บทที่ 10 EP 2/5 หัวใจที่บอบช้ำกับการกระทำของคุณ

เวหาวางสายอย่างหัวเสีย ทำไมไหมขวัญต้องพูดอย่างนั้นด้วยนะ มาไว้ใจอะไรกับผู้ชายอย่างเขา เขาไม่ใช่พระนะจะได้รักษาศีล เขาเป็นผู้ชาย ผู้ชายทั้งแท่งด้วย!

ความรุ่มร้อนที่มีสาเหตุมาจากกฤติกาทำให้เวหาต้องเดินออกมานอกห้องนอน เขารีบจัดการกับเศษแก้วบนพื้น หาไม้กวาดมาปัดๆ ถูๆ เผื่อตัวเองและกฤติกาจะเผลอเหยียบ ก่อนจะเข้าไปในบาร์เล็กๆ ที่มีตู้เย็นตั้งอยู่

เขาเปิดมันออก หยิบขวดน้ำอัดลมสีนิลสนิทขึ้นมาดื่มอักๆ แก้กระหาย พยายามหายใจเข้าลึกๆ ภาพหัวไหล่กฤติกายังติดตาเขาอยู่ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยหรอกนะ แต่กฤติกาไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เขาชอบ เขาชอบพวกเอวบางร่างน้อย มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน กฤติกานั้นแตกต่าง หล่อนน่ะ...อวบอัด จับต้องตรงไหนก็คงเต็มไม้เต็มมือ ไม่มีกระดูกมาทิ่มให้ต้องสะดุ้ง

“อ๊า! กวนใจฉันเกินไปแล้ว!” บ่นดังๆ แล้ววางขวดโค้กขนาดเหมาะมือไว้บนบาร์เครื่องดื่ม มันเหลือเพียงสองอึกเห็นจะได้ เขายืนข่มจิตข่มใจอยู่สักพัก เจ้าของบ้านก็เดินนวยนาดออกมา เป็นจังหวะเดียวกับที่เขากระดกโค้กที่เหลือเข้าปาก

พรวด!!

“แค่กๆ แค่กๆ ธะ...เธอ...เธอใส่บ้าอะไรเนี่ย!?” ถามหล่อนแต่ไม่ยอมหันหน้าหนี กฤติกาอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น คนอื่นใส่ก็คงธรรมดา แต่พอกฤติกาใส่มันดันเซ็กซี่ ก็บอกแล้วว่าหล่อนไม่ใช่พวกเอวบางร่างน้อย หล่อนอวบอัดน่าฟัดเป็นที่สุด เขามองหล่อนตาค้างเลยล่ะ สำลักโค้กจนขึ้นจมูกด้วย อยากจับหล่อนกดลงโซฟาตัวนั้น แล้วทำอะไรต่อมิอะไรที่ไม่มีเสื้อผ้ามาข้องเกี่ยว

“เฮ้ย!ลืมไปเลยว่ามีแขก”

เจ้าของบ้านทำท่ามึนๆ เบลอๆ เวหาได้แต่กัดกรามกรอดๆ หล่อนแวบเข้าไปในห้องนอนแล้วกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับเสื้อคลุมมันลื่นที่ลีบติดกาย ยิ่งรัดรึงส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้นไปอีก นี่หล่อน...ไม่ได้จงใจใช่ไหม!

“ไม่มีอะไรทำหรือไง ถึงมายืนสำลักโค้กเล่น” เธอล้อ แทรกกายเข้าไปในบาร์เล็กๆ ระหว่างเวหากับตู้เย็น เธอได้น้ำเปล่ามาถือไว้ หย่อนยาพาราฯ ลงปากไปแล้วจิบน้ำตาม เขายังมองเธออยู่ มองตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย

“เธอเล่นอะไรอยู่ ฉลาดแล้วเหรอ ที่ทำอย่างนี้”

“หมายความว่าไง” โต้ตอบหน้าซื่อตาใส ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อ ก็ปวดหัว จะหาน้ำกินยา อะไรของเขากัน

“เธอยั่วฉัน?”

หญิงสาวทำตาโต “เปล่ายั่ว”

“เธอกำลังเล่นกับไฟ ฉันเป็นผู้ชายนะ”

“ฉันเปล่า แต่ถึงจะยั่วจริงๆ ก็คงยั่วไม่ขึ้น คุณไม่ได้รักฉันซะหน่อย”

“ผู้ชายน่ะ ไม่ต้องรักกันก็ ‘เอา’ กันได้ ไม่รู้เหรอ”

กฤติกาหน้าม้าน คำพูดตรงๆ ของเขาทำให้เธอกระดาก พวงแก้มทั้งสองร้อนขึ้นบ้างแล้ว เธอวางขวดน้ำไว้บนบาร์แล้วเดินหนี แต่เขากลับเดินตาม

“ไม่แน่จริงนี่ ถ้าเธออยากยั่วฉันก็ต้องกล้าเสี่ยง แต่บอกไว้เลย ต่อให้เธอยั่วยังไงฉันก็ไม่มีวันหลงกลเธอแน่ แผนตื้นๆ ของเธอไม่มีวันสำเร็จหรอก สำหรับฉัน ไม่มีใครแทนที่พี่ไหมได้”

ปลายเท้าของกฤติกาหยุดกึกในวินาทีนั้น กล้าดีอย่างไรเอ่ยชื่อผู้หญิงบ้านั่นให้เธอได้ยิน

“ทำไม รับไม่ได้เหรอ ฉันรู้ว่าเธอต้องการอะไร เธอมันร้ายกาจ จอมมารยา เธอตั้งใจเข้าหาฉันเพื่อปั่นหัวพี่ไหม”

“ไม่จริง!” เธอค้านคำพูดนั้น เดินหนีเขาแต่เขาดึงเธออย่างแรง ร่างกายที่ไม่ค่อยเต็มร้อย เลยเซถลาไปหาเขา แล้วในจังหวะที่บุพเพอาละวาด พวกเธอก็เสียหลักล้มลง!

“ว้าย! อื้อ...” ดวงตาเขาเบิกโต ไม่ใช่เพราะการล้มกระแทกพื้น แต่เพราะท่าที่ล้มลงนั้น หล่อนดันล้มทับบนอกเขา และปากหล่อนดันประกบลงที่ปากเขาพอดิบพอดี ให้ตายเถอะ เหมือนมีอะไรนุ่มๆ อุ่นๆ มาทาบทับ และเขาอยากทำมากกว่าเอาปากมาประกบกันเล่น!

กฤติกาตื่นตระหนก หัวใจเต้นถี่ระรัว เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินหนี มันเป็นอุบัติเหตุบ้าๆ ในค่ำคืนแห่งการสูญเสีย บ้าแท้ๆ มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับเธอกันนะ

หมับ!

ข้อมือน้อยถูกคว้าอย่างแรง เวหาพันธนาการมันไว้ด้วยมือเขา

“เล่นบ้าอะไร! อยากนักเหรอ อ่อยกันอยู่ได้!มานี่!?”

มือแกร่งรวบเอาเอวของกฤติกา ดึงตัวหล่อนเข้ามาหาแล้วดันให้ถอยร่นจนแผ่นหลังหล่อนทาบกับประตูห้องนอน

“อย่านะ!?”

“คิดให้ดีก่อนจะพูดว่าอย่า เธออ่อยฉันอย่างหน้าซื่อตาใส”

“ฉันเปล่า”

“ไม่จริง! อ่อยได้อ่อยดี อ่อยกันซึ่งหน้า คิดว่าฉันจะหยุดเหรอ”

หญิงสาวหน้าเจื่อน เธอเปล่านะ มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ

ร่างอวบอัดถูกกักกันไว้ จะดิ้นหนีก็ดิ้นไม่ได้ ถูกเขาทาบทับ กดร่างเธอแนบบานประตู ก่อนที่ริมฝีปากจะฉกวูบลงมาอย่างเร็วรี่ แล้ววินาทีนั้น เธอก็ได้รู้ว่าฉากจูบที่เล่นมาตั้งแต่เข้าวงการ มันเป็นแค่จูบปลอมๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป