บทที่ 35 EP 5/7 โปรดอย่าทำร้ายใจ

“โธ่แองจี้ เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังหึงจนพาลไปทั่ว” 

สามีที่อาวุโสกว่าเริ่มชี้แจง แต่มีหรือภรรยาสาวจะยอมรับ

“ใคร? ใครหึงคุณมิทราบ!” สวนขึ้นทันควันด้วยความรวดเร็ว พวงแก้มสีน้ำผึ้งถูกสีชาดพาดผ่านประดุจสาวรุ่นแรกรักหัดเคอะเขิน

“ก็เธอไง” โจนาธานตอบทันควัน ก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่ภรรยามัวแต่เขิน หอมแก้มนุ่มไปสองทีติดๆ

ฟอด! ฟอด!

“ว้าย! ตาบ้ามาหอมทำไมฮะ คนกำลังงอนนะ!”

หนุ่มใหญ่ยิ้มพร่างพรายเมื่อภรรยาหน้าแดงก่ำ เขาช้อนร่างหล่อนตรงไปที่เตียงทันที

“ฉันดีใจจังเลยแองจี้” 

โจนาธานกระซิบเสียงพร่าขณะวางภรรยาลงบนเตียง เขานอนทับหล่อนอยู่เช่นนั้นโดยที่ผู้เป็นภรรยามิได้อนาทรร้อนใจต่อน้ำหนักตัวของสามี ตอนนี้นิลอรรับรู้เพียงว่าเรือนกายหนาหนักของเขา กำบังปลุกเร้าอารมณ์รัญจวนในกายให้ตื่นเพริด

“ดีใจเรื่องอะไรคะ” ถามกลับขณะแกะกระดุมเสื้อของสามี ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากตอบแต่อยากช่วยแกะกระดุมมากกว่า

“เรื่องที่เธอหึงฉันไงที่รัก” ว่าแล้วก็ก้มลงจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มของภรรยาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเจ้าตัวหายใจแทบไม่ทัน 

นิลอรพลิกร่างมาก่ายเกยบนตัวสามีเพื่อจะได้จัดการกระดุมเสื้อที่เหลืออยู่

“ฉันหึงแรงนะ คุณยังจะชอบเหรอ” แม่นางร้ายนิลอรลองเชิง เธอร้ายแค่ไหนเขารู้ดีนี่นา ถ้าบอกว่าชอบละก็ ชาตินี้ห้ามเปลี่ยนใจนะ

“ชอบที่สุดเลย ฉันดีใจที่ได้เป็นคนที่เธอหึง เพราะหมายความว่าเธอรักฉันเกินกว่าจะแบ่งปันฉันให้ใคร ฉันชอบ...ที่...ที่ได้เป็นคนสำคัญของเธอ”

นิลอรจ้องหน้าสามีอย่างค้นคว้า เขาไม่ได้โป้ปดกันใช่ไหม

“คุณกับลูกๆ สำคัญต่อฉันเสมอโจนาธาน เพียงแต่ว่าฉันมารู้ตัวก็เมื่อวันที่ฉันจากคุณไปไกลแล้ว และที่สำคัญกว่านั้น คุณไม่ได้คิดตามหาฉันเลย” 

เมื่อหวนคิดถึงอดีตที่เป็นเหมือนหนามตำใจ อารมณ์พิศวาสหวามไหวในเรือนกายก็พลันมลายหายไป นิลอรซบหน้าลงกับแผ่นอกเปล่าเปลือยของสามี

“ฉันยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาที่รัก และดีใจที่เธอยังให้โอกาสฉัน ให้โอกาสคนแก่ๆ คนนี้ได้พิสูจน์ความจริงใจ” 

นิลอรรับรู้ถึงฝ่ามือหนาที่ลูบแผ่นหลังให้อย่างอ่อนโยน เขารู้ด้วยหรือว่าเธอกำลังเศร้า ไม่น่าเชื่อว่าแรงบีบอัดจากอดีตอันเจ็บช้ำจะสาดซัดเข้าสู่หัวใจจนเธอหลั่งน้ำตาออกมาไม่รู้ตัว

“คุณยังไม่แก่ซะหน่อย อย่างน้อยก็ครูเอลลี่นั่นไงที่มองเห็นตั้งคนหนึ่งแน่ะ” เธอรีบปาดน้ำตาพร้อมกับปัดความเศร้าหมองทิ้งไป เธอกลบลบมันให้สิ้นด้วยอารมณ์ขันติดประชดประชัน ก่อนจะจ้องคนที่นอนทับอยู่ด้วยแววตาของแม่เสือร้าย ที่พร้อมขย้ำเหยื่อตัวโตๆ อย่างเขาให้ย่อยยับ

“โอ...วกมาเรื่องนี้อีกจนได้ ฉันนึกว่าเธอลืมไปแล้วนะ ฉันไม่มีทางสนใจครูเอลลี่หรอกน่า ครูเอลลี่นั่นน่ะ เพื่อนรุ่นพี่ของฉันฝากมาอีกที ฉันต้องดูแลเจ้าหล่อนชนิดที่ว่าริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยที่รัก” โจนาธานชี้แจง

“เฮอะ...พี่เลี้ยงไฮโซ!” แม่แองจี้ยังเล่นไม่เลิก เรื่องของเรื่องครูเอลลี่นั่นสวยกว่าไงล่ะ มันยอมไม่ได้!

“โกรธครูเอลลี่เรื่องอื่นอยู่หรือเปล่าแองจี้ ฉันว่าเธอแปลกๆ นะที่รัก” 

“ใช่!” นิลอรรับคำดื้อๆ ก็บอกแล้วไงว่าเธอจะบอกเขาทุกเรื่องเพื่อความโปร่งใสไร้สิ่งใดซ่อนเร้น “ฉันไม่ชอบที่ครูเอลลี่สวยกว่าฉัน สาวกว่าฉันแล้วก็ ขาว! กว่าฉันยังไงล่ะ”

“นั่นไง! ว่าแล้วเชียว” 

“หมายความว่ายังไง นี่จะบอกว่ารู้ทันงั้นเหรอ ตาแก่!” นิลอรทุบอกสามีดังตุ้บๆ จนโจนาธานไอค่อกแค่กโบกไม้โบกมือยอมแพ้แม่เสือสาว

“ฉันไม่ได้หมาย...ความว่าอย่างนั้น แค่กๆ” สามีคนดีพยายามอธิบาย

“ไม่รู้ละ ฉันไม่ชอบนี่นา บ้านนี้ฉันต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเพียงคนเดียวเท่านั้น รู้เอาไว้ซะด้วย”

“จ้าๆ รู้แล้วจ้า โธ่ๆๆ คนดีของฉันอย่าเพิ่งโมโหน้า เดี๋ยวแก่เร็วนะที่รัก” 

“ก็ดีไงคะ จะได้แก่ทันคุณไง ไม่ดีเหรอ” 

หนุ่มใหญ่ทำหน้าราวกับกลืนบอระเพ็ดไปทั้งต้น นี่เขาจะไม่ชนะเจ้าหล่อนสักเรื่องเลยใช่ไหม

“ฉันว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้แล้วลงไปข้างล่างดีกว่า ฉันยังไม่ได้แนะนำเธอกับคนในบ้านเลย อ้อ...แล้วก็เรื่องสำคัญ...” 

โจนาธานอึกอักเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยถึงเรื่องอดีตภรรยาและลูกๆ ของหล่อน แต่เขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในเมื่อทุกคนต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน...อย่างสมานฉันท์

“เรื่องอะไรคะ?” นิลอรรีบลุกขึ้นนั่งก่อนจะลากสามีให้ลุกขึ้นมาด้วยเพื่อจะได้เจรจาให้เป็นเรื่องเป็นราว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป