บทที่ 14 EP 3/3 เด็กมันยั่วอย่างใสซื่อ

“ปากน่ะ”

กฤติกาแตะที่มุมปาก แต่ก็ไม่เจออะไร

“อีกข้างสิ” เขาแนะแล้วยืนรอดูว่ากฤติกาจะเจอไข่คนชิ้นเล็กจิ๋วนั่นไหม และก็ใช่ หล่อนคลำหามันไม่เจอ เขาขยับไปหา หล่อนถอยกรูดจนแผ่นหลังชนผนัง สองมือกำขวดน้ำผึ้งไว้แน่น

“จะทำอะไร”

“กินของหวานมั้ง”

“นะ..นี่...นี่เหรอ?” กฤติกาผู้ใสซื่อชูกระปุกน้ำผึ้งให้เขาดู เขาพยักหน้า เธอเลยเปิดฝามันออก ใช้ช้อนตักน้ำผึ้งขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันได้ยื่นให้เขา คางของเธอก็ถูกดึงแรงๆ “อะไร!”

“ก็เธอยั่วฉันไม่เลิก จะให้ฉันทำยังไงล่ะ จัดให้เธอสักหน่อยท่าจะดี”

“ฮะ!?” ความงุนงงเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อถูกจูบลงมา เขาจูบหนักๆ จูบถี่ๆ ส่งลิ้นร้อนๆ เข้ามากวาดไล้ในโพรงปากเธอ เธอดิ้นหนีเขาก็กอดไว้ ฝ่ามือร้อนปัดป่ายทั่วแผ่นหลัง หนักเข้าก็ล้วงเข้าไปในชายเสื้อ ลูบคลำแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอ ไม่นะ! อย่างนี้ไม่ได้ มันมากเกินไป

“ปะ...ปล่อย ปล่อยนะ!” เธอร้องดังๆ ผลักเขาออกเต็มแรง

เผียะ!!

ฝ่ามือเล็กๆ ฟาดลงยังแก้มสากของเวหา เขาเม้มปากแน่นๆ จ้องมองมาราวอยากจะฆ่าให้ตาย

“เป็นบ้าอะไรฮะ! ถ้าไม่อยากให้ฉันแตะต้องแล้วยั่วฉันทำไม เธอเป็นบ้าเหรอ ทำท่าเหมือนอยากนักหนาแต่พอสนองให้ก็ดันมาตบฉัน ประสาท!”

“ไป...ไปซะ! ไป!” เธอชี้ไปที่ประตู หัวใจเต้นรัว มือไม้สั่นระริก เธอยั่วเขาตอนไหนกัน เธอเปล่านะ เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย!

เวหาจากไปพร้อมกับอารมณ์อันขุ่นเคือง หล่อนเป็นบ้าหรือไง ยั่วเขาแล้วมาตบกันได้ สงสัยจะประสาท ความสูญเสียคงทำให้หล่อนเพี้ยนไปแล้ว

ปัง!

ประตูปิดลงหลังจากการไล่ส่งของเจ้าบ้าน กฤติกามองมันพร้อมกับน้ำตาที่กำลังผุดซึม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องผิดหวังเสียใจ เขาก็เป็นของเขาอย่างนี้ ดีได้เต็มที่แค่ห้านาทีก็หรูแล้ว ความหวังดี ความปรารถนาดีแสนจอมปลอมมันอันตรายเกินไป เธอต้องระวังให้มาก ถ้ายังอยากชนะเธอก็ต้องฉลาดให้เป็น อย่าเอาอารมณ์เข้ามาข้องเกี่ยวในเกมนี้ ไม่อย่างนั้นเธอคงได้แพ้อย่างถาวร

เวลาไล่เลี่ยกันที่บ้านของไหมขวัญ สาวใหญ่วัยเลยขบเผาะ ฟื้นจากพิษสุราด้วยความอ่อนเพลีย อาการคลื่นเหียนตีวนขึ้นมาในช่องท้อง พาให้ร่างโรยแรงต้องวิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ เธออาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง อาเจียนเสร็จอาการปวดท้องก็กำเริบตามมา ยาพาราฯ คือสิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้ เธอกลืนมันลงไปด้วยความเคยชิน กินยาแก้โรคกระเพาะมันไม่หายนี่ พอได้พาราฯ เลยค่อยยังชั่วหน่อย กะว่าจะนอนพักสักตื่น แต่คราวนี้ไม่เหมือนทุกคราว ท้องของเธอยังไม่หายปวด

เพียงสิบนาทีหลังจากกลืนพาราฯ สองเม็ดลงท้องไป ไหมขวัญก็ตัดสินใจกินยาเพิ่มอีก สรุปว่าเช้านี้ พี่ไหมคนดีของเวหา กลืนพาราฯ ลงท้องถึงสี่เม็ดด้วยกัน สาวใหญ่อย่างไหมขวัญไม่คิดว่านี่คือความผิดปกติ แค่นอนพักสักตื่น อาการทุกอย่างที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ มันก็จะหายไป

งานแสนเศร้าผ่านพ้นไปเพียงหนึ่งอาทิตย์ กองถ่ายละครเอื้อมดาวก็ได้ต้อนรับการกลับมาของกฤติกา ความเศร้านั้นยังติดตามหญิงสาวอยู่ แต่นางร้ายหน้าสวยหุ่นอวบอัดก็ไม่ยอมให้มันมาพรากงานที่รักไป เธอเป็นนักแสดง เธอต้องรักษามาตรฐาน เธอต้องใช้มันเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง และเธอ...ไม่อาจทำลายทุกอย่างนั้นด้วยการจมอยู่กับความเศร้าเสียใจ หากบิดาที่เคารพมองอยู่บนสวรรค์ ท่านก็คงสบายใจที่เห็นเธอกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้เสียที

เจ๊หวียิ้มหน้าบานรอรับเธออยู่ที่เต็นท์ของช่างประจำกอง คงดีใจเช่นกันที่เห็นเธอมาทำงานได้ วันนี้ถ่ายทำที่บ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นฉากหลักในเรื่อง ดูเหมือนจะเป็นซีนอารมณ์ระหว่างมารดาของนางร้าย ที่ทิ้งนางร้ายไป และพยายามกำจัดลูกสาวในไส้ทุกวิถีทางเพื่อให้นางเอกที่สวมบทโดยมารี มีความสุข

กฤติกาทำความเข้าใจกับบทมาพอสมควร เธออยากถ่ายซีนนี้อยู่พอดี อารมณ์เศร้าที่บิดาจากไปคงทำให้เธอเค้นน้ำตาออกมาง่ายขึ้น

“มาแล้วเหรอ”

เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหลังทำให้กฤติกาต้องพ่นลมออกปากแรงๆ ยังไม่อยากเจอหน้าเขา แต่จะเลี่ยงได้อย่างไร

“กุ๊กไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะเจ๊ เดี๋ยวค่อยมาแต่งหน้า ชุดใส่ยาก”

“จ้ะๆๆ” เจ๊รับคำแล้วมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง สองคนนี้นี่ยังไง ญาติดีกันแล้วหรือ ปกติกฤติกาจะไปจะมาเวหาไม่เคยใส่ใจ นอกจากว่าการหายไปของเจ้าหล่อนจะทำให้งานเดินต่อไม่ได้

เวลาเดียวกันนั้น ไหมขวัญเพิ่งมาถึงกอง สบายใจไม่น้อยที่รู้ว่ากฤติกามาถ่ายงาน อยากเห็นหน้าสักนิด ถามไถ่สักคำ ทว่าเห็นเพียงแผ่นหลังเจ้าหล่อนกำลังเดินเข้าบ้านไป

“สวัสดีค่ะพี่ไหม มาเร็วจังเลยนะคะ”

เจ๊หวีทักทาย มองใบหน้าซีดๆ ของไหมขวัญแล้วผิดสังเกต

“อือ...กุ๊กมาแล้วใช่ไหม”

“มาแล้วค่ะ กำลังไปเปลี่ยนเสื้อ เดี๋ยวก็มาแต่งหน้า ได้ข่าวว่าวันนี้มีซีนอารมณ์ เหนื่อยหน่อยนะคะพี่”

“อือ...พี่ไหวแหละ แต่กุ๊กสิ จะไหวหรือเปล่า”

“อย่าห่วงเลยค่ะ ยัยเด็กแสบเก่งออก ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หรอกค่า”

ไหมขวัญคลี่ยิ้มเล็กน้อยยามได้ยินถ้อยคำที่คล้ายเอ่ยชมกฤติกา

“พี่ไหม?

“อือ? อะไร”

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หวีว่า...สีหน้าพี่ดูแปลกๆ นะคะ” หวีตั้งข้อสังเกต เหมือนว่าใบหน้าเปลือยเปล่าของไหมขวัญซีดเซียวเกินไปหากเทียบกับตอนปกติ

ไหมขวัญหยิบกระจกบนโต๊ะมาส่องดู หรือว่าเมื่อคืนเธอนอนน้อยไปนะ

“ไม่เป็นไรมั้ง ฉันสบายดีนี่นา ขอบใจนะที่เป็นห่วง ไปนะ ป่านนี้เด็กๆ รอกันแล้ว”

“ค่าๆ เชิญค่า”

เจ๊หวีเชื้อเชิญ ไหมขวัญมีทีมงานของตัวเอง ทั้งช่างแต่งหน้าทำผม ไม่ได้ใช้ช่างของกองถ่าย เจ้าหล่อนเป็นดาราดัง เล่นละครมามาก แถมค่าตัวไม่ใช่ถูกๆ การมีทีมงานเป็นของตัวเองจึงถือว่าเป็นเรื่องปกติ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป