บทที่ 9 9

เขาก็แค่ต้องการให้เธออายตอกย้ำทุกทางให้รู้ว่าเธอไม่มีค่าใดๆ ให้ต้องทะนุถนอมหรือมานั่งรักษาน้ำใจกัน

“เธอจะไปกับฉันไหมล่ะ”

“ไปไหนคะ” จานข้าวในมือโดนช่วงชิงไปทั้งสอง อย่างน้อยเรื่องถือของพวกนี้เขามักจะรับไปถือเอง นั่นเพราะเป็นนิสัยของเขาโดยเนื้อแท้ที่ทำเป็นประจำ เจตรินทร์เป็นคนอ่อนโยนแต่กับเธอเขามักงัดด้านร้ายๆ ออกมาใช้ มักจะดีด้วยเป็นบางครั้งบางคราวก็เท่านั้น

“ก็ไปออกทริปกับพวกฉัน ไปไหมเผื่อได้ทำความรู้จักกับผิงเอาไว้ เผื่อ...อะไรมันไม่แน่ไม่นอน”

เธอไม่ได้มองผิดไป เห็นแววตาของคนตรงหน้ามีรอยยิ้ม แต่เป็นยิ้มเยาะสะใจที่ได้พูดให้อีกฝ่ายเจ็บปวด

“ฉันมานอนๆ คิดดูบางทีผิงอาจจะตัดใจจากไอ้พีได้ เพราะตอนนี้มันมีแฟนอยู่แล้ว”

“แหวนไปคงไม่ได้ช่วยอะไรมั้งคะ อีกอย่างคุณพีกับคุณบอยแล้วก็

คุณดินไม่ได้รู้จักแหวนขนาดนั้น เดี๋ยวจะอึดอัดกันเสียเปล่าๆ”

“คนที่อึดอัดคงไม่ใช่พวกมันหรอก น่าจะเป็นเธอมากกว่า”

“ใช่ค่ะ” ยอมรับโดยไม่โต้แย้ง เธอชัดเจนกับความรู้สึกเสมอไม่เคยโกหก มีแต่เขานั่นแหละที่หลอกลวงกันตลอดเวลา “แหวนไม่อยากไปเจอผู้หญิงที่คุณเจตต์แอบรัก มีเหตุผลเท่านี้แหละค่ะ”

“ผิงเป็นผู้หญิงที่ดี” เขาพูดยิ้มๆ

“ค่ะแหวนรู้ดี คุณเจตต์พูดออกจะบ่อย” บ่อยเสียจนเธอเริ่มมองผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักในด้านลบ คอยเตือนตัวเองเสมอว่ามันไม่เกี่ยวกัน

“ผิงเป็นผู้หญิงที่ฉันแอบรักมานาน...แต่เธอไม่ใช่”

“แหวนรู้” เป็นอีกครั้งที่เธอตอบรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ข้างในมันไม่ได้ยิ้มไปด้วย “ทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวมันจะเย็นเสียก่อน”

“บอกให้กบซักเสื้อยีนให้ฉันด้วย ส่วนเธอกินข้าวเดี๋ยวออกไปข้างนอกกับฉัน”

“ไปไหนเหรอคะ” เพราะวันนี้เจนรบบิดาของเขากับนุศราน้าสาวของเธอจะเข้ามากินข้าวที่บ้านตอนเย็น เจตรินทร์จะพาเธอไปไหนกัน เขาลืมหรือเปล่าว่ามีนัดอยู่แล้ว

“ไปซื้อยาคุมให้เธอไง คงไม่อยากป่องหรอกใช่ไหม ฉันสงสารเด็ก”

“ค่ะ” วาสิตากำช้อนไว้แน่น “เพราะแหวนเอง...ก็สงสารเด็กเหมือนกัน” คนข้างกายไหวไหล่เล็กน้อยเหมือนไม่สนใจเท่าไหร่ ส่วนเธอได้แต่ฝืนกลั้นความเจ็บแปลบไว้ข้างใน คนพูดอาจไม่คิดแต่คนฟังเจ็บไปทั่วทุกอณูของความรู้สึก

ตกเย็นวาสิตากลับเข้าครัวอีกครั้ง โดยรอบนี้มีลูกมืออย่างกบคอยช่วยเหลือทำอาหารมื้อเย็น อีกไม่ถึงชั่วโมงเจนรบกับนุศราคงมาถึง บ้านของบิดาเจตรินทร์นั้นอยู่ไกลออกไปซึ่งเป็นบ้านหลังเดียวกับที่เขาเคยอยู่ตอนเด็กๆ จากที่เคยฟังมาช่วงที่ความสัมพันธ์ยังดีๆ ต่อกัน

“อีกไม่นานคุณแหวนของกบก็จะได้แต่งงานแล้ว แบบนี้ต้องรีบหาคอร์สเจ้าสาวไวๆ นะคะ”

กลายเป็นสาวใช้อย่างเธอที่ตื่นเต้นมากกว่าว่าที่เจ้าสาวตัวจริงเสียอีก ใครๆ ก็รู้ว่าเจนรบอยากได้วาสิตาเป็นลูกสะใภ้มากแค่ไหน ตอนแรกหลายคนในไร่ไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะสถานะของเจตรินทร์และวาสิตาก็เปรียบเสมือนพี่ชายกับน้องสาว แต่พอมาคิดดูดีๆ ทั้งคู่ไม่ได้เป็นพี่น้องกันแท้ๆ แถมวาสิตาไม่ใช่

ลูกสาวนุศราแต่เป็นหลานต่างหาก

“อาจจะอีกนานจ้ะ” เจ้าของร่างบางตอบยิ้มๆ หรือบางทีมันอาจจะไม่มีงานแต่งงานอะไรทั้งนั้น คิดแล้วก็ยิ่งเศร้าใจไม่รู้ด้วยว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้

เจตรินทร์ไม่ปฏิเสธ เขาดูเห็นด้วยกับคำสั่งของคนเป็นพ่อ แต่สุดท้ายกลับมา

ถากถางใส่เธอไม่ยอมหยุด

หรือจริงๆ แล้วแค่เธออยู่เฉยๆ ก็ผิด

“คุณเจตต์ก็โชคดีได้คุณแหวนเป็นคู่ชีวิต ส่วนคุณแหวนยิ่งโชคดีเข้าไปใหญ่ที่ได้คุณเจตต์เป็นสามี ทุกคนน่ะรักคุณเจตต์มากๆ นะคะ เป็นคนดีมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อนๆ ของกบที่เคยย่องมาซื้อกาแฟแต่จุดประสงค์จริงๆ คือตั้งใจมาส่องคุณเจตต์ ยัยพวกนั้นกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ที่ได้เห็น” กบเล่าไปพร้อมหน้าตาที่แสดงออกว่าชื่นชมเต็มเปี่ยม “วันนั้นคุณเจตต์เข้าร้าน เพื่อนๆ เขาก็มา หล่อกันคนละแบบเลยละค่ะคุณแหวน แต่ถึงยังไงคุณเจตต์ก็หล่อที่สุด ใจดีที่สุด”

ใช่...เธอรู้ เขาเป็นคนอย่างที่กบพูดมาจริงๆ แต่สำหรับคนอย่างเธอคงไม่ได้รับสิทธิ์นั้นแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าแบบไหนคือ ‘ตัวตน’ ที่แท้จริงของผู้ชายคนนั้น

“ทำไมเงียบไปเลยคะคุณแหวน แน้...หรือว่าหวงคุณเจตต์คะเนี่ย กบจะตบปากตัวเอง ไม่น่าพูดแบบนั้นออกไปเลย”

“ไม่ใช่จ้ะ ไม่ได้คิดแบบนั้น” วาสิตาหัวเราะพลางส่ายหน้า แต่บางอย่างวูบเข้ามาทำให้เธอนึกสงสัยและอยากจะถาม “กบรู้จักคุณผิงหรือเปล่า”

“คุณผิงเหรอคะ อ้อ...น้องสาวคุณดินเพื่อนของคุณเจตต์นี่แหละค่ะ เธอน่ารักนะคะ แต่เหมือนจะไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่ เมื่อก่อนเคยมาเที่ยวเล่นที่ไร่ ทำไมเหรอคะคุณแหวน”

“เปล่าจ้ะ ได้ยินคุณเจตต์บอกว่ากลับมาแล้วอีกไม่กี่วันจะออกทริป เลี้ยงฉลองที่คุณผิงกลับมา”

แสดงว่าไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาแอบรักพัทราวีอย่างนั้นเหรอ

“ใครๆ ก็อิจฉาคุณผิงค่ะ อยู่ท่ามกลางผู้ชายหล่อๆ ทั้งนั้น แถมพี่ชายตัวเองก็หล่อ ที่บ้านทำไร่เหมือนๆ คุณเจตต์นี่แหละค่ะ ทั้งสวย น่ารัก ฐานะดี การศึกษาดี ใครบ้างจะไม่อิจฉา”

นั่นสินะ คนอื่นๆ อาจจะอิจฉาที่หญิงสาวเกิดมาเพียบพร้อมมีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นหน้าตา การศึกษารวมถึงฐานะ แต่สำหรับเธอแล้วมีเพียงสิ่งเดียวที่อิจฉา นั่นคือการที่พัทราวีเป็นคนที่เจตรินทร์แอบรัก

ถ้าจะขอ...เธอหวังแค่เรื่องนี้

“อุ๊ย ! มาเงียบๆ ตกใจหมดเลยค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป