บทที่ 31 EP 5/3 โปรดอย่าทำร้ายใจ
นิลอรร้องบอกคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ให้เขาได้เข้าใจชัดๆ เธอไม่มีวันคิดกับเขาเกินกว่าคำว่าเพื่อนอย่างแน่นอน และหวังว่าชาร์ลส์จะเข้าใจเสียที
“ครับ...นายหญิง”
ชาร์ลส์รับคำด้วยหัวใจที่ปวดร้าว แต่เชื่อไหมว่าท่ามกลางความปวดร้าวเขาก็โล่งใจอย่างประหลาดที่เห็นเจ้านายที่ตนบูชามีรอยยิ้มแต่งแต้มวงหน้าอีกครั้ง
“มันคือความผิดพลาดที่รัก มันเกิดขึ้นได้ ฉันจะให้อภัย ครั้งนี้ฉันจะให้อภัยพวกเธอ”
โจนาธานไล้นิ้วปาดน้ำตาให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะรั้งหล่อนมากอดอีกครั้ง นิลอรสอดมือเข้าโอบเอวของสามี แม้ว่าเธอจะทำผิดแต่เขาก็ยังเชื่อใจ เธอโชคดีเหลือเกินที่ได้รับการให้อภัยในครั้งนี้ สาบานว่าจะไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน
“เลิกร้องไห้นะคนดี ดูสิ เด็กๆ จะร้องตามแล้วนะ”
นิลอรกลั้นสะอื้นในบัดดล เธอกำลังทำให้ลูกน้อยทุกข์ใจไปด้วยใช่ไหม อย่าเลยนะ เธอไม่อยากให้เทวดานางฟ้าตัวน้อยๆ เป็นทุกข์เลยสักนาที
“ฉันขอโทษนะคะ ฉันขอโทษจริงๆ”
โจนาธานดึงร่างของคนที่สะอื้นไม่หยุดออกมาจากแผ่นอก ก่อนจะปาดเช็ดหยดน้ำตาให้หล่อนอีกครั้ง อย่างอ่อนโยนที่สุด
“ฉันเชื่อแล้วคนดี ฉันเชื่อแล้ว อย่าร้องไห้เลยนะ ยิ่งเธอร้องไห้ฉันก็ยิ่งไม่สบายใจ ฉันรู้แล้วว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ และนั่นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉันไม่อาจเอาผิดเธอได้ ฉันน่ะ...รักเธอแล้วก็ชาร์ลส์เกินกว่าจะลงโทษใครคนใดคนหนึ่งให้สาสม ถ้าพวกเธอทั้งสองเห็นใจคนแก่ๆ อย่างฉัน ก็ได้โปรดเถอะนะ ขอให้สิ่งที่ทั้งสองรับปากฉันในวันนี้ อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองเลย ชาร์ลส์เขารับปากฉันแล้ว แล้วเธอล่ะที่รัก จะรับปากฉันได้ไหม”
นิลอรพยักหน้าเร็วๆ พร้อมกับโผเข้ากอดสามี สองแขนหล่อนคล้องรอบคอแกร่ง ก่ายเกยคางมนบนไหล่ของเขาแล้วเอ่ยกระซิบเบาๆ
“ขอบคุณค่ะโจนาธาน รักคุณที่สุดเลย”
โจนาธานแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเขาจะได้ยินคำนี้หลุดออกจากปากของแองจี้ที่รัก ไม่ว่าหล่อนจะพูดจริงจากหัวใจ หรือว่าจะพูดไปเพื่อให้สามีคนนี้สบายใจ เขาก็ดีใจเหลือเกินที่ได้ยินมันสักครั้ง ดีใจเหลือเกิน
มือหนาของสามีลูบหลังปลอบประโลมจนเสียงสะอื้นเงียบหาย ผู้ช่วยหนุ่มเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มคลี่คลายก็เคลื่อนรถออกจากใต้อาคาร ชายหนุ่มบังคับพวงมาลัยให้รถยนต์คันใหญ่แล่นไปเรื่อยๆ พอถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเขาก็เบนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปจอดเพื่อเติมน้ำมัน
เจ้าหนูตัวแสบสองคนขยับมานั่งบนตักของบิดามารดาฝั่งละคน และถือโอกาสนั้นเป็นตัวสมานรอยร้าวในหัวใจของบิดามารดาด้วยความเต็มอกเต็มใจ
ชาร์ลส์ยิ้มกับภาพความน่ารักของครอบครัวน้อยๆ ที่เขาเกือบทำลายไปด้วยความไม่เจียมตนของเขา แววตาแห่งความรักที่ผู้เป็นนายทอดมองต่อกันนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารักกันเข้าแล้วอย่างแน่นอน แล้วเขาจะเข้าไปแทรกกลางความรักของพวกเขาได้อย่างไร คงได้แต่อวยพรให้ความสุขอยู่คู่กับครอบครัวน้อยๆ ครอบครัวนี้ให้นานที่สุด อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงสิงคโปร์
เพราะว่าที่นั่น อุปสรรคอันยิ่งใหญ่รอพิสูจน์หัวใจของคนทั้งคู่อยู่อย่างแน่นอน
...........
ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โจนาธานเร่งวันเวลาให้ภรรยาและลูกๆ ไปอยู่ที่สิงคโปร์โดยเร็วที่สุด เขาอยากมีเวลาอยู่กับแม่แองจี้คนงามให้สมกับที่เสียเวลาไปหลายปี แต่เจ้าหล่อนกลับอิดออดด้วยว่ายังห่วงเรื่องบ้านที่ยังจัดการไม่เรียบร้อย เขาจึงสั่งให้ชาร์ลส์อยู่ทางนี้จัดการย้ายข้าวของออกจากบ้านของนิลอร มาไว้ที่บ้านเขาให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับ ส่วนตัวเองพอจัดการเรื่องเอกสารให้นิลอรและลูกๆ เสร็จ ก็พาทุกคนลัดฟ้าสู่เกาะสิงคโปร์ในทันที
...........
สิบโมงเช้า ณ เกาะเซ็นโตซ่า (SENTOSA) ประเทศสิงคโปร์
นิลอรทอดสายตาไปยังผิวน้ำที่ต้องประกายแดดระยิบระยับราวกับอัญมณี นานมากแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาที่นี่...นานเหลือเกิน นานจนบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่นเกาะเล็กๆ ที่สมควรจะเงียบสงบดังเช่นชื่อของมัน เกาะเซ็นโตซ่า ซึ่งแปลตามความหมายว่าเกาะแห่งความสงบ บัดนี้มันช่างแตกต่างกับความเป็นจริง เพราะก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ที่สามีพานั่งมาจากสนามบิน Changi จะร่อนลงจอด เธอเห็นทั้งสวนสนุก ทั้งตึกรามบ้านช่องที่ผุดขึ้นมาใหม่มากมาย มันแทบจะเบียดกันตกทะเลอยู่รอมร่อ
เด็กๆ สนุกกันใหญ่ตอนที่แด็ดดีของพวกเขาชี้ชวนให้ดูผ่านหน้าต่างกระจกว่าตรงนั้นคือสวนสนุก ตรงนี้คือสวนสัตว์กลางคืน (Night Safari) ส่วนตรงนี้คือพิพิธภัณฑ์ (Images of Singapore) เป็นอาทิตย์กระมัง กว่าเธอจะพาเด็กๆ เที่ยวครบ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว...เฮ้อ...
“ถอนหายใจอะไรจ๊ะแองจี้” โจนาธานถามหยิกแกมหยอกเพราะได้ยินเสียงสุดที่รักถอนหายใจมาหลายหน ตั้งแต่นั่งอยู่บนเครื่องแล้ว
หนุ่มใหญ่ถามพลางคลี่ผ้าผืนหนาคลุมไหล่ให้ศรีภรรยา ตอนนี้ทั้งคู่ยืนอยู่บนระเบียงของบ้านหลังงาม ที่เนรมิตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ หลังคาบ้านออกแบบให้ปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียวราวกับผืนพรม รอบบ้านหลังนี้ยังมีต้นไม้ดอกไม้มากมายชวนให้ผู้อยู่อาศัยสดชื่นเป็นที่สุด
