บทที่ 19 EP 3/6 คุณแม่ตัวร้าย

นิลอรลุกไปอาบน้ำแต่งตัวบ้าง อย่างแรกที่ต้องทำในวันนี้ก็คือส่งเด็กๆ ไปโรงเรียน ก่อนจะกลับมาเคลียร์เรื่องร้านในช่วงที่เธออาจจะไม่อยู่ เธอคงต้องหาคนมาซื้อ อาจต้องลงขายทางเน็ตและติดต่อนายหน้าด้วยเพราะเป็นการขายอย่างเร่งด่วน แถมยังขายพร้อมกับบ้านหลังนี้ด้วย ส่วนรถยนต์คงต้องจอดไว้ที่บ้านของเขา เธอคิดว่าจะไปอยู่กับเขาสักเจ็ดหรือแปดปีเป็นอย่างต่ำ ถึงตอนนั้นเด็กๆ คงโตมากพอที่จะรับรู้ว่า พ่อกับแม่ของเขาไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านเดียวกัน และถ้าโชคเข้าข้าง เธออาจจะขอเลี้ยงใครคนใดคนหนึ่งระหว่างเจค็อบกับเจสสิก้า

“โอ....ให้ตายสิ!” นิลอรอุทานอย่างร้าวรานใจ เธออยู่ในห้องน้ำ กำลังจัดการกับผมที่เต็มไปด้วยแชมพู จู่ๆ ก็ปวดหัวใจเหลือเกินเมื่อคิดถึงช่วงเวลาอันหดหู่ตอนที่พรากสองแฝดออกจากกัน มันต้องมีทางที่ดีกว่านี้สิ 

ใช่! ยัยปีศาจนั่นไง เธอต้องกำจัดยัยเอลิซก่อนที่เจ้าหล่อนจะกำจัดเธอ

เมื่อคิดได้ดังนั้น แม่สาวผิวสีน้ำผึ้งนวล ก็เร่งทำธุระส่วนตัว ทว่าพอออกมาจากห้องน้ำแล้วพบเข้ากับสภาพเตียงอันยุ่งเหยิง ก็ต้องส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย เธอยังเก็บเตียงไม่เสร็จ เธอควรโทษใครดีล่ะ ในเมื่อเตียงของเธอไม่เคยดูแย่ขนาดนี้มาก่อน 

คุณแม่ลูกสองใช้ผ้าเช็ดตัวโพกศีรษะที่เปียกชุ่ม ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาตัวด้วยครีมเหนอะๆ ถ้าไม่ห่วงสวยละก็ เธอไม่มีวันเสียเวลาอันน้อยนิดนี้อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างเด็ดขาด เธอเอาไดร์มาเป่าผมจนแห้งและจับมันถักเปียคู่ สุดท้ายก็เปิดตู้หาเสื้อผ้ามาสวม เสื้อยืดลายการ์ตูนกับกางเกงยีนสีซีดและเข็มขัดเชือกสาน คือสิ่งที่เธอเลือก เธอจัดการให้ทุกอย่างมาอยู่บนร่างในเวลาเพียงไม่กี่นาที แล้วค่อยหันมาจัดการเก็บเตียงอันยุ่งเหยิง

เธอหยิบตุ๊กตาสามสี่ตัวที่พิงไว้กับหัวเตียงลงมาวางบนพื้น รวมกับพวกที่ร่วงลงมาตั้งแต่เมื่อคืน พอเสร็จก็ดึงผ้านวมที่สลัดไว้อย่างลวกๆ ก่อนหน้านี้ลงมากองรวมกัน ทว่าพอเห็นร่องรอยบางอย่างบนผ้าปูที่นอน หนามแหลมคมของความปวดร้าวมันก็กระแทกใจอย่างจัง ริมฝีปากอิ่มสวยที่เคลือบทาด้วยลิปกลอสบางๆ เม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นราวสีราตรีกาลที่ไร้แสงเดือน เธอทั้งโมโห และขุ่นเคือง มันสับสนปนเปกันไปหมด

“ยัยร่าน! ใจง่าย!” สองมือกระชากผ้าปูที่นอนออกจากฟูก แทนที่จะขึงให้มันเรียบตึง และพอดึงด้วยอารมณ์พาลๆ ปมผ้าปูที่นอนมันเลยไม่ยอมหลุดง่ายๆ

“อะไรวะ! ไม่ได้ดั่งใจ ฮึ่ม! ไม่ออกใช่ไหม ก็ได้! ฮึบ!”

เธอกระโดดขึ้นเตียงเพื่อทำภารกิจดังกล่าวให้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าขาเตียงเจ้ากรรมมันจะไม่เป็นใจ เพราะเพียงแค่เจ้าของกระโดดขึ้นไป ขาเตียงที่เป็นแบบโครงไม้บล็อกติดกันไว้ด้วยนอตตัวใหญ่ ก็พร้อมใจกันส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ก่อนจะ...

“ไม่ๆๆ ไม่นะ!! กรี๊ดดด!!!”

โครม!

เสียงกรีดร้องดังไล่เลี่ยกับเสียงโครมครามของเตียงหลังใหญ่ ที่ส่วนล่างนั้นหลุดออกจากกันในแบบที่ผู้เป็นเจ้าของไม่เคยคาดคิด น็อตตัวใหญ่มากกว่าหนึ่งตัวกลิ้งหลุนๆ ไปกระทบผนังห้องพร้อมกับร่างของนิลอรที่กลิ้งตกจากเตียง ใบหน้างามฉายชัดความตื่นตกใจที่มาพร้อมกับความเจ็บจุก

เสียงฝีเท้าตึงตังดังขึ้นที่นอกห้อง ก่อนที่ร่างของสามพ่อลูกจะปรากฏที่หน้าประตู นิลอรคลำบั้นท้ายป้อยๆ ขณะที่โจนาธานครางงึมงำในสิ่งที่ตาเห็น เจ้าหนูสองคนที่มีแปรงสีฟันคาอยู่ในปากคนละอัน ส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก เมื่อเห็นเตียงหลังใหญ่ของมารดากลายเป็นเพียงเศษไม้ไร้ค่า

“โธ่...แองจี้ อยากได้เตียงใหม่ทำไมไม่บอกล่ะที่รัก” 

หนุ่มใหญ่พูดติดตลกพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก เขาอยากหัวเราะให้สะใจนั่นแหละแต่ยังไม่กล้าพอ  

นิลอรส่งสายตาพิฆาตให้ตาแก่หน้าหล่อผู้เป็นสามี ถ้าไม่ใช่เพราะเขาละก็ เตียงนี่คงไม่พังเร็วขนาดนี้หรอก 

“เด็กๆ ไปอาบน้ำแปรงฟันให้เรียบร้อยก่อนเร็ว เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสายนะครับ” โจนาธานบอกลูกแฝดด้วยเสียงทุ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี เด็กน้อยทั้งสองรีบผละจากหน้าประตูเพื่อไปแปรงฟันให้เสร็จเรียบร้อย

นิลอรอ้าปากค้างด้วยความงุนงง เธอไม่เคยสั่งเจ้าแสบสองตัวให้ลุกอาบน้ำแปรงฟัน โดยที่เธอไม่ต้องกรีดร้องแทบจะเป็นบ้าได้เลย สองแสบมีความสามารถป่วนประสาทคนเป็นแม่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เขา...ตาแก่โจนาธาน เขาสามารถทำให้ลูกคิงคองของตัวเองอยู่ในโอวาทได้ในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง

“ค่อยๆ ลุกนะแองจี้” สามีสูงวัยแต่หัวใจละอ่อน บอกภรรยาที่รัก ขณะพยุงร่างหล่อนไปนั่งบนเตียงที่ตอนนี้ความสูงลดระดับเหลือไม่ถึงครึ่งน่องด้วยเพราะว่าขาเตียงมันหายไป

“โอ๊ะๆ โอ๊ย...เจ็บ!” นิลอรส่งเสียงโอดโอย เธอเคล็ดไปหมดแล้ว แก้มก้นนี่ระบมเพราะกระแทกกับพื้นตอนกลิ้งตกลงมา ถ้าไม่ตกใจจนลืมตัวก็คงไม่เสียศูนย์อย่างนี้หรอก น่าโมโหตัวเองจริงๆ

“ให้ฉันนวดให้ไหมแองจี้” สามีวัยเลยหนุ่มถามภรรยาสาวด้วยความห่วงใย แต่ฝ่ายภรรยากลับถลึงตาใส่จนนัยน์ตาดำๆ แทบกระเด็นออกมานอกเบ้า

“ฉันเกลียดคุณที่สุดเลย ตาแก่จอมหื่น!” ประชดประชันด้วยสิ่งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบใจ แต่แทนที่เขาจะโกรธกลับทำหน้าเศร้าเพียงเท่านั้น เขานั่งยองๆ กับพื้น เพื่อจะได้สำรวจดูคนที่นั่งอยู่บนฟูกว่ามีรอยแผลตรงไหนหรือเปล่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป