บทที่ 20 EP 3/7 คุณแม่ตัวร้าย

“ที่เธอไม่ยอมแต่งงานกับฉันเพราะอย่างนี้หรือแองจี้ ฉัน...แก่จริงๆ เหรอ?” ถามแล้วนั่งลงขัดสมาธิบนพื้นห้อง บางทีเขาอาจจะแก่เกินไป หล่อนก็เลยไม่อยากได้เขาเป็นสามี

นิลอรอยากบอกเขาเหลือเกินว่าเขาไม่แก่เท่าไหร่เลย ออกจะดูภูมิฐานน่าคบหาด้วยซ้ำ แต่เธอจะไม่พูดให้เขาได้ใจหรอก แค่นี้เขาก็เหลิงในความฟิตจัดของตัวเองจนทำเตียงพังไปหลังแล้ว ถ้าขืนยอว่ายังหล่อเฟี้ยวมีหวังพรุ่งนี้เธอไม่ต้องลุกจากเตียงพอดี

“ไม่รู้ไม่ชี้ โอย...เจ็บๆๆ” เธอบีบนวดแก้มก้นแรงๆ มันเจ็บอยู่ข้างในไม่หายสักที แล้วจู่ๆ มือร้อนๆ ของใครบางคนก็อาสามาช่วยนวด มันรู้สึกดีมากๆ เพราะแรงที่เขาใช้ช่วยลดทอนอาการเจ็บปวดได้อย่างพอเหมาะ

นิลอรค่อยๆ นอนคว่ำไปกับฟูกหนา เพื่อที่สามีทางพฤตินัยจะได้นวดบั้นท้ายและแก้มก้นให้ได้อย่างถนัด แต่ทว่าสองนาทีผ่านไป ฝ่ามือที่นวดเฟ้นบรรเทาอาการเจ็บ ก็เลื่อนขึ้นมาเหนือเอว ไต่ยุบยับขึ้นมากลางแผ่นหลังแล้วเลื่อนมาด้านหน้ากอบกุมทรวงอกอวบหยุ่นของเธอไปบีบเคล้นอย่างหน้าด้านๆ

“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ! ตาแก่บ้ากาม!” 

คุณแม่ลูกสองอยากตะกุยหน้าหล่อๆ ของพ่อของลูกนัก แต่เธอทำไม่ได้เพราะตอนนี้เขาได้เอนร่างคิงคองมาทับร่างเธอไว้เรียบร้อย

“ห้ามว่าฉันแก่อีกนะแองจี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่าฉันยังไม่แก่สักนิด” เขาขู่ด้วยเสียงจริงจัง ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียซอกคอเนียนๆ สีน้ำผึ้งยวนตา จงใจปล่อยลมหายใจราดรดใบหูจนนิลอรขนลุกซู่

“จะข่มขืนฉันเหรอ เอาสิ! ฉันมันไม่มีเคยมีค่าอยู่แล้วนี่ คิดจะทำอะไรก็ทำเลย อยากจะปล้ำฉันตรงนี้ตอนที่เนื้อตัวยังเคล็ดขัดยอกก็เอาเลย เพราะในสายตาคุณ ฉันก็เป็นได้เพียงเครื่องบำเรอความใคร่เท่านั้น จริงไหม!”

เธอหายใจคล่องขึ้นเมื่อประโยคนั้นหลุดออกจากปากจนจบ เขาพลิกตัวออกห่างเธอทันทีราวกับว่านอนทับถ่านไฟแดงๆ ที่กำลังคุแรงอยู่ในเตา 

“ฉันขอโทษนะแองจี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอคิดถึงเรื่องนั้นอีก ฉันรักเธอจริงๆ นะ และฉันจะบอกรักเธอทุกวันจนกว่าเธอจะใจอ่อนแล้วยอมแต่งงานกับฉัน” เขาบอกแล้วดึงหล่อนขึ้นไปกอด ก่อนจะจูบหน้าผากหล่อนซ้ำๆ “ฉันหยุดแตะต้องเธอไม่ได้ ถ้าเธออยู่ใกล้ฉันเกินห้านาที เอาละ...ฉันคิดว่าฉันควรไปดูลูกๆ จะดีกว่า ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นสามีที่ปล้ำเมียตัวเอง”

ฟอด! ฟอด!

โจนาธานสูดดมพวงแก้มภรรยาที่รักข้างละหน ก่อนจะผละไปดูเด็กๆ ที่อยู่อีกห้อง ทิ้งให้ภรรยาสาวต้องนอนถอนหายใจเฮือกๆ เพราะหัวใจจะละลายกับสามีที่ขยันหยอดคำหวาน เขาเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน บางทีช่วงเวลาสี่ปีที่จากกัน มันทำให้เขาตระหนักรู้กระมังว่าคิดกับเธอมากกว่านางบำเรอ แต่มันจะใช่ความรักแน่หรือ เพราะขนาดผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่างอย่างเอลิซ เกรย์ ยังต้องเตียงหักรักร้าวกันไป เธอไม่มั่นใจอะไรเลย


เช้าวันนี้ เด็กๆ อดไปโรงเรียนไปโดยปริยาย เพราะว่ามันสายเกินกว่าที่จะขับรถไปส่งทั้งคู่เข้าโรงเรียน นิลอรถอนหายใจเป็นครั้งที่ร้อย ขณะคนโจ๊กสำเร็จรูปที่กำลังเดือดปุดๆ ในหม้อ

หมับ!

“ว้าย! ตกใจหมดเลย คุณจะบ้าเหรอ!” เธอเกือบจะเอาทัพพีที่ถืออยู่เคาะกบาลตาแก่คิงคอง แต่พอคิดได้ว่าไม่สมควรก็รีบวางมันลง ก็เขาเล่นเข้ามากอดเธอจากด้านหลังไม่ให้สุ้มให้เสียง ใครไม่ตกใจก็บ้าแล้ว

“โอ...ขอโทษจ้ะที่รัก แค่เห็นเมียทำกับข้าวแล้วมันอดใจไม่ไหว เธอน่ารักมากๆ ตอนที่มีผ้ากันเปื้อนอยู่บนตัวและกำลังถือเจ้านี่” เขาชี้ไปยังทัพพีที่หล่อนวางไว้ ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองสิ่งที่อยู่ในหม้อแกง

“อย่าบอกนะว่าเธอเลี้ยงลูกด้วยโจ๊กสำเร็จรูปทุกเช้า” 

โจนาธานอยากจะร้องไห้ ลูกๆ ควรได้รับอะไรที่มากกว่านี้ในมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน

“ช่วยไม่ได้ก็ฉันรีบนี่นา ปกติแวะซื้อขนมปังที่เซเว่นฯ ให้เด็กๆ ด้วยซ้ำ ระหว่างทางที่ไปส่งพวกแกที่โรงเรียน” บอกแล้วรวบซองโจ๊กสำเร็จรูปที่วางอยู่ข้างเตาทิ้งลงถังขยะ

หนุ่มใหญ่สะท้อนในอก เขาผิดมากเหลือเกินที่ไม่ได้ออกตามหานิลอรตั้งแต่วันแรกที่หล่อนจากมา ไม่อย่างนั้นเรื่องพวกนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่ๆ 

“เราจะไปสิงคโปร์ด้วยกันใช่ไหมแองจี้ ถ้าเธอไม่อยากแต่งงานก็ไม่ต้องแต่ง ฉันอยากให้เธอกับลูกมีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ต้องดิ้นรนหาเงินหาทอง ฉันเลี้ยงดูเธอกับลูกได้นะ ส่วนเอลิซ ฉันจะหาทางประนีประนอมให้หล่อนย้ายไปอยู่คอนโดฯ เอง เพื่อความสบายใจของเธอ”

คราวนี้นิลอรนิ่งเงียบไป เธอผละจากอ้อมแขนของเขาเพื่อไปหยิบกุ้งที่ลวกแล้วแช่เย็นไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เธอใส่มันลงไปในหม้อที่มีโจ๊กเนื้อเนียนเดือดปุดๆ ก่อนจะปิดแก๊สเมื่อกะว่ากุ้งที่ใส่ลงไปคงอุ่นพอดี

“ฉันยังไม่แน่ใจว่าคุณจะทำสำเร็จเรื่องเอลิซ แต่ฉันมั่นใจว่าฉันจะไปสิงคโปร์กับคุณ”

นิลอรเห็นนัยน์ตาสีฟ้าครามเบิกกว้างด้วยความดีใจ และก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร เขาก็ก้มลงมาประทับเรียวปากร้อนๆ กับริมฝีปากเธอเพื่อฉลองความดีใจหนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป