บทที่ 12 EP 2/5 ข้อตกลงอันร้อนแรง

โจนาธานเคลื่อนร่างสูงหนาเข้าหาแม่ของลูกอีกนิดก่อนจะดึงร่างสั่นน้อยๆ ของหล่อนเข้ามากอดปลอบอย่างที่เคยทำเมื่อนานมาแล้ว แน่นอนว่าหล่อนดิ้นพล่านราวกับปลาถูกน้ำร้อนทีเดียว แต่เขาก็ไม่มีวันปล่อยจนตอนนี้หล่อนสิ้นฤทธิ์ยืนหายใจหอบถี่ไปเรียบร้อย

“ฟังนะแองจี้ ฉันหย่ากับเมียตั้งนานแล้ว ฉันจะอธิบายให้ฟังชัดๆ นะ บางทีผู้หญิงคนนั้นที่เธอเคยพบเมื่อนานมาแล้ว อาจจะเป็นเพียงอดีตภรรยาของฉัน และฉันคิดว่าบางทีพวกเธอคงจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ”

“ฉันไม่ได้โง่นะ ฉันจบมหาลัยตอนอายุยี่สิบด้วยซ้ำ ฉันเก่งภาษาอังกฤษกับภาษาจีนกลาง ถ้าฉันฟังเมียคุณพูดผิดไปแสดงว่าวันนั้นหูฉันคงผิดปกติแล้ว” นิลอรอดเถียงไม่ได้ เขากำลังกล่าวหาเธอใช่ไหมว่าสี่ปีที่ผ่านมาเป็นเพราะเธอเองที่พาลูกๆ มาพบกับความยุ่งยาก ทุกอย่างมันเป็นเพราะความเข้าใจผิดของเธออย่างนั้นหรือ เข้าใจคิดเหลือเกินนะ 

“โอเคๆ ฉันจะไม่โทษใครก็ได้ เอาเป็นว่าเรื่องทั้งหมดทั้งมวลถือว่าฉันผิดคนเดียวก็แล้วกันนะที่รัก ฉันผิดที่ไม่ยอมตามหาเธอ ฉันไม่อาจปฏิเสธได้เลยในข้อนี้ และที่ฉันอยากจะบอกเธออีกเรื่องก็คืออดีตภรรยาของฉันชื่อเอลิซ และตอนนี้ฉันก็หย่ากับหล่อนมามากกว่าเจ็ดปีแล้ว ก่อนหน้าที่ฉันจะเจอกับเธอ หล่อนก็แต่งงานใหม่ไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้อีกเพราะเราคงทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น เอาเป็นว่าฉันจะยอมรับความผิดทั้งหมดเอาไว้เอง โอเค?” 

“ไม่โอเค! ถ้าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด คุณก็ต้องเอาเวลาสี่ปีที่แล้วมาคืนฉัน! คุณรู้ไหมว่าฉันลำบากแค่ไหนที่ต้องทำงานงกๆ เลี้ยงเด็กสองคนนั้น คุณรู้บ้างไหม!”

นิลอรสาดซัดวาจาใส่โจนาธานเสียจนชุ่มโชก เธอเหนื่อยและเจ็บเหลือเกินที่ต้องมาแบกรับทั้งความจริงและสิ่งที่เขาบอกกล่าว เธอไม่ได้หูฝาด ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเป็นภรรยาของเขาจริงๆ แต่ก็อย่างว่าละนะ เขาอาจจะเชื่อใจคนที่เขาบอกว่าเป็นอดีตภรรยามากกว่าเชื่อนางบำเรออย่างเธอ

“ฉันขอโทษนะแองจี้ ขอโทษจริงๆ” หนุ่มใหญ่กอดรัดร่างของอดีตนางบำเรอด้วยความสงสารเห็นใจยิ่งนัก ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นอย่างไร แต่สี่ปีที่ผ่านมาก็เป็นเพราะเขาเองที่ไม่เชื่อใจหล่อนและไม่ยอมออกตามหา เขาผิดเองที่ทอดทิ้งช่วงเวลาดีๆ ไปถึงสี่ปี

“ปะ...ปล่อย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!” นิลอรเริ่มรู้สึกตัวเพราะแรงกอดรัดที่มากเกินปกติ แถมไอ้กระแสไฟวูบวาบที่มาจากร่างหนาก็ทำให้เธอต้องรีบไปให้ห่างจากอ้อมแขนคู่นี้ ให้ตายเถอะ กี่ปีๆ เขาก็ยังเปี่ยมล้นด้วยแรงดึงดูดทางเพศอย่างที่เธอไม่สามารถต้านทานได้เลย เขายังมีมันอยู่ล้นปรี่เหมือนวันแรกที่ได้พบกันไม่มีผิด

“ไม่ปล่อย...ฉันจะไม่ปล่อยเธออีกแล้ว เราจะกลับสิงคโปร์ด้วยกันและสร้างครอบครัวเล็กๆ ของเรากันใหม่นะแองจี้ เราเริ่มต้นกันใหม่นะที่รัก” 

โจนาธานวอนขอแม่ของลูก แล้วทำในสิ่งที่นิลอรไม่คาดคิด 

“มะ...ไม่! อย่านะ! อ่อยอ๊ะ!”

เสียงร้องทัดทานเริ่มฟังไม่ได้ศัพท์ในประโยคท้ายๆ นั่นเพราะนิลอรถูกริมฝีปากของโจนาธานปิดกั้นเสียงเอาไว้ ร่างบางถูกจู่โจมด้วยความรวดเร็ว เขาผลักประตูให้ปิดลงด้วยการใช้เท้าเข้าช่วย และนั่นทำให้คนที่อยู่ในอ้อมแขนยิ่งดิ้นแรงยิ่งกว่าเดิม

“อืม...จะดิ้นทำไมแองจี้ ทั้งดิ้นทั้งทุบจนฉันน่วมไปทั้งตัวแล้วเนี่ย” เขาว่าอย่างงอนๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยร่างอรชรให้เป็นอิสระ รู้สึกว่าเรือนร่างของหล่อนเต็มไม้เต็มมือดีเหลือเกิน หล่อนคงอวบขึ้นนิดหน่อยกระมัง

“ฉันจะฆ่าคุณแล้วหั่นศพยัดลงชักโครก ตาแก่บ้ากาม!”

นิลอรประณามเขาด้วยสิ่งที่เขารังเกียจนักหนา ไม่ใช่เรื่องคำขู่ฆ่าแน่นอน เพราะเรื่องเดียวที่จะทำให้เขาเป็นเดือดเป็นร้อนได้ก็คือเรื่องที่ว่าเขาแก่ชรานี่กระไร

“ฉันคิดว่าคงต้องทวนความจำเธอเสียหน่อยนะที่รักว่าฉันไม่ใช่ตาแก่ แต่ถ้าเรื่องบ้ากามละก็ฉันหยวนๆ ให้ก็แล้วกัน เพราะถึงฉันจะไม่ได้บ้ากามอย่างที่เธอกล่าวหาแต่ฉันก็ว่ามันใกล้เคียงทีเดียว ยิ่งได้มากอดจูบลูบคลำเนื้ออ่อนๆ ของสาวๆ อย่างเธออย่างนี้ อื้อหืม...ฉันรู้สึกคึกคักขึ้นมาเชียว เอาเป็นว่าเรามารื้อฟื้นความหลังกันสักหน่อยดีกว่านะแองจี้ หึๆๆ”

เสียงครางทุ้มต่ำปนเสียงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ทำเอานิลอรขนลุกเกรียว เขาคงไม่คิดรวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวเธอหรอกนะ ถึงแม้มันอาจจะเกิดขึ้นแต่ก็ไม่น่าจะเร็วอย่างนี้นี่นา ขอเวลาเตรียมใจก่อนไม่ได้หรืออย่างไร

“ความหลงความหลังอะไรยะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ มีสิทธิ์อะไรมาทำอย่างนี้กับฉัน! ฉันไม่ใช่นางบำเรอของคุณแล้วนะ!” นิลอรเตือนความจำเขาในข้อนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำเป็นว่าเธอยังไม่ได้ส่งเสียงใดๆ

“ฉันว่าเราเข้านอนดีกว่า วันนี้ฉันเหนื่อยมากอยากพักผ่อน” 

พรึ่บ!

ดวงไฟดวงใหญ่ที่ติดอยู่บนฝ้าเหนือศีรษะ ถูกทำให้สิ้นแสงด้วยมือหนาของโจนาธาน เขาช่างสังเกตจนรู้ว่าสวิตซ์ไฟมันติดอยู่ที่ผนังซึ่งอยู่ข้างประตู เขาเอื้อมมือยาวๆ ไปปิดมันแล้วรั้งร่างในอ้อมแขนให้ตามเขาไปล้มลงบนเตียง

ตุ้บ!

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ!”

คุณแม่ลูกสองร้องเสียงหลง เธอโดนร่างคิงคองของเขาทับจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับฟูกอยู่แล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป