บทที่ 31 EP 6/6 แย่ง!

คนถูกไล่ต้อนวิ่งห่างโต๊ะอาหาร เป้าหมายคือประตูห้องนอน แต่ช้าไปแล้ว เวหาคว้าเอวเธอไว้ได้

หมับ!

“กรี๊ด!! ปล่อยฉันนะ! ปล่อย! โอ๊ย!”

คนสวยร้องลั่นเมื่อถูกลากไปตรึงไว้กับผนัง เวหาที่หน้าตาดุดันกักกันร่างเธอไว้ เธอไม่เคยรู้สึกตัวเล็กจ้อยเท่านี้มาก่อนเลย 

“ฉันจะลากเธอไปโรง’บาล ตับเธอจะใช้ได้หรือไม่ได้ ไปตรวจก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

“ฉันไม่ไป จะลักพาตัวเหรอ ฉันจะแจ้งตำรวจคอยดู!”

“แจ้งเลย! ฉันไม่สน!” พูดจบก็ลากกฤติกาออกมาจากตรงนั้น เวหาพยายามคิดถึงแต่เรื่องไหมขวัญ พยายามไม่คิดถึงเนื้ออุ่นๆ ของกฤติกา กลิ่นของหล่อนกำลังรบกวนสติเขา ผิวเนื้อขาวๆ ก็ชวนให้เขาสัมผัสแตะต้อง 

เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย มันเกิดขึ้นเพราะเรื่องเมื่อคืนสินะ อาจเป็นเพราะหล่อนยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง เขาเป็นคนทำลายพรหมจรรย์อันหอมหวาน มันทำให้เขารู้สึกผิดจนร่างกายมีปฏิกิริยาบ้าๆ เหมือนว่าหล่อนคือสิ่งเร้าชั้นดีที่กำลังทำให้เลือดในกายเขาร้อนรุ่มขึ้นมา 

“อ๊าก!!!”

เสียงร้องของเวหาดังลั่นบ้าน เมื่อจู่ๆ แขนที่ลากหล่อนก็ถูกกัดเต็มแรง ยัยบ้านี่กัดเขาอีกแล้ว!

งั่ม!

ยิ่งถูกว่ายิ่งแยกเขี้ยวใส่ จากกัดแค่ทีเดียวก็ขยับไปกัดอีกรอย เอาให้สาสมที่บังอาจมาแตะต้องกันอีก

“ยัยเด็กบ้า!” ร้องด่าแล้วผลักหล่อนออกห่าง เลิกเสื้อขึ้นดูท่อนแขนก็เห็นรอยฟันชัดเจน ฟันหล่อนคมมากและหล่อนก็กัดแรงจนมีเลือดซึมเชียวนะ ถ้าเสื้อบางกว่านี้ละก็ เนื้อขาดแน่ๆ

“หึๆๆ สมน้ำหน้า มายุ่งกับฉันทำไมล่ะ” 

ยัยเด็กบ้ายิ้มเยาะเมื่อเห็นท่าทีของเวหา เขาดูหัวเสีย คงจะเจ็บมากละมั้ง

“เธอทำให้ฉันโกรธแล้วนะกฤติกา วันนี้ฉันอึดอัด ฉันเครียด และฉันกำลังโกรธมาก เธอไม่รู้หรือว่าพวกผู้ชายมีวิธีกำจัดอารมณ์พวกนั้นยังไง” เขาถามแล้วเริ่มถอดเสื้อตัวนอกออก ว่าจะไม่ยุ่งแล้วนะ ว่าจะไม่ยุ่งแล้ว แต่กฤติกาทำให้ความอดทนของเขาลดฮวบๆ หล่อนทำร้ายเขา ยั่วยุให้เขาโกรธ ให้เขาตัดสินใจทำเรื่องสิ้นคิดอีกครั้ง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนี่ อีกสักทีสองทีคงไม่เป็นไร

“อย่านะ!” เธอร้องห้าม เห็นเขาถอดเสื้อแล้วใจคอไม่ดี เธอเพิ่งดื่มไปสองสามแก้ว แน่นอนว่าเหล้าเท่านั้นไม่ทำให้เธอเมา แต่ว่าเธอกลัว ไม่ได้กลัวเขา แต่กลัวตัวเองต่างหาก เมื่อคืนนี้เพราะเหล้าที่ทำให้เธอมีอารมณ์อย่างว่า เธอแทบไม่มีแรงผลักเขาออกด้วยซ้ำ และเธอไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว

“กลัวเหรอ สมควรกลัวแล้วล่ะ เธอพลาดแล้ว มาเถอะ...มาซ้ำรอยเดิมสักยกสองยก เธอจะได้เลิกอวดเก่งซะที” 

เขาว่าแล้วก้าวเข้าไปหา แต่กฤติกาก็ไวใช่ย่อย คว้าบางอย่างบนโต๊ะแล้วปาออกไปสุดแรง

ฟิ้ว!

“อ๊าก!!”

เสียงแก้วบนโต๊ะลอยแหวกอากาศมา มันปะทะเข้าที่ส่วนหนึ่งบนใบหน้าของเวหา แรงกระทำนั้นทำให้หางคิ้วเขาแตกเป็นแผลเลือดซึม ก่อนที่แก้วใบนั้นจะตกแตกไม่มีชิ้นดี

เวหากัดฟันแน่นๆ ถอดเสื้ออีกตัวมาเช็ดเอาหยดเลือดไม่ให้ไหลเข้าตา ความโกรธเพราะเจ็บกายเพิ่มขึ้นมาเป็นริ้วๆ ใบหน้าเครียดขมึง ดวงตาดุกร้าวเต็มไปด้วยอารมณ์อันรุนแรง

“มาสิกุ๊ก มาสู้กับฉัน มาเป็นเครื่องระบายอารมณ์ให้ฉันหน่อย เธอต้องการอย่างนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“ปากหมา! ฉันไม่อยากเป็นเครื่องระบายอะไรให้คุณทั้งนั้น ออกไปจากบ้านฉันนะ ออกไป! กรี๊ดดด!!!”

เสียงกรีดร้องดังตามมาเมื่อร่างทั้งร่างลอยขึ้นจากพื้น เขาแบกเธอขึ้นบ่า ไม่สนว่าเธอจะดิ้น ไม่สนว่ามือเธอจะทุบตีเนื้อตัว เขาผลักประตูห้องนอนเข้าไป ก่อนจะโยนเธอลงบนเตียง

ตุ้บ!

“โอ๊ย! หลังฉัน!”

“อย่าห่วงหลังเลย ห่วงอย่างอื่นเถอะ!” เขาเตือนแล้วแทบจะกระโดดขึ้นเตียง เข็มขัดที่รัดรอบเอวถูกดึงออก กระดุมกางเกงยีนก็ด้วย

กฤติกาถอยร่นจนหลังชิดหัวเตียง แต่แล้วสองขาก็ถูกดึงเข้าหาเขา สองแขนถูกตรึงเอาไว้ เขากำลังเอาความโกรธมาลงโทษเธอ เธอแค่พูดสิ่งที่อยากพูด แค่พูดความจริงทำไมถึงรับไม่ได้

“อย่าแตะต้องฉัน คุณก็รู้ว่าฉันสู้คุณไม่ได้”

“ก็อย่าสู้ ยินยอมพร้อมใจเหมือนเมื่อคืนก็ดี ฉันชอบ!”

“เลวจริงๆ” พร่ำพูดใส่หน้าเขาทั้งที่ใจหวาดหวั่น หยดเลือดที่หางคิ้วเขานั้นยังผุดซึมไม่หาย แต่เหมือนเขาไม่ใส่ใจมันด้วยซ้ำ

“แล้วแต่ เธอไม่เคยเห็นฉันดีอยู่แล้วนี่ สำหรับเธอน่ะ ฉันคงเป็นหมูเป็นหมา เป็นไอ้โจรบ้ากามก็ช่าง ฉันไม่สน ฉันสนแค่ทำยังไงก็ได้ให้ความโกรธความอึดอัดนี่มันหายไปซะที ทำไมเธอถึงดื้อด้านนัก แต่ตับชิ้นเล็กๆ ให้กันไม่ได้หรือไง”

“ไม่!!” 

นั่นคือคำยืนยันของคนที่อยู่ใต้ร่าง เวหากัดฟันกรอดๆ

“ทำไมชอบทำให้ฉันโกรธ เธอนิยมความรุนแรงเหรอถึงยั่วยุฉันด้วยวิธีนี้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป