บทที่ 18 EP 3/5 คุณแม่ตัวร้าย
“ไม่ต้องมาชักแม่น้ำทั้งห้าหรอก อย่างคุณจะไปรู้อะไร ฉันรู้ว่าเครื่องชงกาแฟมันแพงแล้วฉันจะซื้อทำไมล่ะ ฉันก็เช่าเขาสิตาแก่ เวลามันพังเขาก็เอาเครื่องมาเปลี่ยนให้สบายจะตาย อย่ามาอ่อยให้ยากเลย ฉันไม่ไปไหนอีกแล้ว สิงคโปร์เล็กนิดเดียว ฉันหายใจไม่ออก”
คุณแม่ลูกสองหาข้ออ้างไปเรื่อยเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการไปอยู่ที่ประเทศนั้นตามคำชักชวนของเขา เธออาจจะไปก็ได้ ถ้ายัยปีศาจไม่อยู่ที่นั่นด้วย
“แล้วฉันล่ะแองจี้ ฉันมีงานรออยู่ แต่ฉันก็อยากเห็นหน้าเธอกับลูกๆ ฉันมีบ้านอยู่บนเกาะ เธอไม่ต้องกลัวว่าจะอึดอัดกับประเทศเล็กๆ ที่ว่า” เขาหาข้ออ้างมาหักลบกลบล้างสิ่งที่นิลอรกำลังกลัว เขามีบ้านอยู่บนเกาะเล็กๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเกาะท่องเที่ยว แต่สัดส่วนพื้นที่บริเวณโดยรอบบ้านก็ยังถือว่าเป็นส่วนตัวมากพอควร
“คุณนี่เข้าใจยากนะ! เรื่องของเรื่องก็คือ ฉันจะไม่ไปอยู่ที่นั่นเด็กขาด ถ้ายัยเอลิซอยู่ด้วย เข้าใจไหม!” โพล่งออกไปอย่างเหลืออด เธอไม่มีวันอยู่ร่วมบ้านกับยัยปีศาจนั่นหรอก
“โธ่...แองจี้ เดี๋ยวฉันให้เอลิซไปอยู่ที่คอนโดฯ จตุรศิลป์สาขาโน้นก็ได้ มันจะไปยากอะไร” หนุ่มใหญ่เร่งหาวิธี ไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดเขาจะทำได้มากแค่ไหน แต่นาทีนี้มันต้องทำทุกวิถีทาง
ปลายจมูกโด่งคมของโจนาธานดอมดมกระหม่อมบางของนิลอรอย่างแสนรัก กลิ่นแชมพูอ่อนๆ บนศีรษะหล่อนชวนให้เขาผ่อนคลาย
คุณแม่ลูกสองเริ่มบวกลบคูณหารส่วนได้ส่วนเสียในใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นเรื่องที่พักอาศัยก็เป็นอันว่าตกลง เอาอย่างไรดี ถ้าเขาใช้อำนาจเงินพาตัวลูกๆ ไปจากเธอ เธอก็คงสู้ไม่ได้ แล้วถ้าเด็กๆ ไปอยู่ที่โน่นแต่เธอไม่ไป ยัยเอลิซมันต้องหาทางรังแกลูกเธอแน่นอน
ดวงตาสีนิลหรี่ลงอย่างใช้ความคิด แล้วจู่ๆ เธอก็ลุกพรวดขึ้น
“มีอะไรรึแองจี้?” โจนาธานชักงง หล่อนจะเอาอะไรอีกล่ะ ไหนว่าจะนอนไง
“ไม่มี...ฉันแค่! แค่ตกลงไปอยู่สิงคโปร์ แต่ไม่ใช่ถาวรนะ ฉันแค่ไปดูแลเด็กๆ ชั่วคราว อย่างน้อยก็จนกว่าพวกเขาจะโตพอที่จะรับรู้ได้ว่า การแต่งงานและการหย่าคืออะไร”
บุรุษร่างหนาลุกขึ้นทันใด
“เธอหมายความว่ายังไงแองจี้” โจนาธานงุนงง ตกลงหล่อนจะแต่งงานกับเขาแล้วหย่าขาดกันทีหลังเหรอ ทำไมล่ะ
“ก็หมายความว่า คุณไม่ต้องแต่งงานกับฉันเพื่อลูก ส่วนทางพฤตินัยอาจจะห้ามไม่ได้ละนะ ในเมื่อเราสองคนก็จูนติดกันไว เอาเป็นว่าเราจะอยู่ในฐานะสามีภรรยา แต่ฉันจะไม่จดทะเบียนสมรสกับคุณให้มันยุ่งยากหรอก”
โจนาธานหน้ามุ่ยแล้วเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง เวลาเขาทำท่าครุ่นคิด บนใบหน้าจะแลเห็นริ้วรอยแห่งวัยได้ชัดเจนทีเดียว ถ้าไม่ติดว่ามีใบหน้าหล่อเหลาประหนึ่งดาราฮอลลีวูดแล้วละก็ โจนาธานคงไม่ริอ่านมีเมียสาวอย่างนิลอรเป็นแน่ เขามักภูมิใจในความหล่อเหลาของตัวเองอยู่เสมอ และพยายามอย่างที่สุดให้มันคงอยู่ไปอีกหลายสิบปี แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ นิลอรจะช่วยทำให้เขาชรามากกว่าที่เป็น
“สรุปว่าเธอจะยอมไปอยู่กับฉัน ไปเป็นแม่ของลูกฉัน และนอนเตียงเดียวกับฉัน แต่ไม่ต้องการทะเบียนสมรสเนี่ยนะ! โอ้พระเจ้า! ไม่อยากจะเชื่อเลย”
โจนาธานสบถต่ออีกสองสามคำก่อนจะลุกออกไปจากห้อง เขาคงคุยกับแม่ของลูกต่อไม่ได้โดยไม่ได้บีบคอของหล่อน พูดออกมาได้ว่าไม่อยากจดทะเบียนสมรส ทั้งที่เขาเปิดทางให้หล่อนเสียขนาดนี้ หล่อนคงจะไม่ได้รักกันเลย ใช่สิ! คนที่หล่อนรักก็มีเพียงคนเดียวนั่นแหละ
นิลอรนอนถอนหายใจทิ้งอย่างคิดไม่ตก โจนาธานกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว เขาลงไปหยิบมาจากรถที่จอดอยู่ใต้ถุนร้านกาแฟ เขาหอบทั้งหมดเข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาในสิบห้านาที
“ฉันพูดเรื่องจริง และทุกอย่างจะเป็นไปตามนั้น”
นิลอรลุกมานั่งที่ปลายเตียงเพื่อเตรียมตัวไปอาบน้ำบ้าง เธอยืนยันเรื่องที่พูดกับเขาก่อนหน้านี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ทำไมล่ะแองจี้ ฉัน...ฉันนึกว่าเรารักกันเสียอีก”
บุรุษผู้มากวัยกว่า เอ่ยออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ไม่แยแสหยดน้ำที่หยดลงมาตามช่อผมจนมันเปียกไปทั่วเชิ้ตสีขาวที่สวมอยู่
“ไม่มีความรักระหว่างเราหรอก มันมีแค่ความรับผิดชอบของคนสองคนที่มีต่อชีวิตของลูกๆ แล้วก็...เซ็กซ์ มีเพียงเท่านั้นแหละ เชื่อฉันเถอะ”
เอ่ยออกไปอย่างขมขื่น เธอไม่อยากจดทะเบียนกับเขา ไม่ใช่เพราะว่าไม่ได้รัก แต่เป็นเพราะเธอไม่คู่ควรต่างหาก เขาโก้หรูดูดีและหล่อเหลา ถึงแม้อายุห่างกันไปหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าใบหน้าลูกครึ่งคมเข้มนั้นสามารถกระชากใจสาวน้อยสาวใหญ่ได้อย่างสบาย แล้วไหนจะสังคมของเขาอีกล่ะ งานของเขา ความนับหน้าถือตาที่มีคู่กับนักธุรกิจระดับนี้ เธอไม่บังอาจพาตัวเองซึ่งเป็นเพียงเด็กกำพร้า ไปยืนเคียงข้างเขาในตำแหน่งภรรยาหรอก ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้ดูแลเขากับลูกๆ ก็พอ
แต่แน่นอนว่า เขาอย่าได้บังอาจมีใครในขณะที่นอนเตียงเดียวกับเธอเป็นอันขาด!
โจนาธานนิ่งเงียบไม่พูดต่อ เงียบขรึมลงไปในตอนนั้น เขาจัดการกับผมที่เปียกภายในเวลาอันรวดเร็ว ก่อนจะออกไปจากห้องเพื่อดูว่าเด็กๆ ตื่นนอนหรือยัง
