บทที่ 32 EP 5/4 โปรดอย่าทำร้ายใจ

“เปล่าค่ะ แค่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลากี่วันถึงจะพาเจ้าสองแสบเที่ยวจนครบ” นิลอรตอบตามจริง 

โจนาธานยิ้มให้ภรรยาที่รัก แล้วจับช่อผมที่ถูกลมพัดจนหลุดลุ่ยเอาไปทัดให้ที่ข้างหู เขาไม่ชอบให้สิ่งใดมาบดบังผิวเนื้อนวลเนียนของแม่แองจี้น้อยคนงาม เขาชอบมองหล่อนโดยมิมีสิ่งใดบดบัง ให้สมกับสี่ปีที่ไม่ได้เห็นหน้า

นิลอรเฝ้ามองการกระทำของสามีเงียบๆ เขาอบอุ่นเหลือเกิน อบอุ่นมากกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก 

“คุณเปลี่ยนไปมาก รู้ตัวหรือเปล่าโจนาธาน” บอกสามีแล้วเคลื่อนกายเข้าไปแอบอิงอกอุ่น 

สามีวัยเลยหนุ่มก็ไม่มีอิดออด กลับดันแผ่นอกหนาเข้ารับร่างอรชรเพื่อจะได้กอดกระชับเจ้าหล่อนให้สมใจ

“รู้สิ ความจริงฉันเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อไม่กี่วันนี่ละมั้ง ฉันเสียใจนะที่รัก เสียใจจริงๆ ที่ทอดทิ้งเธอกับลูก และฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นอีกแล้วคนดี” 

“ขอให้จริงเถอะค่ะ ขอให้คุณรักฉันจริงๆ เถอะ เพราะฉัน...คงรักคนแก่อย่างคุณเข้าให้แล้ว”

มวลความสุขอันยิ่งใหญ่บังเกิดจากถ้อยคำของศรีภรรยา มันไหลบ่าเข้าสู่หัวใจของหนุ่มใหญ่อย่างท่วมท้น รอยยิ้มพร่างพรายปรากฏบนใบหน้าไม่สร่างซา พอๆ กับริ้วรอยแห่งกาลเวลาที่เริ่มปรากฏอย่างชัดเจนบนใบหน้าของโจนาธาน 

“ฉันก็รักเธอแองจี้ รักตั้งแต่...เห็นเธอที่บ้านของวาโยที่เมืองไทย แล้วเธอล่ะ รักฉันตอนไหน หรือว่าตั้งแต่ตอนนั้นเหมือนกัน” เขาสารภาพแล้วถามกลับ สองแขนกอดร่างภรรยาแน่นขึ้น สายลมแรงหอบไอน้ำเค็มเข้ามาปะทะร่างถี่ๆ บางทีก็สลับกับไออุ่นร้อนที่แบ่งปันจากเปลวตะวันเข้ามากระทบให้ทั้งคู่รู้สึกบ้างเป็นครั้งคราว

“วันนั้นคุณชวนฉันเข้าโรงแรมม่านรูด ใครรักคุณตอนนั้นก็เพี้ยนแล้ว”

นิลอรค่อนขอดเลยได้จุมพิตจากสามีเป็นสิ่งตอบแทน เขาไม่เพียงแค่จุมพิตหวานๆ แต่ยังส่งสายตาหวานๆ มาให้ แถมมือไม้ก็เริ่มอยู่ไม่สุข พยายามสอดเข้ามาลูบๆ คลำๆ เนินเนื้อใต้เสื้ออยู่ตลอดเวลา 

“อย่านะคะ นี่มันยังไม่ค่ำเลย” เธอขัดขืนเล็กน้อย ปลายเล็บเจียนมนจิกลงท่อนแขนแกร่งอย่างเสียวซ่าน ฝ่ามือร้อนผ่าวของสามียังลูบคลำไปทั่วผิวเนื้อใต้ร่มผ้าอย่างอาจหาญ

“เข้าไปข้างในกันเถอะแองจี้ ข้างนอกลมมันแรง”

นิลอรส่งตาเขียวๆ ให้สามี ที่เมื่อครู่ยืนอยู่เป็นชาติไม่ยักกะชวนเข้าห้อง พอตอนนี้กลับมาบอกว่าลมมันแรงอย่างโน้นอย่างนี้ ช่างบอบบางจริงนะพ่อคุณ

แต่จนแล้วจนรอดนิลอรก็ถูกสามีอุ้มมาวางบนเตียงได้สำเร็จ เขาค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อหล่อนด้วยความรีบเร่ง แต่แกะออกไปไม่หมด เพราะความต้องการสัมผัสเต้าทรวงอวบหยุ่นมันมีมากจนหมดความพยายาม

“คุณคิงส์...ฉัน...ทรมาน อย่า...” นิลอรร้องห้ามด้วยเสียงอันสั่นเครือ ความซาบซ่านไหลผ่านไปทั่วเนินทรวงที่ถูกจุมพิตด้วยริมฝีปาก และบีบขยำด้วยฝ่ามือของสามี ความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้นแทบจะเผาไหม้ร่างกายให้สลายเป็นเถ้าธุลี

“แองจี้...ฉันจะถอดกางเกงเธอแล้วนะ” 

โจนาธานบอกอย่างไม่รู้ว่าจะเอ่ยกับภรรยาว่าอย่างไรดี นาทีนี้กายแกร่งส่วนล่างปวดร้าวไปหมด เพราะสองตาได้เห็นการบิดเร่าอย่างทรมานของภรรยา 

“มะ...ไม่ ไม่นะคะ เด็กๆ อยู่ข้างล่าง ฉะ...ฉัน ฉันกลัวว่าว่าลูกๆ จะตามหาเรา” ชี้แจงเสียงแหบพร่า แต่กลับช่วยสามีปลดเข็มขัดจนฝ่ายสามีอมยิ้มไม่หุบ นาทีนี้โจนาธานรู้แต่ว่าภรรยาเขาน่ารักที่สุดในโลก

ขณะที่ภรรยากำลังช่วยสามีปลดเข็มขัดกางเกงอยู่นั้น สวรรค์รำไรก็มีอันต้องพังครืน เพราะเสียงเคาะประตูที่ด้านนอก

ก๊อกๆ ๆ 

“แด็ดดี! มามี้! / แด็ดดี! มามี้!” 

เสียงสองแฝดที่ตะโกนทะลุบานประตูเข้ามา ทำเอาโจนาธานถึงกับถอนหายใจเฮือกๆ ก่อนจะช่วยภรรยาที่กำลังหัวเราะขบขัน ติดกระดุมเสื้อของหล่อน

“คร้าบคุณลูก แด็ดดีจะเปิดประตูในห้าวินาที”

หนุ่มใหญ่ส่งเสียงสดใสตอบออกไป แต่ใบหน้าบูดบึ้งราวกับอยากจะร้องไห้ เขาจะฉลองกับเมียรักให้สมใจเสียหน่อย เจ้าลูกตัวแสบก็ดันมาขัดจังหวะเสียนี่ มันน่าจับตีก้นจริงๆ

“ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวลูกรอ ไว้คืนนี้เราค่อยฉลองนะคะ” 

แม่แองจี้ของโจนาธานพูดพร้อมส่งสายตามายั่วเย้า สองแขนโอบล้อมรอบคอแกร่งของสามี ขณะที่ร่างทั้งคู่ยังก่ายเกยอยู่บนที่นอนหนานุ่ม

“จริงเหรอ ฉลองที่ได้กลับมาอยู่กับฉันละสิที่รัก หึๆๆ” 

หนุ่มใหญ่หัวเราะอย่างเป็นต่อ นิลอรยิ้มร้าย ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหู

“เปล่าซะหน่อย แค่อยากฉลองเตียงใหม่ต่างหาก” 

คราวนี้นิลอรรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่เบียดชิดอยู่กับเนินหน้าท้องของเธอ ความภาคภูมิใจแห่งบุรุษเพศ แข็งขึงร้อนผ่าวพร้อมออกรบเต็มที่ เพียงแค่คำพูดไม่มีกี่คำ เธอก็สามารถทำให้เขามีอารมณ์ได้แล้วหรือ หื่นได้ใจจริงๆ ตาแก่โจนาธาน

“ฉันว่าคุณรีบไปเปิดประตูจะดีกว่านะคะ เดี๋ยวลูกๆ รอแย่”

นิลอรสานสบสายตากับสามี โจนาธานได้แต่ถอนอกถอนใจ ก่อนจะก้าวตรงไปที่ประตูด้วยความอึดอัดเพราะเป้ากางเกงมันคับแน่นไปหมด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป