะคำว่ารักคงไม่คู่ควร ทุกอย่างมันสายไปแล้ว

เจตรินทร์เลือกที่จะหันหลังก่อนจะเดินออกมาด้วยหัวใจที่ร้าวราน เรี่ยวแรงเหมือนหดหายไปเรื่อยๆ จังหวะการหายใจเริ่มผิดปกติ เขาเจ็บปวดแสนจะทรมานคล้ายทุกอย่างสูญสิ้นสลายไปพร้อมกับหัวใจ กระทั่งความชื้นตกกระทบแขนเขาถึงได้รู้ว่า

ตัวเองกำลังร้องไห้…

ประตูห้องถูกเปิดออกแม้ว่าตอนแรกมันจะโดนล็อก แต่ผู้ที่ลักลอบเข้ามาไม่มีความแยแสต่อเกราะป้องกันเมื่อเขามีกุญแจอยู่ในมือ ภายในห้องนั้น

มืดมิดแถมยังร้อนอบอ้าวจนน่าหงุดหงิด มือหนาควานหารีโมตเครื่องปรับอากาศได้อย่างแม่นยำ จำได้ดีว่ามันอยู่ตรงไหนพร้อมกับกดเปิดเพื่อดับความร้อนรุ่มทันที คงช่วยแค่ผิวกายเท่านั้นหาใช่ไฟที่กำลังร้อนฉ่าอยู่ข้างใน

ฝ่าเท้าก้าวไปจนหยุดอยู่ที่ข้างเตียง ส่วนด้านบนนั้นมีเจ้าของห้องนอนหันหลังให้อยู่โดยที่ร่างทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนา

พัดลมตรงปลายเท้าไม่ได้ช่วยทำให้เย็นสักนิด แต่หญิงสาวยังติดห่มผ้าห่มทั้งที่เขายืนเหงื่อตก

ร่างบางสะดุ้งเหมือนตื่นจากฝันร้ายเมื่อผ้าห่มถูกกระชากออกรุนแรง ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูไม่สบอารมณ์สักนิด เธอสามารถสัมผัสมันได้แม้ในห้องแทบไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามา

“คุณเจตต์”

“บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าคืนนี้จะกลับมา” เจตรินทร์บอกเสียงเรียบพลางปรายตามองชุดนอนที่วาสิตาสวมใส่ เขาเกลียดเสื้อลายตารางรวมถึงกางเกงขายาวลายเดียวกับเสื้อของหญิงสาว

“แหวนเห็นว่ามันห้าทุ่มกว่าแล้ว ก็เลย…”

“หน้าที่ของเธอคือ…รอ”

ฝ่ายชายกดเสียงต่ำยิ่งกว่าเก่า นั่นทำให้วาสิตารู้สึกเหมือนโดนบางอย่างแหลมๆ ทิ่มแทงก้อนเนื้อข้างใน คำว่ารอของเขาหมายถึงอะไร ‘รอ’ ไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนั้นใช่ไหม

“ขอโทษค่ะ” วาสิตาลุกขึ้นนั่งแต่ยังไม่กล้าสบตาคู่ดุดัน

เจตรินทร์เป็นผู้ชายอบอุ่นและใจดีมากที่สุดคนหนึ่ง เขาอ่อนโยนและเป็นที่รักของทุกคนแต่คงไม่ใช่สำหรับเธอ ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเป็นคนทำร้ายความไว้เนื้อเชื่อใจ    

“ฉันจะอาบน้ำ” สั่งสั้นๆ แต่แววตากลับประกายกร้าว ชอบใจนักเวลาที่เห็นผู้หญิงคนนี้หมดหนทาง แม้ว่าเธอจะตีหน้านิ่งมากแค่ไหนแต่เขารู้ว่าลึกๆ

วาสิตากำลังรู้สึกอย่างไร สาสมแล้วเพราะสิ่งที่หญิงสาวทำไปนั้นมันเลวร้ายเกินกว่าที่จะอ่อนข้อให้

“สักครู่นะคะ” เธอรับคำไม่อิดออด รู้ดีว่ายามที่เจตรินทร์โมโหนั้นเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าควรภูมิใจหรือเปล่าเพราะเธออาจเป็นคนเดียวที่ได้เห็นเขาในมาดนี้

วาสิตายกมือลูบแขนตัวเองตอนเดินผ่านชายหนุ่ม สายตาของเขากำลังกดให้เธอต่ำลงไปอีก กลิ่นเหล้าโชยออกจากตัวนั่นทำให้รู้ว่าไปดื่มมา ดูท่าจะดื่มหนักมากเสียด้วยเพราะปกติเขามักจะแค่ดื่มพอสนุกกับกลุ่มเพื่อนๆ

แต่เมื่อใดที่เขาดื่มหนักนั่นหมายความว่ากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ แม้จะอยากรู้อยากถามมากแค่ไหนแต่วาสิตาเลือกที่จะเงียบแล้วเดินไปยังห้องน้ำเพื่อเตรียมของให้เขา

คนตัวโตพยายามประคองสติตัวเองเดินตามไป เธอหลอกลวงด้วยใบหน้าซื่อๆ รอยยิ้มอ่อนหวานนั่นเต็มไปด้วยยาพิษ กว่าเขาจะรู้ตัวทุกอย่างก็สายเกินไป ตกเป็นควายให้เธอจูงอยู่ตั้งนาน

“จะไปไหน” คว้าข้อมือบางไว้แน่นเมื่อเธอกำลังจะเดินออกไป

หญิงสาวเงยหน้ามองซึ่งสายตาของเธอมีความราบเรียบคล้ายไม่มีความรู้สึกใดๆ ทำให้ชายหนุ่มนึกเกลียดนัก “ถอดเสื้อ”

“แต่แหวนอาบแล้ว” หญิงสาวกลืนก้อนสะอึกลงคออย่างยากลำบาก แม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่ทุกครั้งที่เจอมันเจ็บปวดเสมอ และตัวเจตรินทร์เองก็คงจะรู้ดี

“ฉันสั่งเธอต้องทำ” ตาคมประกายกร้าวขัดใจที่หญิงสาวแสดงความพยศออกมา เขารู้ว่าวาสิตาไม่อาจขัดคำสั่งของเขาได้ อย่างไรเสียหญิงสาวต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติเหมือนทุกครั้ง

“ลืมหน้าที่ของตัวเองไปแล้วหรือไง”

“ค่ะ” ร่างบางจิกตัวเองแน่นเธอหันหลังให้คนใจร้ายก่อนจะลงมาเปลื้องอาภรณ์ตัวเองออกทีละชิ้น กลายเป็นผู้หญิงใจง่ายจนไม่เหลือศักดิ์ศรีให้ภูมิใจ เพียงเพราะความรักของเธอที่เขาตีความหมายผิดไปอีกทาง และเพื่อปกป้องใครบางคน

“ถอดให้ฉันด้วย”

ร่างสูงสั่งขณะที่ยืนเหยียดยิ้ม ใบหน้าเริ่มแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าที่ดื่มมาหรือเพราะเรือนร่างเย้ายวนของวาสิตากันแน่ คนตัวเล็กเดินเข้ามาหาพร้อมกับลงมือปลดกระดุมออกทีละเม็ดโดยที่มีสายตาจดจ้องอยู่ไม่ละไม่ไหน มือหนาลูบศีรษะทุยได้รูป ใช้นิ้วเกี่ยวพันปลายผมขึ้นมาเล่น

“ผมเธอยาวเกินไปหรือเปล่า” ไม่พูดเปล่าจะจับมันขึ้นมาดมก่อนจะปล่อยลงเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เขาไม่ควรทำดีกับผู้หญิงคนนี้

“คุณจะให้แหวนตัดผมเหรอคะ” เธอเงยหน้าถามแล้วยิ้มเศร้าๆ ชีวิตของเธออยู่ในกำมือของผู้ชายใจร้ายเลือดเย็นคนนี้ เขาสั่งอะไรก็ต้องทำ “พรุ่งนี้แหวนจะตัด”

“อย่าปากดี” เจตรินทร์กัดฟันกรอด ใช้มือบีบปลายคางมนแน่นราวกับคีม จ้องตากลมโตที่มองมาอย่างท้าทาย “ทำไมชอบหาเรื่องทั้งที่รู้ว่าจะเจ็บตัว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป