บทที่ 28 EP 6/3 แย่ง!

แล้วนักข่าวคนแรกที่เอ่ยคำถาม ก็ถามกฤติกาอีกคราหนึ่ง

“ได้ข่าวว่าตับหายากมาก คุณไหมเองก็มีกรุ๊ปเลือดพิเศษยิ่งหายากเข้าไปอีก น้องกุ๊กไม่คิดจะให้คุณไหมหรือคะ”

“ถ้าเป็นพี่พี่จะให้ไหมล่ะ!” กฤติกาเริ่มหัวเสียใส่คนตั้งคำถาม เธออยากกลับบ้านแล้วนะ ไม่อยากพูดอะไรแล้ว

“เอ่อ...แล้วถ้าโรงพยาบาลหาตับให้คุณไหมไม่ได้จริงๆ”

“ก็เตรียมตัดชุดดำมั้งคะ!”

“ว้าย! หนูกุ๊กลูก ชู่ว์...” เจ๊หวีส่งสัญญาณ แม่ตัวร้ายเริ่มออกลายแล้ว

“ก็เรื่องจริงนี่นา กุ๊กว่าแทนที่จะมาสัมฯ กุ๊ก ไปสัมฯ ผู้จัดการเขาเถอะ สัมฯ หมอก็ได้ โรงพยาบาลคงไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไรหรอก เชื่อกุ๊กสิ”

“แล้วเอ่อ...น้องกุ๊กรู้สึกยังไงบ้างที่รู้ว่าพี่ไหมไม่สบายหนักมาก”

“ก็คงจะเหมือนกับเขามั้งคะ เขารู้สึกยังไงตอนที่รู้ว่าพ่อกุ๊กป่วยแต่ไม่ยอมไปเยี่ยม กุ๊กก็คงรู้สึกอย่างเดียวกัน”

“อย่างนี้น้องกุ๊กก็ยอมรับแล้วว่าคุณไหมเป็นแม่”

กฤติกาอึ้งไป คำถามนี้ช่างแทงใจกันนัก

“รอถามเองแล้วกันตอนที่เขาฟื้น เขาอาจบอกก็ได้ว่าตกลงแล้วกุ๊กเป็นอะไรสำหรับเขา แต่อย่าถามกุ๊กตรงๆ เลยว่ากุ๊กใช่ลูกเขาหรือเปล่า”

“มันตอบยาก?”

“ไม่ยากหรอกค่ะ แต่มันยากที่ต้องหาคำสวยๆ มาโกหกออกสื่อน่ะ ขอตัวนะคะ วันนี้กุ๊กเหนื่อยจริงๆ”

กฤติกาตัดบทแล้วเดินหนีออกจากวงสัมภาษณ์ มีเจ๊หวีตามออกมาติดๆ และพอขึ้นมาบนรถได้ ความอึดอัด ความเจ็บใจก็ผลิพุ่งขึ้นมา

“ทำไมพวกเขาต้องถามแบบนั้น ทำไมต้องถามเหมือนกับอยากให้กุ๊กเป็นลูกเนรคุณ กุ๊กผิดเหรอเจ๊ ก็กุ๊กไม่อยากไปนี่” พูดแล้วน้ำตาจะไหล ทีพ่อของเธอป่วยปางตาย เธออ้อนวอนไหมขวัญ เจ้าหล่อนก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง เธอเกลียด เกลียดผู้หญิงคนนั้น เกลียดเข้ากระดูกดำเลย

“ชู่ว์...ไม่เอาน่าไม่เอา ไม่คิดมากนะ กลับบ้านเถอะ เดี๋ยวเจ๊ไปส่ง ไปๆ”

เจ๊ปลอบคนที่อารมณ์เสีย วันนี้กฤติกาเจออะไรมามาก หล่อนควรได้พักสงบสติอารมณ์ พรุ่งนี้อาจดีขึ้นก็เป็นได้

เวหากลับถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม ไฟในห้องโถงกลางบ้านยังเปิดอยู่ รวมถึงเสียงโทรทัศน์ที่ยังดังเบาๆ ด้วย

“กลับบ้านได้แล้วสินะ นึกว่าแกจะย้ายไปนอนโรง’บาลด้วยอีกคน” ชายชราวัยหกสิบต้นๆ ร่างผอมสูง ลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่นานจนเบาะหนังเป็นรอยเมื่อท่านลุกยืน

“พี่ไหมไม่สบาย พ่อคงรู้แล้ว”

“อือ...แล้วเธอเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ไม่ค่อยดีครับ ไม่ค่อยดีเลย”

น้ำเสียงของบุตรชายไม่สู้ดีนัก คนเป็นบิดาก็ได้แต่ถอนหายใจ

“ฉันเตือนแล้วว่าอย่าสนิทกับเธอมากนัก แกไม่ใช่วัยรุ่นอย่างเมื่อก่อนแล้วนะ เลิกคลั่งพวกดาราซะที มองคนอื่นที่สาวกว่าไหมขวัญได้แล้ว”

“พ่อครับ นี่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้เหรอ” คนเป็นลูกดักคอ คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่

“ฉันก็พูดในสิ่งที่ควรพูด ไหมขวัญน่ะ เหมือนแจกันกระเบื้องที่เอาไว้มองสวยๆ มันมีค่าเพราะความยาวนาน มีความงดงามที่มีไว้แค่มอง แต่อย่าเอามาใช้เลย มันจะแตกหักเสียเปล่าๆ ชีวิตแกยังอีกยาวไกล ถ้าแจกันใบนั้นแตกขึ้นมา แกไม่ต้องอยู่คนเดียวรึ”

“คุณพ่อ!?

เวหาเผลอกำหมัดแน่น วาจาเนิบนาบช่างเปรียบอย่างมีศิลป์นั่นน่ะ เขาฟังมาจนชินแล้ว บิดาเขาเป็นจิตรกรที่ค่อนข้างมีชื่อ ภาพเขียนของท่านยังทำเงินเสมอ อาจกล่าวได้ว่าที่กินอยู่สุขสบายมาตั้งแต่เล็กก็เพราะงานเขียนภาพของท่านนั่นเอง

“อย่าจมปรักกับความรักที่มองไม่เห็น แกดูฉันสิ แม่แกตายไปตั้งนานแล้ว แต่ฉันก็รักใครไม่ได้อีก แกอยากเป็นเหมือนฉันเหรอ”

นั่นคือคำเตือนของจิตรกรผู้มากวัย ท่านมองตรงไปยังบุตรชายด้วยความหวังดี คนเป็นพ่อย่อมหวังให้ลูกมีความสุขอยู่แล้ว แต่ลูกล่ะ จะเข้าใจในสิ่งที่ท่านต้องการหรือเปล่า

“ลุงเวย์...”

เสียงอู้อี้อย่างเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นที่ประตูห้องทางฝั่งขวา เวหาหันมอง ความตึงเครียดที่ต่อสู้กับบิดาอยู่เลือนหายชั่วขณะยามที่เห็นใบหน้ากลมป้อมในสายตา

“ตังเม? ยังไม่นอนอีก” บ่นให้คนที่กำลังขยี้หูตาแล้วเดินไปหา ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเด็กน้อย

“ตังอยากเจอลุงนี่นา เมื่อคืนลุงไม่กลับบ้าน ปู่บอกลุงทำงานไม่เสร็จ” เด็กชายชี้แจง

“ใช่ ลุงก็ทำงานนั่นแหละ”

เด็กชายตังเม เม้มปากแน่นๆ มองลุงตาปริบๆ เหมือนจะกล่าวโทษอยู่ในที

“ลุงต้องกลับบ้านรู้ไหม ทิ้งคนแก่กะเด็กไว้ลำพังไม่ดีนะ”

เวหาค้อนฟ้าค้อนลม คนที่บงการให้เด็กน้อยวัยใสกลายเป็นเด็กแก่แดดได้นี่เขาควรทำอย่างไรกับคนคนนั้นดี

“ฉันเปล่า หลานฉันมันเก่ง มันรู้ความ ไม่เหมือนแกหรอก” คนเป็นพ่อว่าแล้วรุนหลังหลานชายวัยหกขวบให้กลับเข้าห้องนอน หลานชายที่เกิดจากลูกชายคนรองที่ทำผู้หญิงท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนที่ตังเมเพิ่งได้สามขวบ ส่วนมารดาของเด็กน้อยนั้น สิ้นใจในวันที่คลอดหลานคนนี้นั่นเอง

อาจกล่าวได้ว่าหากไม่มีตังเม ท่านก็คงกลายเป็นคนแก่ที่วันๆ เอาแต่นั่งเขียนรูป การมีเด็กในบ้านช่วยให้ท่านไม่เหงาจนเกินไป และน่าจะมีเพิ่มอีกสักคนสองคน แต่คงยากแล้วกระมัง ตราบใดที่เวหายังไม่คิดลงหลักปักฐานสักที

คนเป็นลูกเดินไปนั่งยังโซฟาที่บิดาเพิ่งลุกจากไป อาการของพี่ไหมยังน่าเป็นห่วง ยิ่งทำให้เขากังวลหนัก เขาควรทำอะไรสักอย่าง ถ้ามัวแต่นิ่งนอนใจ เกิดพี่ไหมเป็นอะไรขึ้นมา...

ร่างสูงเกินมาตรฐานชายไทย ลุกจากโซฟาปุบปับ สาวเท้ายาวๆ ก้าวตรงไปที่ประตู ก่อนจะเปิดมันแล้วก้าวออกไปทั้งที่เพิ่งกลับมาได้เพียงสิบนาที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป