บทที่ 11 EP 2/4 ข้อตกลงอันร้อนแรง
‘กรี๊ดดด!!! งั้นตอนนี้เธอก็โนบราน่ะสิ!’
นิลอรหน้าชาเมื่อรู้ว่าทำผิดมหันต์ รีบถอยหลังเข้าด้านในช้าๆ และอาศัยความว่องไวปิดประตูกั้นเขาเอาไว้ด้านนอก แต่ความไวของเธอคงต้องพ่ายแพ้พ่อของลูกกระมัง เพราะในที่สุดเขาก็เข้ามายืนอยู่ในห้องนอนจนได้
“ห้องเธอสวยดี” เขาชมขณะกวาดตาไปมองรอบๆ นิลอรรีบไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะค้นหากุญแจห้องนอนแขกในลิ้นชักที่โต๊ะเครื่องแป้ง
“นี่...เอานี่ไปแล้วรีบๆ ออกไปซะฉันจะนอน ห้องอยู่ข้างๆ ฉันนี่แหละ ทั้งบ้านมีห้องอยู่แค่นี้คงไม่หลงหรอก”
นิลอรส่งกุญแจให้แบบไม่ค่อยพอใจนัก โจนาธานอยากจะจูบหล่อนอีกสักครั้งเหลือเกิน นานมากแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกอยากจูบใครอย่างนี้ ก็ใช่ละนะเพราะนิลอรเป็นผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถปลุกพลังอันน่าพิศวงในเรือนกายของเขาได้นี่นา
หนุ่มใหญ่หย่อนกุญแจที่รับมาลงในกระเป๋าเสื้อสูท แน่นอนว่าทุกๆ วินาทีดวงตาเขายังจดจ้องอยู่แต่วงหน้าของแม่แองจี้น้อย
“ทำไมเธอถึงทิ้งฉันมา”
เขาถามตรงๆ อีกครั้ง นิลอรสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะตอบ
“ฉันไม่ได้ทิ้ง! แต่ฉันถูกเฉดหัวส่งโดยผู้หญิงที่ประกาศว่าเป็น...”
มือทั้งสองกำแน่นอยู่ข้างลำตัว ความเจ็บปวดที่ถูกฝังอยู่ก้นบึ้งของจิตใจถูกเขาใช้วาจาเพียงไม่กี่คำขุดออกมาอย่างง่ายดาย แรงดึงทึ้งของคำพูดในประโยคนั้นทำให้หัวใจเธอเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดซึมไหลซิบๆ ทีเดียว
“เป็นใคร?” โจนาธานพยายามหาคำตอบ ดูเหมือนว่าบางอย่างหรือบางคนกำลังเล่นตลกกับเขาด้วยการแย่งชิงเวลาที่เขาสมควรมีความสุขกับแองจี้และลูกๆ ไปนานถึงสี่ปี และเขาต้องการรู้
“ช่างเถอะ ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก เราต่างคนต่างอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ฉันไม่ต้องการแย่งของของใคร” นิลอรตอบเสียงเครือ น้ำตากำลังจะไหลออกมาจากหน่วยตาสีนิลแต่เจ้าตัวรีบเงยหน้าขึ้นเพื่อให้มันไหลย้อนคืน
“ของของใครแองจี้” หนุ่มใหญ่ย้อนถาม เขามั่นใจว่าไม่ได้มีพันธะผูกพันกับใครในตอนนั้นหรือแม้แต่ตอนนี้ก็เถอะ และใครกันที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้
“ภรรยาของคุณไงมิสเตอร์!” นิลอรกระแทกเสียงเกรี้ยวกราดลงไปในประโยคนั้น เจ็บปวดกับการปิดบังของเขา ในเวลานั้นเธอยอมรับความจริงแล้ว ยอมรับความผิดที่เธอก่อ ยอมทนให้บาปกรรมมันลงทัณฑ์จนปวดร้าวทั้งกายใจ ยอมเป็นนางบำเรอที่ทำหน้าที่บนเตียงของเขา คนที่ได้พรหมจรรย์ของเธอไปง่ายๆ เพราะความโง่ของเธอเอง
“อะไรนะ!?” โจนาธานถามกลับอย่างตื่นตระหนก เขาคิดว่านิลอรคงจะเข้าใจบางอย่างผิดไป
“ไม่ต้องมากระแทกเสียงใส่ฉันตอนที่ฉันพูดความจริง!”
นิลอรหันไปตะคอกบ้าง ตอนนี้น้ำตาอาบใบหน้านวลแล้วเรียบร้อย บาดแผลในหัวใจมันเจ็บแสบเกินทนจริงๆ เธอไม่ได้แค้นที่เขาไล่หรอก แต่แค้นที่เขาไม่ยอมบอกกันดีๆ ทำไมต้องให้ยัยปีศาจนั่นเป็นคนมาบอกด้วย ที่สำคัญก็คือทำไมเขาไม่พูดความจริงว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว ถ้าเขาบอกก่อนสักนิดเธอจะไม่โกรธไม่แค้นใจเลย
“เธอบอกว่าฉันมีภรรยาหรือเปล่าเมื่อครู่น่ะ เธอจะบ้าหรือแองจี้”
“ถ้าเป็นผู้หญิงสวยๆ ที่ชอบแต่งตัวประหนึ่งตู้เพชรเคลื่อนที่ละก็ ใช่เลยล่ะ หล่อนมาแสดงตัวว่าเป็นภรรยาคุณและขอร้องฉันอย่างน่าเวทนาที่สุดด้วยการบอกให้ฉันรีบเก็บกระเป๋าแล้วรีบเผ่นจากคอนโดฯ ของคุณซะ เพราะฉันเป็นมือที่สามระหว่างพวกคุณ และที่สำคัญ คุณตู้เพชรก็กำลังท้องลูกของคุณอยู่ ฉันถามหน่อยเถอะว่าถ้าคุณเป็นฉันบ้างคุณจะทำยังไง!”
นิลอรพูดรัวเร็วราวกับว่าถ้าช้ากว่านั้นจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก
“ฉันจะถามความจริงจากปากของผู้ชายที่นอนเตียงเดียวกับเธอทุกคืนไงล่ะแองจี้” โจนาธานครางบอกสิ่งที่เขาจะทำหากเขาตกอยู่ในสถานการณ์นั้น
“ไม่มีทางหรอก ขนาดฉันยังโกรธแทบเป็นบ้า ฉันควานหาพาสปอร์ตเผ่นกลับเมืองไทยแทบไม่ทันด้วยซ้ำ ถ้าเป็นคนบ้าอำนาจอย่างคุณฉันว่าคงบีบคอยัยปีศาจนั่นตายคามือไปแล้ว” นิลอรเว้นช่วงเพื่อสูดอากาศเข้าปอด เธอปาดน้ำตาไปด้วยจนปลายจมูกและตาสองข้างเริ่มแดงก่ำ “แล้วไงคะ พวกคุณยังอยู่ดีมีสุขกันดีไหม ลูกเต้าโตๆ กันหรือยัง อ้อ..น่าเสียดายนะ วันที่ฉันกลับมาที่นี่ฉันน่าจะเอาเงินสดกับเครื่องเพชรในเซฟมาด้วย เพราะถ้าฉันโกรธน้อยกว่านั้นนิดหนึ่งฉันจะกอบโกยจากคุณให้เปรมเลย”
นิลอรยิ้มหยันตัวเองพลางปาดน้ำตา วันนี้สิ่งที่อัดอั้นตันใจมากว่าสี่ปีได้ถูกระบายออกมาจนหมดจนสิ้น เหลือก็แต่เขาเท่านั้นว่าจะแก้ต่างเรื่องนี้อย่างไร
ร่างสูงหนาเริ่มระอากับนิทานที่แม่ของลูกปั้นขึ้นมา ยอมรับเลยละว่าตอนที่มันพรั่งพรูออกมาพร้อมหยาดน้ำตานั้นเขาอยากจะเชื่อจริงๆ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ ‘เอลิซ เกรย์’ ไม่ใช่คนช่างแต่งเรื่อง หล่อนคงไม่ไร้สาระขนาดลุกมาเขียนจดหมายบ้าๆ เพื่อให้เขาเข้าใจผิดนางบำเรอของตัวเองหรอกน่า
บางทีนิลอรอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ บางทีเอลิซอาจจะเพียงแนะนำตัวว่าเป็นอดีตภรรยาของเขา และต่อจากนั้นก็เป็นความโกรธของนิลอรเองที่พาหล่อนกลับมาที่นี่ ส่วนเรื่องจดหมายสั่งลานั่น เขายังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามันเป็นมาอย่างไร เพราะนิลอรเองคงไม่กล้ามีชู้รักในขณะที่ตั้งท้องลูกฝาแฝดหรอก...เขาหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นละนะ
