บทที่ 15 EP 3/2 คุณแม่ตัวร้าย
คุณแม่ลูกสองส่งสายตาอาฆาตมาให้พ่อของลูกอีกครั้งหนึ่ง ยัยป้ามหาภัยบอกว่าคู่นอนคนใหม่ แสดงว่าตอนนี้เขามีคู่นอนคนเก่าไม่เว้นแต่ละวันสินะ
โจนาธานส่ายหน้าเอาตัวรอดไว้ก่อน ไม่ว่าเรื่องอะไรที่แองจี้ทำตานางสิงห์ใส่เขา เขาเดาไว้ก่อนว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดี และควรจะปฏิเสธไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
“เกรงว่าฉันจะไม่ใช่คู่นอนของเขานะ เพราะฉันเป็นแม่ของลูกเขาย่ะ!”
ตู๊ดดด!
ปลายสายชิ่งหนีไปเสียแล้ว นิลอรเบะปากใส่อย่างรังเกียจ ขณะที่โจนาธานปรบมือให้เปาะแปะอย่างเสียมิได้ แม่ตัวร้ายยังร้ายเสมอ ป่านนี้เอลิซคงประหลาดใจเป็นล้นพ้นกระมังที่ได้ยินเช่นนั้น
“หมดเรื่องแล้วใช่ไหมแองจี้ ฉันจะนอนแล้วนะ ฉันแก่แล้วและ...ฉันเพลีย...”
นิลอรอยากจับคนที่ไถลร่างไปซุกใต้ผ้านวมมาเขย่าให้หัวคลอนจริงๆ ตาแก่โจนาธานยังไม่ได้อาบน้ำอาบท่าเลยนะ
“นี่คุณ ลุกมาอาบน้ำเดี๋ยวนี้นะ!”
แล้วนิลอรก็ปราดเข้าไปยื้อยุดฉุดกระชากร่างคิงคองของสามีทางพฤตินัยออกมาจากกองผ้านวม แต่ไม่รู้ว่าดึงรั้งกันท่าไหน ไปๆ มาๆ แม่แองจี้น้อยของโจนาธานก็เข้าไปอยู่ใต้ผ้านวมอีกคน และบทเพลงสวาทที่ร้างราไปนานก็บรรเลงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางหยาดพิรุณที่โปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง ชุ่มฉ่ำและสดชื่นสุดพรรณนา
-----
ลำแสงสีทองอ่อนส่องผ่านกระจกบานใสและผ้าม่านลายสวย ภายในห้องนอนที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นอายแห่งราคะระหว่างชายหญิง เจ้าของห้องที่นอนนิ่งอยู่นาน เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ อุ่นไอของร่างแกร่งกำยำที่แนบชิดอยู่ทำเอานิลอรไม่อยากลุกจากที่นอนเลย เธอรู้สึกเป็นสุขและอบอุ่นใจอย่างประหลาด ยิ่งได้รับรู้ถึงเหตุผลที่เขาไม่ได้ออกตามหาเธอกับลูกอย่างที่ควรจะเป็น เธอก็ยิ่งเข้าใจ เธอขอเป็นคนโง่ๆ เชื่อใจเขาดูสักครั้งหนึ่ง เพราะถ้าเขาไม่ได้โป้ปด ย่อมแสดงว่าเรื่องนี้มีคนอยู่เบื้องหลัง และคนคนนั้นก็ต้องเป็นยัยปีศาจหน้าสวยคนนั้นแน่ๆ
‘แก่ไม่อยู่ส่วนแก่นะป้า ชอบยุแยงใส่ร้ายป้ายสีให้ชาวบ้านเขาแตกแยกกัน อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้าง รู้จักนิลอรน้อยไปซะแล้ว แม่จะเอาคืนให้คุ้มเลยคอยดู’
คุณแม่ลูกสองหมายมาดในใจ ริมฝีปากสีกุหลาบขบเม้มเข้าหากันจนซีดจาง ดวงตาสีนิลระยับวาววับอย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
“เอ...วางแผนชั่วร้ายอะไรอยู่หรือแองจี้ ไม่เอาน่า...ลืมๆ มันไปบ้างเถอะ” โจนาธานปรามนิลอรเสียงอู้อี้ เหลือบเห็นสายตาเจ้าหล่อนที่ฟ้องถึงความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
“ไม่ลืม! ฉันจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าใครใส่ร้ายป้ายสีฉัน แต่ตอนนี้ ช่วยปล่อยฉันซะที ฉันจะไปดูร้าน ส่วนคุณน่ะลุกไปปลุกลูกไปโรงเรียนเลย”
คุณแม่ลูกสองได้ทีสั่งพ่อของลูก ขณะพยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนที่มีกล้ามเป็นมัดๆ ของตาแก่ เขาคงกลัวความชรามากกระมังถึงได้ขยันออกกำลังกายจนฟิตเฟิร์มไปทั้งตัวอย่างนี้
โจนาธานลุกขึ้นมานั่งอย่างขัดใจ ถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์ด้านนอกหน้าต่างจะทอแสงสีทองให้เห็นรำไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะสมควรแก่เวลาลุกจากเตียง
“ฉันง่วงนี่นา ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ฉันจะนอนต่อ...”
เผียะ!!
“โอ๊ย! เจ็บนะแองจี้”
คุณพ่อลูกสองวัยเลยขบเผาะ ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกฝ่ามือของแม่แองจี้น้อย ฟาดแขนเปล่าเปลือยจนขึ้นรอยนิ้วชัดเจน หล่อนจะฆ่าเขาหรืออย่างไรถึงได้ฟาดลงมาอย่างนี้ คนแก่ก็น้อยใจเป็นนะเออ
“เจ็บก็ลุกสิยะ! ฉันสายแล้วนะ ไม่รู้ว่าที่ร้านยุ่งหรือเปล่า วันนี้วันจันทร์ด้วย ที่ร้านต้องลูกค้าเยอะแน่ๆ” บ่นพลางลุกจากที่นอน ไม่ลืมสลัดผ้านวมแรงๆ ให้คนที่นอนอยู่รู้ว่าสมควรลุกเช่นกัน
“แองจี้?” เขาเรียกเมื่อเห็นหล่อนตามเก็บเสื้อผ้าที่หล่นเรี่ยราดอยู่ข้างเตียง รวมทั้งเจ้าตุ๊กตาหลายตัวที่หล่นร่วงลงไปตั้งแต่เมื่อคืน เวลาที่เห็นหล่อนทำหน้าที่ราวกับภรรยาผู้แสนดี เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติแม่บ้านแม่เรือน เขาก็อดไหววูบในใจไม่ได้ การที่หล่อนตั้งท้องตั้งแต่ยังสาวคงทำให้อะไรๆ หลายๆ อย่างในตัวหล่อนเปลี่ยนแปลงไปด้วยกระมัง
“อะไร? อ้อ...เดี๋ยวฉันเอาแปรงสีฟันอันใหม่ให้คุณก่อนนะ มันน่าจะใช้ได้ อาจจะเล็กไปหน่อยเพราะมันเป็นของผู้หญิง” เธอว่าแล้วยัดเสื้อผ้าที่เพิ่งเก็บขึ้นจากพื้นใส่ลงในตะกร้า เธอคงต้องซักมันหลังจากไปช่วยเด็กในร้านดูแลลูกค้า
โจนาธานลุกลงจากเตียง เขาฉวยผ้าเช็ดตัวที่นิลอรพาดไว้บนราวหน้าห้องน้ำมานุ่งหลวมๆ ก่อนเดินเข้าไปกอดหล่อนทางด้านหลัง ตอนนี้หล่อนกำลังยุ่งอยู่กับการหาแปรงสีฟันอันใหม่บนชั้นที่แปะอยู่กับผนังข้างตู้เสื้อผ้า เลยไม่ได้ระวังว่าจะโดนขโมยกอดอย่างนี้
