บทที่ 16 EP 3/3 คุณแม่ตัวร้าย

“อุ๊ย! ตาแก่บ้าเอ๊ย! ตกใจหมดเลย” คุณแม่ลูกสองบ่นพึมพำไม่จริงจังนัก ก่อนจะดิ้นให้หลุดออกจากวงแขนร้อนๆ ของเขา ตาแก่นี่หื่นไม่เลิกจริงๆ ใจคอจะรังแกเธอให้หายอยากเลยหรือไง คนนะไม่ใช่ตุ๊กตายาง อะไรที่มันบอบบางตอนนี้มันแทบจะอักเสบอยู่แล้ว เพลาๆ เสียบ้างเถอะ เธอรู้แล้วว่าเขายังฟิตเปรี๊ยะเกินอายุ

“แองจี้...คือ...” หนุ่มใหญ่พูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ เมื่อฝ่ามือของเขาเลื่อนไปตะปบเนินเนื้ออวบหยุ่นที่อยู่เหนือชายโครงของหล่อน มันนุ่มหยุ่นเต็มไม้เต็มมือเสียจนคำถามที่เตรียมไว้ จดจำได้เพียงลางๆ เท่านั้น

“คือ...คืออะไร? ปะ...ปล่อยก่อนสิ จะมากอดมาจับอะไรนักหนา”

นิลอรแหวใส่ แต่กลับเอนกายพิงแผ่นอกอุ่นร้อนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง

“คือ...อ่า...ฉัน อ้อ...แค่จะถามว่า...เหนื่อยไหมคนดี ฉันขอโทษที่ไม่ได้อยู่แลเธอกับลูก ขอโทษนะที่รัก”

อารมณ์หวามไหวของนิลอรจางหายไปอย่างรวดเร็ว พอๆ กับที่ฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาหยุดการบีบขยำทรวงอวบของเธอ น้ำเสียงที่เขาใช้มันอบอุ่นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด 

“ช่างมันเถอะ มันผ่านมาแล้วนี่ ตอนนี้คุณก็ได้เจอเด็กๆ แล้ว ฉันรู้ดีว่าสักวันคุณจะพาพวกแกไปจากฉัน และถึงแม้ว่าฉันจะต่อสู้มากแค่ไหน แต่สุดท้ายคนที่ได้ลูกไปก็ต้องเป็นคุณอยู่ดี ฉันมีแค่ความรักกับอ้อมแขนของคนเป็นแม่ แต่ฉันไม่มีอนาคตให้แกเหมือนกับคุณ เด็กๆ จะมีอนาคตที่ดีกว่าถ้าไปอยู่กับคุณที่สิงคโปร์ ส่วนฉัน...ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว ฉันคงไม่กลับไปเป็นนางบำเรอของคุณอีก ถึงแม้ว่าเรื่องเมื่อคืนมันจะเกิดขึ้นก็ตาม”

โจนาธานตกใจอย่างที่สุดเมื่อได้ยินเช่นนั้น เมื่อคืนนี้ตอนที่คุยกันเจ้าหล่อนยังเหมือนจะคล้อยตามเขาอยู่ที่นา เรื่องที่จะกลับไปที่สิงคโปร์ด้วยกัน แล้วทำไมตอนนี้พูดเหมือนจะเปลี่ยนใจล่ะ

“ทำไมล่ะแองจี้ เธอ...ไม่มีความสุขเหรอ ฉันนึกว่าเมื่อคืนเรามีความสุขด้วยกันซะอีก” โจนาธานกระซิบถามพลางรั้งร่างอรชรไปนั่งที่ปลายเตียง ตอนนี้หล่อนนั่งบนตักเขาเรียบร้อย

“ฉัน...ฉันบอกคุณแล้วเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน และ...”

“โธ่...แองจี้? อย่าเอาเรื่องนั้นมาเกี่ยวสิ มันผ่านไปแล้วนะ!” 

หนุ่มใหญ่ขึ้นเสียงใส่อย่างเหนื่อยหน่าย และนั่นก็ทำให้เจ้าหล่อนเดือดขึ้นมาได้เช่นกัน

“ใช่สิมันผ่านไปแล้ว แต่มันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกถ้าผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ข้างๆ คุณ!” นิลอรสะบัดร่างให้ออกห่างอกแกร่ง แต่ดูเหมือนว่าวงแขนแข็งแรงจะพันธนาการแน่น ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระโดยง่าย

“เธอระแวงมากเกินไปแองจี้ เธอกำลังเข้าใจเอลิซผิด บางทีมันอาจจะไม่ร้ายแรงขนาดนั้นก็ได้” เขายอมอ่อนลงให้แม่นางร้ายนิลอร เมื่อเจ้าหล่อน พร้อมจะฝังเขี้ยวคมๆ ลงบนที่ใดสักแห่งบนร่างกายเขา เพื่อให้หล่อนทุเลาความโกรธ

“มันร้ายแรงเสมอโจนาธาน!” นิลอรกระแทกเสียงใส่สามีทางพฤตินัย เขากำลังแก้ตัวแทนอดีตภรรยา ทุเรศ!

“ใจเย็นๆ สิแองจี้ เอาอย่างนี้ไหม เธอลองทำความรู้จักกับเอลิซดูก่อน บางทีพวกเธออาจจะเป็นเพื่อนกันได้นะ ยิ่งตอนนี้เอลิซมาอยู่ที่บ้านฉันชั่วคราว พวกเธอก็จะได้มีเวลาทำความรู้จักกันมากขึ้นไง”

นิลอรขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าเขา ประหนึ่งจะใช้ดวงไฟในดวงตาเผาไหม้วาจาชั่วร้ายให้เหลือเพียงเศษเถ้าธุลี นี่เขาหมายความว่ายังไง! การที่ชวนเธอกลับไปอยู่กับเขาที่โน่น หมายความว่าเธอต้องอยู่ร่วมบ้านกับยัยป้ามหาภัยนั่นเหรอ!

“สนุกตายล่ะ อดีตภรรยากับอดีตนางบำเรออยู่ร่วมบ้านเดียวกัน คุณคิดว่าสงครามมันสนุกนักหรือไง ถึงได้คิดเอามันไปไว้ในบ้าน ฉันจะบอกให้นะถึงยัยป้านั่นจะไม่เป็นฝ่ายเริ่ม แต่ฉันนี่แหละที่จะเป็นฝ่ายเริ่มเอง เพราะฉันแค้นที่หล่อนแย่งเวลาที่ลูกๆ ของฉันควรมีพ่อไปตั้งสี่ปี และคุณก็อย่ามาห้ามฉันเรื่องนี้เด็ดขาด!”

“แองจี้...ทำไมเธอถึงได้มองโลกในแง่ร้ายนะ เอลิซแค่เดือดร้อน สี่ปีที่แล้วตอนที่เธอหนีมา เอลิซก็กำลังแย่ สามีหล่อนถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย และวันต่อมาเขาก็หัวใจวายเสียชีวิต เอลิซไม่มีญาติเหลือแล้ว เธอเข้ากับญาติของสามีไม่ได้ ฉันเลยสงสาร แล้วตอนนั้นฉันก็เศร้านะแองจี้ที่เธอทิ้งมา ฉันก็เลยคิดว่าถ้าเอลิซกลับมาอยู่กับฉัน อย่างน้อยเรื่องในบ้านก็มีคนคอยดูแล...และ...”

“นี่แสดงว่าตลอดสี่ปีคุณกับเอลิซ...” ดวงตาของคุณแม่ลูกสองแดงก่ำขึ้นมาเมื่อสำเหนียกได้ว่าสามีทางพฤตินัย กลับไปยุ่งเกี่ยวกับอดีตภรรยาของเขาจริงๆ

 “โอ...ไม่นะแองจี้ ฉันกับเอลิซเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ฉันให้หล่อนช่วยดูแลบ้าน ให้งานหล่อนทำและช่วยส่งเสียลูกๆ ของหล่อนเรื่องการเรียนเท่านั้น ฉันไม่มีวันกลับไปคืนดีกับหล่อนหรอกน่า” ถึงแม้หล่อนจะพยายามมาตลอดสี่ปีก็ตาม ตรงนี้เขาไม่ได้พูดออกไป เพราะเกรงว่าจะไปเสริมด้านลบของเอลิซในจิตใจของนิลอร เขาเกยคางบนไหล่น้อยๆ พร้อมกับกดจูบเบาๆ กระชับอ้อมแขนอีกหน่อยเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาพูด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป