บทที่ 33 EP 5/5 โปรดอย่าทำร้ายใจ

“แด็ดดีกับมามี้ทำอาลาย เจสซี่ล้องเลียกตั้งนานแล้ว” หนูน้อยเจสซี่บ่นบิดามารดาอย่างเคืองๆ ส่วนเจ้าเจคน้อยคู่แฝดตอนนี้หาได้สนใจใคร เพราะเขากำลังจับมือนุ่มๆ ของพี่เลี้ยงคนใหม่อยู่ ฝ่ามือพี่เอลลี่นุ่มกว่ามือพี่ต้นตาลพี่เลี้ยงคนเก่าเยอะเลย 

“โอ...ขอโทษทีครับสาวน้อยมานี่มา อึ๊บ!” 

แล้วเจสสิก้าก็ถูกบิดาอุ้มไว้ นาทีต่อมานิลอรก็ออกมาสมทบกับทุกคนที่ยืนออกันอยู่หน้าห้อง แต่เธอไม่คิดว่าจะเจอคนแปลกหน้าในเวลานี้ เจ้าหล่อนคนนั้นกำลังแนะนำตัวกับสามีเธอ หน้าตานี่สะสวย ผิวขาวเป็นหยวกกล้วยเชียว  หรือว่า...อีตาโจนาธานริจะมีเมียน้อย! 

ฝันไปเถอะตาแก่บ้ากาม! ข้ามศพฉันไปก่อนก็แล้วกัน!

“อะแฮ่ม! คุยอะไรกันอยู่หรือคะ” 

คุณแม่ลูกสองถามยิ้มๆ พลางเดินเข้าไปคล้องแขนข้างที่ว่างอยู่ของสามีเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ สตรีแปลกหน้าคนนั้นยกมือไหว้เจ้าบ้านอีกคน แต่ทำเอานิลอรเป็นงง เพราะหน้าตาเจ้าหล่อนมองอย่างไรก็ต้องฟันธงว่าลูกครึ่ง ทว่ากลับมือไม้อ่อนไหว้สวยกว่าเธอเสียอีก

“นี่พี่เลี้ยงของลูกๆ จ้ะแองจี้ ฉันให้มาช่วยเลี้ยงลูกของเราไงจ๊ะ” 

หนุ่มใหญ่แนะนำ เขาให้คนรู้จักช่วยหาพี่เลี้ยงให้เด็กๆ ด้วยว่าไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยจนเกินไป

“สวัสดีค่ะคุณแองจี้ ฉันชื่ออรุณฉัตรค่ะ เรียกว่าเอลลี่ก็ได้ค่ะ” 

นิลอรงงเล็กน้อย เธอไม่ได้บอกว่าต้องการพี่เลี้ยงสักนิด และที่สำคัญก็คือ ทำไมพี่เลี้ยงของเด็กๆ ถึงได้สวยขนาดนี้! โอย...ไม่ไหวหรอก เดี๋ยวตาแก่โจนาธานควบคุมความหื่นตัวเองไม่ไหว กลายร่างเป็นสมภารแก่ๆ ย่องกินลูกไก่ในวัดพอดี

“ฉันไม่รับ เธอกลับไปเถอะ ฉันเลี้ยงลูกเองได้ไม่ต้องการพี่เลี้ยง” 

นิลอรปฏิเสธ นัยน์ตาดำดุปรากฏชัดเจนบนใบหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์

“เอ้า? ทำไมละแองจี้ คุณครูเอลลี่คนนี้ฉันอุตส่าห์ให้เพื่อนหามาให้นะ” 

โจนาธานชักงง เขาอุตส่าห์ได้คนเก่งอย่างครูเอลลี่มาเป็นพี่เลี้ยง ค่าจ้างหรือก็แพงกว่าพี่เลี้ยงเด็กธรรมดาเพราะเจ้าหล่อนเรียนจบปริญญาสายนี้มาโดยตรง มิหนำซ้ำเรื่องภาษาไทย ครูเอลลี่ก็สามารถสื่อสารกับเด็กๆ และภรรยาที่รักได้ไม่มีติดขัด แล้วแม่แองจี้จะเอาอะไรอีกละทีนี้

“ทำไมหรือคะคุณแองจี้ หรือว่าเอลลี่ทำอะไรผิด ขอร้องเถอะค่ะ เอลลี่ต้องได้งานนี้นะคะ เอลลี่จำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ รับเอลลี่เข้าทำงานเถอะนะคะคุณแองจี้”

อรุณฉัตรอ้อนวอนขอร้องเพราะเธอมีความจำเป็น แม้ว่าเรื่องที่นำมาใช้เป็นข้ออ้างจะปั้นแต่งขึ้นมา แต่มันก็พอมีความจริงอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ เงินทองก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เธออาสารับงานนี้มาจากคุณลุงทันทีที่ท่านเอ่ยปาก 

เรื่องของเรื่องก็คือ เธออยากเปิดโรงเรียนอนุบาล แต่ว่าลุงของเธอไม่ยอมเพราะเห็นว่ายังไม่มีประสบการณ์ ท่านจึงท้าทายด้วยการให้หลานสาวอย่างเธอลองมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านของเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งก็คือคุณโจนาธานคนนี้ และถ้าเธอถูกปฏิเสธตั้งแต่เริ่มงานวันแรก ก็มีหวังได้กินแห้วเรื่องโรงเรียนอนุบาลกันพอดี

“ฉันชื่อนิลอร ถ้าจะให้ดีเรียกฉันว่านายหญิงด้วย” 

นิลอรเอามาดคุณนายเข้าข่มคนที่สวยกว่า ดูจากหน้าตาคงเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยกระมัง หน้าเด็กเหลือเกิน และมันก็น่าหมั่นไส้ตรงหน้าเด็กนี่แหละ 

โจนาธานรู้แกวคุณภรรยา เล็บคมๆ ของหล่อนเริ่มจิกเข้าท่อนแขนเขา มันแรงขึ้นตามลำดับ แปรผันตามเสียงแข็งๆ ที่กดต่ำลงเรื่อยๆ คนขี้หึงนี่ดูง่ายจริงๆ 

“มามี้! เจคจาเอาคูเอลี่ คูเอลี่น่าล้าก เจคจาแต่งงานกะคูเอลี่!” 

เจ้าเจคจอมแสบประกาศเสียงดังฟังชัด สองแขนกอดขาครูเอลลี่ ว่าที่เจ้าสาวในอนาคตของตน 

สองสามีภรรยามองมาที่ลูกน้อยเป็นตาเดียว เจ้าเจคตัวแสบบอกว่าจะแต่งงานกับครูพี่เลี้ยงที่ชื่อเอลลี่อย่างนั้นหรือ 

“เชื้อพ่อมันแรงจริงๆ” นิลอรค่อนขอดสามี 

“ฉันเปล่านะแองจี้ ฉันอยู่ของฉันดีๆ เจ้าเจคมันแก่แดดของมันเอง จริงไหมเจสซี่ลูกรัก” หนุ่มใหญ่ถามลูกสาวที่อุ้มอยู่ แม่หนูเจสสิก้าก็พยักหน้าหงึกๆ เหมือนจะเห็นด้วย แต่กลับตอบว่า

“มามี้ถูกค่า เจสซี่อยู่ข้างมามี้ดีกว่า เวลามามี้โกดมามี้ชนะทุกที”

ครูสาวอมยิ้มให้กับคำตอบของแม่หนูน้อย ครอบครัวนี้น่ารักดี เธอชักจะชอบและอยากทำงานที่นี่จริงๆ ตอนนี้สองขาเธอถูกแขนปลาหมึกของคุณหนูเจคจอมแก่แดดกอดไว้แน่นหนึบ แกะออกไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องเลยตามเลย ยอมยืนนิ่งๆ ให้เจ้าหนูกอดรัดได้ตามใจ อย่างน้อยๆ ก็มีคนหนึ่งละที่อยากให้เธออยู่

นิลอรยิ้มถูกใจที่บุตรสาวเข้าข้าง รีบอ้าแขนรอรับร่างหนักของบุตรสาวอย่างไม่มีเกี่ยงงอน แม้ว่าจะต้องแบกรับน้ำหนักของแม่หนูน้อยที่ไม่ค่อยจะน้อยก็ตาม 

คุณแม่ยังสาวจะกลับเข้าห้องเมื่อไม่มีธุระใดให้จัดการต่อ แต่ว่าเสียงของเจ้าเจคตัวแสบนี่สิ มันเหลือเกินจริงๆ

“มามี้!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป